หัวอกพ่อแม่!ร้องกอบปราบเชื่อลูกชายถูกจัดฉากฆาตกรรม

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 16:59 น.
หัวอกพ่อแม่!ร้องกอบปราบเชื่อลูกชายถูกจัดฉากฆาตกรรม
พ่อ-แม่ร้องกองปราบช่วงสางคดีลูกชายตายปริศนา เชื่อถูกจัดฉากฆาตกรรม สงสัยฝีมือลูกเลี้ยงตำรวจ หวั่นไม่ได้รับตวามเป็นธรรมหลังพบผลชันสูตรไม่ตรงกับที่ตำรวจในพื้นที่ทำสำนวน

เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายธนิต ชูเป็ง อดีตส.อบจ.ตรัง พานายเวียง สิทคชวัน อายุ 58 ปี และนางเครือวัลย์ สิทคชวัน อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ 9 ต.คลองปาง อ.รัษฎา จ.ตรัง เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. พ.ต.ต.วิสูตร บุญยังมาก สว.สอบสวน กก.6 บก.ป. เพื่อร้องขอให้ทางกองปราบรับโอนคดีนายธนวิชญ์ สิทคชวัน อายุ 24 ปี ลูกชาย นายเวียงที่เสียชีวิตอย่างปริศนาบริเวณคลองสาธารณะ ห่างจากบ้านพักประมาณ 200 เมตร หมู่ 9 ต.คลองปาง อ.รัษฎา เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2562 มาอยู่ในความรับผิดชอบ หลังเชื่อว่าการเสียชีวิตของลูกชายเป็นการจัดฉากฆาตกรรม และเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมทางคดี เนื่องจากผู้ต้องสงสัยเป็นลูกชายบุญธรรมของตำรวจในพื้นที่

นายธนิต กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มี.ค.2562 ได้มีผู้พบศพ นายธนวิชญ์ เสียชีวิตอยู่ในคลองข้างแปลงผัก ในสภาพนอนคว่ำหน้าในคลอง ส่วนขาอยู่บนตลิ่ง ด้านหลังมีรอยถลอก และพบจอบตกอยู่ใกล้กัน หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวน สภ.รัษฎา และแพทย์ตรวจสอบที่เกิดเหตุและสภาพศพลงความเห็นว่าถูกไฟฟ้าดูด ทางครอบครัวจึงนำศพตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด เพราะไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งในระหว่างตั้งบำเพ็ญกุศลได้มีเพื่อนบ้านมาบอกว่า วันเกิดเหตุได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของนายธนวิชญ์ ทางครอบครัวจึงตัดสินใจนำศพส่งไปชันสูตรใหม่ที่ รพ.สงขลานครินทร์ หาดใหญ่ ผลการชันสูตรแพทย์ลงความเห็นว่า เสียชีวิตจากการที่สมองถูกกระแทกด้วยของแข็งไม่มีคม จึงนำผลมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ เพราะเชื่อว่าเป็นการจัดฉากฆาตกรรม ไม่ใช่อุบัติเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร

ทั้งนี้ ทางครอบครัวเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนายธนวิชญ์ คือ นายบี (นามสมมุติ) เพื่อนสนิทที่คบหากันมาตั้งแต่ยังเด็ก เป็นลูกเลี้ยงตำรวจชั้นประทวนนายหนึ่งใน สภ.รัษฎา โดยมีชนวนเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องชู้สาว เนื่องจากก่อนเกิดเหตุสองวันผู้ตาย เคยมาเล่าให้แม่ฟังว่า น.ส.เอ (นามสมมติ) แฟนสาวแอบไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ นายบี ประกอบกับหลังเกิดเหตุ น.ส.เอ ได้แอบหยิบเอาโทรศัพท์ของผู้ตายไปจากที่เกิดเหตุ พอทางครอบครัวเริ่มสงสัยสาเหตุการเสียชีวิต จึงได้ไปขอโทรศัพท์กลับคืนมา พบว่าข้อความจำนวนมากถูกลบหายไป อีกทั้งเมื่อตรวจสอบบริเวณเสาไฟที่เกิดเหตุก็ไม่พบว่ามีไฟรั่วแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าคดีนี้น่าจะมีเงื่อนงำมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อพยายามติดต่อสอบถามความคืบหน้าทางคดีกับทางตำรวจท้องที่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงอ้างว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบจนเวลาล่วงเลยผ่านมากว่า 1 ปี คดีดังกล่าวก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ในวันนี้ทางครอบครัวของผู้ตายจึงตัดสินใจมาเข้าพบตำรวจกองปราบอีกครั้งเพื่อร้องขอให้รับโอนคดีดังกล่าวมาอยู่ในความรับผิดชอบ เพราะเกรงว่าหากยังให้ตำรวจท้องที่ทำคดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

ด้านพนักงานสอบสวนกองปราบเบื้องต้นได้ทำการสอบปากคำผู้ร้องเพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาป็นผู้พิจารณาสั่งการต่อไป