วุฒิสภา เห็นชอบปลดล็อกกระท่อม พ้นบัญชียาเสพติด

วันที่ 08 ก.พ. 2564 เวลา 19:38 น.
วุฒิสภา เห็นชอบปลดล็อกกระท่อม พ้นบัญชียาเสพติด
วุฒิสภา รับหลักการ 179 ต่อ 2 เสียง งดออกเสียง 3 ร่างปลดล็อกกระท่อม "รมว.ยุติธรรม" ชี้ ยังไม่อนุญาติให้ปลูกเสรี เร่งออกกฎหมายควบคุมการปลูก

วันที่ 8 ก.พ. 64 ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธาน ที่ประชุม ได้พิจารณาวาระแรกของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... เพื่อยกเลิกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่พิจารณาต่อจากที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ

โดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาว่า เมื่อยกเลิกพืชกระท่อม ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษแล้ว จะยังไม่สามารถปลูกหรือใช้ได้อย่างเสรี เพราะต้องมีหลักเกณฑ์ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดไว้ในกฎหมาย คือ ร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยสาระสำคัญทั้ง 67 มาตรา คือ การกำหนดหลักเกณฑ์การปลูก, การขอใบอนุญาต และการคุ้มครอง ทั้งนี้หากวุฒิสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ เพื่อยกเลิกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดได้ทันสมัยประชุมปัจจุบันจะเป็นพระคุณอย่างสูง

ด้าน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว. ฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา ชี้แจงผลการศึกษา ว่า มีข้อกังวลต่อเนื้อหา การนำพืชกระท่อมควบคู่กับวัตถุที่ใช้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทอื่นๆ และการใช้ของเยาวชนกับวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ไม่ระบุให้เป็นยาเสพติด ทั้งนี้ กังวลต่อการใช้พืชกระท่อมแบบเสรี โดยเฉพาะเยาวชนที่จะส่งผลกระทบต่อสมองและพัฒนาการ ดังนั้นควรเร่งรัดกฎหมายที่กำกับและควบคุมการใช้พืชกระท่อมอย่างเสรี ส่วนการยกเลิกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ที่จะมีผลภายใน 90 วัน ถือเป็นเวลาที่น้อยต่อการดำเนินการตรากฎหมาย เพื่อกำกับและควบคุมการใช้พืชกระท่อม

ทั้งนี้มีรายงานว่า สำหรับการอภิปรายของวุฒิสภานั้น เป็นไปในทิศทางที่สนับสนุนต่อการปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด แต่กังวลต่อการบังคับใช้ที่ควรควบคุมให้ไม่เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้อย่างเสรี ที่ทำให้เยาวชนนำไปผสมกับสารวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ซึ่งตัวแทนจากกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่าร่างกฎหมายที่กำกับการใช้พืชกระท่อมนั้น กฤษฎีกาจะเร่งรัดพิจารณา ก่อนที่ประชุมจะลงมติรับหลักการของร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ด้วยเสียง 179 เสียง ต่อ 2 เสียง และงดออกเสียง 3 เสียง จากนั้นได้ตั้งกรรมาธิการ 21 คน และแปรญัตติภายใน 7 วัน