posttoday

ปอศ.ทลายแหล่งพักผงชูรสปลอม จับแก๊งหลอกแบงก์ปล่อยสินเชื่อซื้อคอนโดฯหวังเงินทอน

28 สิงหาคม 2563

ปอศ.ฟิตโชว์จับ2คดีดัง ทลายแหล่งพักผงชูรสปลอมขายถูกกว่าท้องตลาด-จับแก๊งหลอกแบงก์ปล่อยสินเชื่อกู้ซื้อคอนโดหรูหวังเงินทอน

เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่บก.ปอศ. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ ผกก.1 บก.ปอศ. ,พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5บก.ปอศ. พ.ต.ท.คมเทพ เปาอินทร์ รอง ผกก.5 บก.ปอศ.,พ.ต.ท.กริช วรทัต รอง ผกก.5บก.ปอศ.,พ.ต.ท.ภูวเดช จุลกะเสวี สว.กก.5 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ธนวัฒน์ แจ้งสว่าง สว.กก.5 บก.ปอศ., พ.ต.ต.จรัส แก้วสง่า สว.กก.5 บก.ปอศ. และพ.ต.ต.สมชาย เรืองแก้ว สว.กก.5 บก.ปอศ พ.ต.ต.ทศพล กิติลาภ สว.ปฏิบัติราชการ กก.1 บก.ปอศ. ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมคดีสำคัญ 2 คดี

คดีแรก กก.1 บก.ปอศ.ปิดล้อมตรวจค้น 2 จุดทลายแหล่งพักผงชูรสปลอม จุดแรกเข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 42/280 หมู่บ้านทัศนีย์-ลาดหลุมแก้ว ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ก่อนจับกุมตัว นางเมียด (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี และ นายมนัส (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี พร้อมของกลางผงชูรสปลอม เครื่องหมายการค้าของ อายิโนะโมะโต๊ะ จำนวนทั้งสิ้น 3,250 ซอง , ผงชูสกระสอบขนาด 25 กิโลกรัม จำนวน 7 กระสอบ , ซองผงชูรสเปล่า 8,000 ซอง ,กล่องบรรจุผงชูรสเปล่า จำนวน 60 กล่อง เครื่องซีลปากถุง 1 เครื่อง , ตราชั่งดิจิตอล 1 เครื่อง,อุปการณ์อื่นๆที่ใช้ในการบรรจุถุง มูลค่าความเสียหายประมาณ 325,000 บาท และจุดที่สองตรวจค้น บ้านเลขที่ 102 หมู่บ้านลากูน ต.ท้ายเกาะ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จับกุมตัว นายจาตุพล (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี พร้อมของกลางผงชูรสปลอมจำนวน 1,470 ซอง , ซองผงปรุงรสเปล่า 6,000 ซอง กล่องบรรจุเปล่า 40 กล่อง มูลค่าความเสียหายประมาณ 147,000 บาทรวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 472,000 บาท

ปอศ.ทลายแหล่งพักผงชูรสปลอม จับแก๊งหลอกแบงก์ปล่อยสินเชื่อซื้อคอนโดฯหวังเงินทอน

พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าทั้งสองจุดที่เข้าตรวจค้นเป็นผู้ค้ากลุ่มเดียวกันและได้ปลอมผงชูรส ผงปรุงรสออกจำหน่ายให้กับร้านค้าทั่วไปจริง โดยจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาดปกติ ราคากล่องละ 50 บาท โดยจะส่งขายตามร้านค้าและตลาดนัดในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสานเป็นหลัก เข้าข่าย“มีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมฯ และเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ฯ” และนำผู้ถูกจับกุมและของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่สอง กก.5บก.ปอศ. จับกุมนางภิชญาพร อายุ 55 ปี นายพงษ์ปณต อายุ 28 ปี น.ส.กัณณรัตน์ อายุ 44 ปี และน.ส.ปิยนุช อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา เลขที่ 1270 ,1273,1274,1275 /2563 ลงวันที่ 21 ส.ค.63 ร่วมกันฉ้อโกงโดยข้อความอันเป็นเท็จและแสดงตนเป็นคนอื่น,รวมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม,ร่วมกันเอาไปซึ่งเอกสารผู้อื่นและร่วมกันใช้และร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อืนหรือประชาชนและเพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าหรือเบิกถอนเงินสด โดยจับกุมได้ที่บ้านพักย่านปทุมธานี และนนทบุรี

พ.ต.อ.ภาดล กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากจากนายพล และนางติ๋ว (นามสมมุติ) สองผู้เสียหาย ซึ่งมีอาชีพเผาเถ่าขายอยู่ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี และธนาคารไทยพานิชย์ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายหลังนำเอกสารปลอมยื่นกู้ขอสินเชื่อซื้อคอนโดหรูย่านบางบัวทองจังหวัดนนทบุรีกับธนาคารไทยพานิชย์ เสียหายหลายล้านบาท

ปอศ.ทลายแหล่งพักผงชูรสปลอม จับแก๊งหลอกแบงก์ปล่อยสินเชื่อซื้อคอนโดฯหวังเงินทอน

สองผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อปลายปีที่ผ่านมามีหญิงวัยกลางคน 3 ราย ได้มาคิดต่อพูดคุยชักขวนว่าจะหาแหล่งเงินทุนให้ โดยอ้างว่าต้องไปเปิดบัญชีธนาคารให้ก่อนเพื่อทำเรื่องขอสินเชื่อนำมาเป็นเงินลงทุนในการประกอบอาชีพ ด้วยความหลงเชื่อด้วยคาดหวังว่าจะมีเงินมาลงทุน จึงไปเปิดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มกับธนาคาร จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้นำเอาสมุดบัญชีกับบัตรเอทีเอ็มและเอกสารส่วนตัวของผู้เสียหายมาเก็บไว้ โดยอ้างว่าจะนำไปขอสินเชื่อให้ ต่อมาประมาณเดือนเมษายนที่ผ่านมาได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายเร่งรัดหนี้สินของธนาคารไทยพานิชย์  แจ้งว่าผิดนัดชำระค่าผ่อนคอนโดมาเป็นเวลาหลายเดือน (เดือนละ 8,609 บาท ) จากการที่ผู้เสียหายได้ขอสินเชื่อซื้อคอนโดเป็นวงเงิน 2,292,263.17 บาท ผู้เสียหายตกใจเป็นอย่างมากเนื่องจากไม่เคยขอสินเชื่อซื้อคอนโดมาก่อนแต่อย่างใด จึงแจ้งต่อธนาคารและบก.ปอศ.ให้สืบสวน

จากการสืบสวนทราบว่าขบวนการนี้มี 4 ราย แบ่งหน้าที่กันทำตั้งแต่ชักชวนไปเปิดบัญชีธนาคาร, ปลอมแปลงเอกสารรายการเดินบัญชี, หนังสือรับรองเงินเดือน ตลอดจนนำข้อมูลผู้เสียหายเข้าสู่ระบบประกันสังคมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการยื่นขอสินเชื่อคอนโดกับธนาคาร โดยพฤติการณ์อ้างว่ามีตำแหน่งเป็นวิศวกรไฟฟ้าเงินเดือน 56,000 บาท จนธนาคารหลงเชื่ออนุมัติสินเชื่อวงเงินให้กับโครงการคอนโด เมื่อโครงการคอนโดได้รับเงินจากธนาคารแล้ว ก็จะโอนเงินทอนให้กับกลุ่มคนร้ายผ่านบัญชีธนาคารของผู้เสียหายซึ่งคนร้ายถืออยู่ ก่อนนำเงินมาแบ่งกัน ซึ่งทางคนร้ายอาศัยช่องว่างจากนโยบายส่งเสริมการขายของผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีการออกแผนการตลาดให้โปรโมชั่น “คอนโดเงินทอน”แก่ลูกค้า เช่น ซื้อคอนโดราคา 2,000,000 บาท ลูกค้าจะได้รับเงินทอนประมาณ 400,000 บาท ซึ่งกรณีนี้ผู้เสียหายไม่ได้ประสงค์จะขอสินเชื่อแต่อย่างใด ประกอบกับกลุ่มคนร้ายไม่ได้มีเจตนาจะซื้อคอนโดจริง"หวังเพียงเงินทอนส่วนต่าง"ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาหนี้เสีย (NPL) หรือหนี้ที่ไม่ก่อเกิดรายได้อันกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนให้การปฎิเสธนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด

เปิดเงื่อนไขร่วมรัฐบาล เวที NATION ELECTION 2569 ชี้อนาคตการเมือง