ศบค.ย้ำให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนผสมสาน-ป้องกันโรคเข้ม
ศบค.ย้ำสถานศึกษาควรจัดการการเรียนการสอนแบบผสมผสานทั้งที่โรงเรียนและออนไลน์ พร้อมมีมาตรการป้องกันโรคเข้มข้น
เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 64 พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด- 19 กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีการเปิดสถานศึกษา ซึ่งผู้ปกครองบางส่วนได้แสดงความเป็นห่วงเนื่องจากยังมีการระบาดของไวรัสโควิด-19ว่า นโยบายสำคัญที่ศบค.เน้นย้ำคือเรื่องการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน
โดยให้เป็นนโยบายว่าทำได้หรือไม่หากจะมีส่วนหนึ่งมาเรียนในสถานที่โรงเรียนหรือสถาบันอุดมศึกษา และขณะเดียวกันจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์คู่ขนาน ซึ่งอาจจะเป็นการเรียนการสอนร่วมกันหรือเรียกได้ว่าเป็นการเรียนการสอนทางเลือกให้กับผู้ปกครอง ที่มีความพร้อมที่จะสามารถเลือกเรียนออนไลน์ได้
แต่ก็มักจะเกิดคำถามอยู่บ่อยว่า การเรียนออนไลน์ในบางพื้นที่ถือว่าขาดเรียนหรือไม่ เพราะหากผู้ปกครองเลือกให้เรียนอยู่ที่บ้าน ทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ได้แถลงออกมาแล้วว่าการจัดการเรียนการสอนออนไลน์นั้นถือว่าต้องทำให้มีมาตรฐานและไม่ถือเป็นการขาดเรียน
อย่างไรก็ตามยังมีผู้ปกครองมีความกังวลอีกว่า การที่ลูกหลานไปเรียนเกิดความเสี่ยงในการสัมผัสที่อาจจะเกิดขึ้นในโรงเรียนได้ และยังเสี่ยงเนื่องจากจะต้องเดินทางขนส่งสาธารณะ ทั้ง บีทีเอส รถเมล์ เรือ ซึ่งความชัดเจนนั้นจะต้องติดตามการรายงานของศบค. และกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งกพฐ.ในพื้นที่ต่างๆ ตลอดสัปดาห์นี้
ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่า โดยหลักการทางกระทรวงสาธารณสุขได้รายงานผู้ติดเชื้อที่พบในเด็กมีรายงานไม่มาก อาจจะเป็นโดยภูมิคุ้มกันของเด็กเองด้วย และสิ่งสำคัญหากผู้ปกครองช่วยกันระมัดระวังในอันดับแรก เช่น ก่อนจะไปโรงเรียนมีการตรวจวัดอุณหภูมิ ถ้าลูกมีอาการระบบทางเดินหายใจให้อยู่บ้าน และมีการวัดอุณหภูมิอย่างสม่ำเสมอ และที่โรงเรียนเองก็ต้องมีมาตรการในการคัดกรองเด็ก หากมีไข้ก็ต้องรีบแจ้งผู้ปกครองให้นำเด็กกลับบ้าน การแพร่กระจายก็จะทำได้ให้อยู่ในวงเล็กและสามารถควบคุมได้
ทั้งนี้ ข้อมูลของการระบาดวิทยาเราจะต้องพิจารณาควบคู่กันกับเรื่องของพัฒนาการเด็ก ซึ่งกุมารแพทย์ หรือจิตแพทย์เด็กก็มีรายงานที่ชัดเจนว่าการที่เด็กล็อกดาวน์อยู่กับบ้าน หรือไม่ได้รับการเรียนการสอนที่สมควรแก่พัฒนาการของเด็กก็อาจจะส่งผลเสียในระยะยาวได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตามการที่โรงเรียนเปิดสถานศึกษาให้บริการแล้ว ก็ยังต้องอยู่ภายใต้มาตรการที่เข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเว้นระยะห่าง ซึ่งมีกำหนดที่ชัดเจนในแต่ละพื้นที่ต่างกัน เช่น ต้องมีการกำหนดให้หนึ่งห้องเรียนมีจำนวนเด็กกี่คน กระบวนการที่ครูจะต้องดูแลเรื่องความสะอาด ความปลอดภัยจะต้องทำอย่างไร ซึ่งจะต้องติดตามในรายละเอียดด้วย


