ตำรวจปอท.ฝากขังหนุ่มแอดมินเพจดังโจมตีสถาบัน-ศาลให้ประกัน1แสน

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 16:57 น.
ตำรวจปอท.ฝากขังหนุ่มแอดมินเพจดังโจมตีสถาบัน-ศาลให้ประกัน1แสน
ศาลให้ประกัน 1 แสน "หนุ่มแอดมินเพจ" ฝากขังคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โพสต์ข้อความโจมตีสถาบัน-รัฐบาล หลัง ปอท. คุมตัวส่งศาล

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 23 ก.ย.63 พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้ควบคุมตัว นายนรินทร์ กลพงศธร อายุ 31 ปี ชาว กทม. แอดมินเพจ "กูkult"@gukultrebellion ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1425/2563 ลงวันที่ 21 ก.ย.63 คดีพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฯ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.-4 ต.ค.นี้ เนิ่องจากต้องสอบพยานอีก 4 ปาก และรอผลการตรวจพิสูจน์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ , ผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาน่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้

โดยคำร้องฝากขัง ระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค.62 พ.ต.ท.แทน ไชยแสง ผู้กล่าวหา ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี กับผู้ใช้เพจเฟซบุ๊กชื่อ "กูkult"@gukultrebellion ตาม URL:www.facebook.com/ gukultrebellion และผู้ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ส.ค. ผู้กล่าวหาได้ติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มต่อต้านสถาบันเบื้องสูงทางสังคมออนไลน์ พบว่าบัญชีเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวได้โพสต์รูปภาพและข้อความที่มีเนื้อหาในลักษณะต่อต้านสถาบันฯ และรัฐบาล โดยตัดต่อภาพในลักษณะโจมตีสถาบันเบื้องสูง และเป็นโพสต์แบบสาธารณะที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ จำนวน 4 โพสต์ ในเวลาต่างๆกันคือ เมื่อวันที่ 16 ส.ค.เวลา 22.12 น. , วันที่ 13 ส.ค. เวลา 14.53 น. และเวลา 13.30 น. , วันที่ 20 ส.ค. เวลา 13.10 น. และจากการสืบสวนสอบสวน มีพยานหลักฐานน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาเป็นเจ้าของ ผู้ดูแล หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าว จึงได้รวบรวมหลักฐานขอหมายจับ

กระทั่งเมื่อวันที่ 21 ก.ย.63 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท. เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ ที่บ้านใน ซ.อาทรอุปถัมภ์ แขวง-เขตบางซื่อ กทม. ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร และเผยแพร่ หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14(2)(3) อันเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(2)(3)(5) แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 8 ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่กทม.และเกี่ยวเนื่องกันทั่วราชอาณาจักร

ขณะที่ศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้

ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ญาติผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว พร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 100,000 บาท

ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาต ตีราคาประกัน 100,000 บาท โดยไม่มีเงื่อนไขอื่น