แม่ร้อง"ปวีณา"ยายพาหลานสาววัย 16 ปีค้ากามหาเงินใช้หนี้นอกระบบ 

วันที่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 16:55 น.
แม่ร้อง"ปวีณา"ยายพาหลานสาววัย 16 ปีค้ากามหาเงินใช้หนี้นอกระบบ 
ชลบุรี-แม่ร้อง"ปวีณา"ยายพาหลานแท้ๆวัยแค่ 16 ปีเร่ขายตัวหาเงินใช้หนี้นอกระบบ ชีวิตซ้ำรอยสมัยเด็กที่ถูกแม่เคยนำไปเร่ขายแลกเงินมาแล้ว

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ก.ย. นางหน่อย (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี แจ้งขอความช่วยเหลือมายัง มูลนิธิ ปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ว่ามีลูกสาวที่เกิดจากสามีเก่าชื่อ น.ส.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี แต่หลังจากเลิกกับสามีแล้วก็ได้นำลูกไปฝากเลี้ยงไว้กับ นางหนิง (นามสมมุติ) อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นแม่แท้ๆให้เลี้ยงดูตั้งแต่เล็กจนโต โดยตนจะส่งเงินให้และไปเยี่ยมหาลูกเป็นประจำ แต่ระยะหลังเริ่มมีญาติและชาวบ้านมาบอกว่าแม่ให้น.ส.หนึ่ง บุตรสาวไปหลับนอนกับผู้ชายเพื่อแลกเงินนำไปใช้หนี้นอกระบบ จึงเกรงว่าลูกจะไม่ปลอดภัยใช้ชีวิตในทางที่ผิด

นางหน่อย กล่าวว่า แม่ของตนมีนิสัยชอบเล่นการพนันมานานแล้วเป็นหนี้คนอื่นไปทั่ว รวมทั้งเป็นหนี้นอกระบบด้วย ตั้งแต่เริ่มเป็นสาวก็เคยถูกกระทำแบบนี้มาก่อน แม่จะมีวิธีพูดให้สงสารและยอมทำตามทุกครั้ง กระทั่งมีสามีจึงแยกออกมาจากแม่มาอยู่ข้างนอกจึงหลุดพ้นมาได้ ส่วนลูกสาวก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่า ยายจะมาทำกับหลานแบบนี้เหมือนกับที่เคยทำกับตนมาก่อน ได้สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นลูกก็ไม่กล้าบอก เพราะอยากเรียนหนังสือหลังจบ ป.6 ลูกก็ไม่ได้เรียนต่อเพราะยายอ้างว่าไม่มีเงินส่งเสีย จึงพยายามชักชวนให้ลูกมาอยู่ด้วย แต่ยายไม่ยอมให้มา ลูกก็ไม่กล้าขัดใจยาย จึงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีกระทั่งพบว่า มีการกรกะทำดังกล่าวจึงได้ร้องขอความช่วยเหลือไปยังมูลนิธิปวีณาฯ

ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนางหน่อยผู้เป็นแม่ นางหน่อย ก็ยินยอมให้ น.ส.หนึ่งไปอยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เดินทางไปรับตัว น.ส.หนึ่ง ที่อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในวันที่ 3 ก.ย.ขณะเดียวกันได้ประสาน พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.บางละมุง เพื่อพานางหน่อยไปลงบันทึกประจำวันเพื่อมอบ น.ส.หนึ่งให้อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ โดยประสานบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี ให้รับตัว น.ส.หนึ่ง เข้ารับการคุ้มครองและฟื้นฟูสภาพจิตใจให้ดีขึ้น จนกระทั่ง น.ส.หนึ่ง สภาพจิตใจดีขึ้นและพร้อมที่จะให้ข้อมูลทุกอย่าง โดย น.ส.หนึ่ง ยอมรับว่า ยายติดการพนันและเป็นหนี้นอกระบบ จึงให้ไปหลับนอนกับนายเอก (นามสมมุติ) คนรู้จักของยายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ นางปวีณาจึงให้นางหน่อย ผู้เป็นแม่พาลูกสาวไปแจ้งความที่ สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินคดีกับยายและนายเอกทันที

จากนั้น จึงนำตัว น.ส.หนึ่ง ไปตรวจร่างกายและสอบสหวิชาชีพ พบว่า ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ จึงได้ประสานสถานคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (บ้านเกร็ดตระการ) จ.นนทบุรี รับ น.ส.หนึ่งอยู่ในความดูแล ของบ้านเกร็ดตระการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อีกครั้ง

ต่อมา พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับผู้ต้องหา 2 รายแล้วได้แก่ นายไพรัช มาลัยทอง อายุ 38 ปี คนรู้จักของ ของ น.ส.เสมอ เนียมศรี อายุ 59 ปีผู้เป็นยาย ในข้อหาร่วมกันเป็นผู้แสวงหาประโยชน์โดยการค้าประเวณีกับบุคคลอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี,เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะ ยินยอมหรือไม่ก็ตาม,เป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา หรือพาไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งชายหญิงแม้ผู้นั่นจะยินยอมก็ตาม ก่อนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้สำเร็จ ซึ่ง น.ส.เสมอ เนียมศรี อายุ 59 ปี ผู้เป็นยาย ให้การรับสารภาพว่าเป็นหนี้นอกระบบเงินต้น 60,000 บาท แต่รวมดอกเบี้ยแล้วจำนวนกว่า 100,000 บาท จึงหลอกล่อหลายสาวไปขายบริการให้คนรู้จักเพื่อนนำเงินมาใช้หนี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ต.ค.นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้พานางหน่อยแม่ของ น.ส.หนึ่ง ผู้เสียหาย เดินทางไปที่ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อพบกับพนักงานสอบสวนจะได้สอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนจะทำการขยายผลเพื่อสืบหากลุ่มผู้ซื้อบริการรายอื่น และนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป