ราชทันฑ์เผยผู้ต้องขังติดเชื้อโควิดเพิ่ม534รายตาย3ศพ

วันที่ 08 มิ.ย. 2564 เวลา 16:27 น.
ราชทันฑ์เผยผู้ต้องขังติดเชื้อโควิดเพิ่ม534รายตาย3ศพ
กรมราชทัณฑ์แจงพบผู้ต้องขังติดโควิดเพิ่ม 534 รายเสียชีวิต 3 ศพอยู่ในกลุ่มเปราะบาง เผยระดมฉีดวัคซีนผู้ต้องขังแล้ว 17,054 ราย

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า กรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานตัวเลขผู้ต้องขังติดเชื้อใหม่วันที่ 7 มิ.ย. มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 534 ราย รักษาหายเพิ่ม 158 ราย เสียชีวิต 3 ราย เป็นผู้ต้องขังจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เรือนจำพิเศษธนบุรี และเรือนจำกลางคลองเปรมทั้ง 3 ราย เป็นผู้ต้องขังในกลุ่มเปราะบาง คือ มีโรคประจำตัว เป็นโรคเบาหวาน ความดัน มีภาวะไตวาย และบางรายเป็นผู้ป่วยสูงอายุ มีภาวะความเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรคที่สูง โดยมี 2 รายถูกส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ และโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช แพทย์ได้ให้ยาและรักษาตามกระบวนการอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่อาการยังคงทรุดลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเสียชีวิต ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่อยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 13,392 รายใน 12 เรือนจำ และมีเรือนจำ/ทัณฑสถานที่ไม่พบการแพร่ระบาดคงที่ จำนวน 126 แห่ง

ทั้งนี้ คาดว่าในเร็วๆ นี้จะมีจำนวนเรือนจำ/ทัณฑสถานที่ไม่พบการแพร่ระบาดเพิ่ม การดำเนินการทุกอย่างต้องเป็นไปตามแนวทางของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะดำเนินการควบคู่ไปกับแผนการป้องกันเชื้อ รวมถึงการรักษาผู้ติดเชื้อให้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานทางการแพทย์ทุกประการ

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังว่า มีผู้ได้รับการฉีดฯไปแล้ว 17,054 ราย ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน จำนวน 9 แห่ง คือ เรือนจำกลางสมุทรปราการ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษปทุมธานี เรือนจำกลางระยอง เรือนจำกลางนครปฐม เรือนจำพิเศษพัทยา ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำพิเศษมีนบุรี และเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีเรือนจำ/ทัณฑสถานอยู่ระหว่างดำเนินการฉีดวัคซีน 7 แห่ง คือ เรือนจำอำเภอธัญบุรี สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เรือนจำกลางชลบุรี เรือนจำกลางราชบุรี เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี และเรือนจำอำเภอไชยา ขณะที่เรือนจำ/ทัณฑสถานอีกจำนวน 26 แห่ง ทั้งเรือนจำสีขาวในพื้นที่สีแดงเข้ม ได้แก่ เรือนจำจังหวัดปทุมธานี เรือนจำอำเภอธัญบุรี สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี เรือนจำกลางเพชรบุรี และเรือนจำสีขาวในพื้นที่สีแดง เตรียมการฉีดให้แก่ผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง และผู้ต้องขังที่ไม่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการยืนยันทางการแพทย์

" หลังจากนี้หากได้รับการจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติม จะดำเนินการกระจายวัคซีนไปยังกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการฉีด จนกระทั่งครอบคลุมทุกราย รวมถึงการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ในเรือนจำ/ทัณฑสถานที่มีการฉีดเข็มแรกไปแล้ว เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันและให้วัคซีนสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น"นายอายุตม์ กล่าว