posttoday
"ขนส่ง"ยันปชช.ตอบรับเรียกแท็กซี่ผ่านแอปฯ97%-ผู้บริโภคชี้ ช่วยเพิ่มทางเลือกผู้โดยสาร

"ขนส่ง"ยันปชช.ตอบรับเรียกแท็กซี่ผ่านแอปฯ97%-ผู้บริโภคชี้ ช่วยเพิ่มทางเลือกผู้โดยสาร

16 มิถุนายน 2564

“ขนส่งฯ” แจงผ่าน Clubhouse ปม “แท็กซี่บุคคลผ่านแอปฯ vs แท็กซี่เดิม ความคาดหวังของผู้บริโภค” ยัน ปชช.ให้การตอบรับเรียกรถผ่านแอปฯ 97% ด้าน “ผู้บริโภค” ชี้ ช่วยเพิ่มทางเลือก-ประโยชน์กับประชาชน

นายจักรกฤช ตั้งใจตรง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยในเสวนาหัวข้อ แท็กซี่บุคคลผ่านแอปฯ vs แท็กซี่เดิม ความคาดหวังของผู้บริโภค ผ่านแอปพลิเคชั่น Clubhouse ของสื่อมวลชน The Transport Talk เมื่อวานนี้ (15 มิถุนายน) ว่า ที่ผ่านมา ขบ.มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาและยกระดับบริการของรถแท็กซี่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และสะดวกสบายกับผู้โดยสาร โดยหาแนวทางในการนำเทคโนโลยีมาดูแลให้ผู้ขับรถแท็กซี่ปฏิบัติตามกฎหมาย ป้องกันการโกงมิเตอร์ ปฏิเสธผู้โดยสาร หรือการขับรถเร็ว

ทั้งนี้ จึงเริ่มมีการนำจีพีเอส มาติดในรถแท็กซี่และนำมาพัฒนาแอปพลิเคชั่น TAXI OK พร้อมเตรียมพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารให้รถแท็กซี่เพื่อให้สอดรับกับต้นทุนค่าจีพีเอสที่เพิ่มขึ้น แต่ด้วยเหตุผลด้านการเมืองในขณะนั้นทำให้กรมการขนส่งทางบกไม่สามารถปรับขึ้นค่าโดยสารได้ จึงทำให้กลายเป็นภาระต้นทุนของผู้ขับรถแท็กซี่

ขณะเดียวกัน จากนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนในการช่วยแท็กซี่ หาทางยกระดับมาตรฐานแท็กซี่ และลดภาระต้นทุน โดยได้ขยายอายุการใช้งานรถแท็กซี่ จาก 9 ปี เป็น 12 ปี และเข้มงวดในการตรวจสภาพรถแท็กซี่ เพื่อลดการปล่อยมลพิษ รวมถึงให้กรมการขนส่งทางบกพัฒนาแอปพลิเคชั่นขึ้นมากำกับติดตามรถ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ให้แท็กซี่ใช้งานฟรี ลดต้นทุนค่าจีพีเอส ให้กับแท็กซี่ รวมถึงเปิดโอกาสให้โฆษณาบนแท็กซี่ และเพิ่มค่าบรรทุกสัมภาระสำหรับรถแท็กซี่สนามบิน รวมถึงมาตรการเปิดรับผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชั่น

แต่การเปิดให้แท็กซี่รับผู้โดยสารผ่านแอพพลิเคชั่น ของภาคเอกชนที่ผ่านมา แม้จะได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้โดยสาร แต่ก็ยังไม่มีกฎหมายใดๆ เข้ามารองรับหรือควบคุมกำกับดูแล ทำให้เกิดปัญหา เช่น การเก็บค่า GP แพง การคิดอัตราค่าโดยสารโดยไม่มีการควบคุม ดังนั้น นายศักดิ์สยาม จึงเร่งรัดให้ผลักดันกฎหมายกำกับดูแลรถแท็กซี่บุคคลเรียกผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อให้มีเครื่องมือในการกำกับดูแลให้อยู่ภายใต้กฎหมาย

โดยกรมการขนส่งทางบก จึงได้เสนอ (ร่าง) กฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. … ซึ่งหลักการสำคัญ คือให้รถยนต์ส่วนบุคคล สามารถนำมาใช้ในการรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร หรือเป็นแท็กซี่ประเภทหนึ่ง โดยจะต้องมีการทำประกันภัยสาธารณะ , ผู้ขับรถจะต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะ, มีการสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ตัวรถต้องตรวจสภาพปีละ 2 ครั้ง เช่นเดียวกับรถแท็กซี่มิเตอร์ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้มีการศึกษาอย่างดีว่าในหลายประเทศก็มีการกำหนดกฎหมายในลักษณะเดียวกันกับของไทย คือ กำหนดให้รถแท็กซี่บุคคลเหล่านี้ ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น ก็ต้องมีการขึ้นทะเบียนกับภาครัฐ

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก และสวนดุสิตโพลล์ ยังได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้บริการรถส่วนบุคคลเรียกผ่านแอปพลิเคชั่นของประชาชน พบว่า ประชาชนที่ทำการสำรวจให้การตอบรับบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่นมากกว่า 97% กรมฯ จึงมองว่าจำเป็นต้องเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ ขณะเดียวกันก็ได้หาแนวทางช่วยเหลือแท็กซี่มิเตอร์ที่จะได้รับผลกระทบไปพร้อมกัน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการยกระดับบริการขนส่งสาธารณะให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตประชาชนในยุคดิจิทัล และสอดคล้องกับแนวทาง Sharing Economy หรือการนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการ ตามแนวทาง Sharing Economy ซึ่งกรมการขนส่งทางบก ได้วางหลักเกณฑ์ในการดูแลให้ความเป็นธรรมกับแท็กซี่ทุกประเภท

สำหรับกรณีต้นทุนของรถแท็กซี่ป้ายดำที่ต่ำกว่าแท็กซี่มิเตอร์ ชี้แจงว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบก กำลังเร่งหาแนวทางแก้ปัญหาต้นทุนที่แตกต่างกันของแท็กซี่ทั้ง 2 รูปแบบ สิ่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคือ การสนับสนุนให้เกิดการขนส่งผ่านระบบดิจิทัลมากขึ้น ด้วยการหาแนวทางให้แท็กซี่ป้ายเหลืองที่ใช้แอปพลิเคชั่น สามารถเก็บเงินค่าโดยสารได้ตามที่แอปพลิเคชั่น คำนวนได้เลย ในลักษณะเดียวกับรถแท็กซี่บุคคล ไม่ต้องเก็บตามเลขมิเตอร์ แล้วบวกเพิ่ม 20 บาท ซึ่งอาจเป็นการทำให้แท็กซี่ป้ายเหลืองรู้สึกว่าเสียเปรียบในแง่ของรายได้ และยังมีความยืดหยุ่นในการให้บริการมากขึ้น

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก อยู่ระหว่างการพิจารณาเกณฑ์การจดทะเบียนรถแท็กซี่ใหม่ โดยอาจไม่กำหนดขนาดรถยนต์ที่ใช้เป็นแท็กซี่มิเตอร์ว่าจะต้องเป็นรถขนาดกลางขึ้นไป เพื่อให้มีทางเลือกมากขึ้นและมีต้นทุนที่ใกล้เคียงกับรถแท็กซี่บุคคล เบื้องต้นอาจมีการกำหนดให้มีรถแท็กซี่ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ รองรับความต้องการของผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรมด้านต้นทุนของแท็กซี่ทั้ง 2 แบบให้ใกล้เคียงกันมากที่สุด

ด้านนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การมีแท็กซี่บุคคลเรียกผ่านแอปฯ ที่ถูกกฎหมาย ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกในการใช้บริการขนส่งสาธารณะให้กับผู้บริโภค ซึ่งเป็นประโยชน์กับประชาชน ขณะเดียวกันก็เห็นใจกลุ่มแท็กซี่มิเตอร์ ที่ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ไม่มีผู้โดยสาร และขาดรายได้ ทำให้การผลักดันเรื่องแท็กซี่บุคคลผ่านแอปพลิเคชั่น คงไม่ใช่เรื่องง่าย

ทั้งนี้ มองว่าเรื่องสำคัญ คือ การทำให้กติกาต่างๆ มีความเท่าเทียม และเป็นธรรม โดยเฉพาะแท็กซี่ทั้ง 2 รูปแบบ ทั้งในเรื่องโครงสร้างต้นทุน และ การกำกับดูแลจากรัฐที่เท่าเทียมกันระหว่างแท็กซี่มิเตอร์ดั้งเดิม และ แท็กซี่ส่วนบุคคลเรียกผ่านแอปฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งแก้ไข เพื่อให้แท็กซี่ทั้ง 2 ประเภท สามารถแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม

ขณะที่ นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ กล่าวว่า แท็กซี่ส่วนบุคคลเรียกผ่านแอปฯ ได้เข้ามาให้บริการโดยผิดกฎหมายมานานกว่า 5 ปีแล้ว แต่กรมการขนส่งทางบก และตำรวจ ก็ยังไม่สามารถนำกฎหมายมาควบคุมเอาผิดได้ ทำให้ต้องแก้ปัญหาโดยการออกกฎหมายมารองรับ เพื่อให้สามารถควบคุมรถแท็กซี่ป้ายดำได้ แต่การเห็นชอบ (ร่าง) กฎกระทรวงฯ ดังกล่าว และนำมาบังคับใช้ในช่วงเวลานี้มองว่าไม่เหมาะสมและรู้สึกเหมือนถูกรังแก เพราะขณะนี้แท็กซี่มิเตอร์ ต่างก็ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19

โดยแท็กซี่ในระบบที่มีอยู่กว่า 100,000 คัน เหลือวิ่งรับผู้โดยสารจริงไม่ถึง 30,000 คันเท่านั้น ที่เหลือต้องจอดทิ้งเพราะไม่มีผู้โดยสาร และหากในอนาคตแท็กซี่มิเตอร์ป้ายเหลืองต้องหมดไป เพราะแข่งขันในตลาดไม่ได้ แล้วผู้โดยสารที่ใช้แอปฯไม่เป็นจะทำอย่างไร นอกจากนี้ยังไม่เชื่อมั่นในกลไกการควบคุมแท็กซี่ป้ายดำของรัฐบาลว่าจะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันมองว่า หากมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการกำหนดอัตราค่าโดยสาร แล้วแท็กซี่ยังจำเป็นต้องมีมิเตอร์อยู่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม หากจะทำให้แท็กซี่ทั้ง 2 รูปแบบนี้อยู่ด้วยกันได้ จำเป็นต้องจัดการต้นทุนค่ารถ และ ค่าโดยสารให้เกิดความเป็นธรรมเท่าเทียม อาจปรับเงื่อนไข กฎหมายของแท็กซี่ดั้งเดิมให้แข่งขันได้ ส่วนตัวมองว่า 90% ของแท็กซี่มิเตอร์ดั้งเดิม เข้าถึงการใช้งานแอปพลิเคชั่น และไม่ได้ปฏิเสธการใช้งาน เพียงแต่คัดค้านเรื่องของรถที่จะนำมาให้บริการ ควรเป็นรถป้ายเหลืองที่ถูกกฎหมายเท่านั้น

ด้านนายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ กล่าวว่า สมาคมฯ จะเดินหน้าคัดค้านและอุทธรณ์มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. … เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ที่ผ่านมานั้น ผิดและขัดต่อพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ซึ่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว ห้ามเด็ดขาดการเอารถยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้าง ซึ่งแม้ภายหลังจดทะเบียนก็ยังให้ใช้ป้ายรถยนต์ส่วนบุคคล จึงเป็นการใช้รถยนต์ผิดประเภทผิดกฎหมาย โดยสมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ จะมีการหารือกับเลขานุการนายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขออุทรณ์มติครม.ดังกล่าวอีกครั้ง

นายชัยรัตน์ พรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางบก เปิดเผย สถิติการร้องเรียนรถแท็กซี่ ที่มีการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์โควิด-19 โดยในปี 2562 และ 2563 พบว่าข้อร้องเรียนที่มีมากที่สุดคือการปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร รองลงมาคือใช้วาจาไม่สุภาพ และขับรถประมาทหวาดเสียว ไม่ส่งผู้โดยสารตามที่ตกลง แต่ในปี 2564 สถิติการร้องเรียนลดลงจากปัญหาโควิด -19 และข้อร้องเรียนเรื่องการขับรถประมาทหวาดเสียว กลายเป็นข้อร้องเรียนที่มากที่สุด รองลงมาคือการใช้วาจาไม่สุภาพ และการปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร

ส่วนการดำเนินการกับรถส่วนบุคคลที่ให้บริการผิดกฎหมาย ที่ผ่านมาในปี 2562-ปัจจุบัน กองตรวจการขนส่งทางบก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการจับกุมรถดังกล่าว ข้อหา ผิด พ.ร.บ. รถยนต์ โดยการใช้รถผิดประเภท ดำเนินการเปรียบเทียบปรับรายละ 2,000 บาทไปแล้วเกือบ 2,000 ราย ขณะเดียวกันยอมรับว่า ที่ผ่านมา กฎหมายไม่ได้ออกแบบมารองรับบริการรูปแบบใหม่ ทำให้เกิดช่องว่างในการใช้กฎหมายกำกับดูแล ซึ่งได้พยายามหาข้อกฎหมายในการเอาผิด โดยตั้งแต่ปี 62-64 ได้แจ้งความเอาผิดบริษัทแอปฯเรียกรถส่วนบุคคลแล้ว 8 คดี และดำเนินการเปรียบเทียบปรับไปแล้ว 4 คดี ยังเหลือระหว่างดำเนินการ 4 คดี ซึ่งหากมีกฎหมายมากำกับดูแลโดยตรงก็จะมีเครื่องมือในการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น

ด้านนายไบรอัน ตริยถาวรวงศ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บอนกุ เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า ปัญหาการธุรกิจขนส่งทั้งหมดต้องแก้ด้วยเทคโนโลยี เช่น ปัญหาด้านความปลอดภัย และ การเพิ่มจำนวนลูกค้าให้กับแท็กซี่ ซึ่งก็มีการพิสูจน์มาแล้วในหลายประเทศ โดยภาครัฐจะเข้ามาควบคุมมาตรฐานการบริการ คุมค่าโดยสาร ดูแลความปลอดภัย และกำกับกฎเกณฑ์ต่างๆ กับบริษัทที่เข้ามาเพื่อให้มีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ข่าวล่าสุด

ครม.อนุมัติวงเงิน 8.4 พันล้าน! แผนครุภัณฑ์ ‘สถาบันการแพทย์ศิริราชนานาชาติ’ ดัน Medical Hub

ครม.อนุมัติวงเงิน 8.4 พันล้าน! แผนครุภัณฑ์ ‘สถาบันการแพทย์ศิริราชนานาชาติ’ ดัน Medical Hub