กมธ.รุมซักคดี"บอส"ดุเดือด-อัยการขอเวลา 7 วันตอบทุกข้อสงสัย

วันที่ 29 ก.ค. 2563 เวลา 17:15 น.
กมธ.รุมซักคดี"บอส"ดุเดือด-อัยการขอเวลา 7 วันตอบทุกข้อสงสัย
กมธ.รุมซักเดือดคดีสั่งไม่ฟ้อง"บอส อยู่วิทยา"อธิบดีอัยการฯรับปากทุกข้อสงสัยของประชาชนจะมาชี้แจงสัปดาห์หน้า ด้านอดีตผกก.ทองหล่อยันผลตรวจยาเสพติดอยู่ในสำนวนไม่ได้ล่องหน ขณะที่สัปดาห์หน้าเรียกพยานชุดใหญ่ชี้แจง

เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ.ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระสำคัญคือ การเชิญนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ มาชี้แจง กรณีการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ที่ขับรถชนตำรวจสน.ทองหล่อ เสียชีวิตปี 2555 แต่ปรากฏว่า นายเนตรไม่ได้เดินทางมาชี้แจงต่อกมธ. มีนายปรเมศร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญาธนบุรี และนายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 มาชี้แจงแทน

ขณะที่ ฝ่ายตำรวจที่มาชี้แจงต่อกมธ.ได้แก่ พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.สมุทรปราการ อดีตผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.สน.ทองหล่อ เข้าชี้แจง พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าฟังด้วย

ทั้งนี้ เมื่อเริ่มต้นการประชุม กมธ.หลายคนพากันซักถามข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ มากมาย อาทิ นายโรม รังสิมันต์ กมธ.จากพรรคก้าวไกล สอบถามถึงผลตรวจร่างกายนายวรยุทธจากทางโรงพยาบาล ที่พบมีสารโคเคนในร่างกาย แต่เหตุใดจึงไม่มีเรื่องดังกล่าวอยู่ในสำนวนการสอบสวนของตำรวจที่ส่งให้อัยการ และกรณีนายสุเวช หอมอุบล พ่อบ้านของนายวรยุทธ ที่ออกมารับผิดแทนว่าเป็นผู้ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ได้มีการดำเนินคดีอย่างไร แสดงให้เห็นว่า มีการวางแผนให้มีแพะล่วงหน้าใช่หรือไม่

ขณะที่ นายคมเดช ไชยศิวามงคล กมธ.พรรคเพื่อไทย สอบถามว่า เหตุใดตำรวจจึงกลับคำเรื่องความเร็วรถเฟอร์รารี่ของนายวรยุทธ จาก 177 กม./ชม. แต่ 6 ปีต่อมา เปลี่ยนเป็น 80 กม./ชม. ทั้งที่รถราคา 32 ล้านบาท ถ้าขับด้วยความเร็ว 80 กม./ชม.จะเบรกได้ทันที แต่เหตุใดกลับมีรอยลากยาวไป 160 เมตร แสดงว่า มีการบิดเบือนเรื่องความเร็วจริงหรือไม่ และคณะกรรมาธิการกฎหมายและการยุติธรรม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีอำนาจอะไรสั่งการให้อัยการ พิจารณาประเด็นที่นายวรยุทธร้องขอความเป็นธรรม ทั้งที่เดิมอัยการไม่มีการรับคำร้องขอความเป็นธรรมจากนายวรยุทธ

นอกจากนั้น นายสุทัศน์ เงินหมื่น กมธ.พรรคประชาธิปัตย์ สอบถามว่า เหตุใดตำรวจจึงไม่แย้งคำสั่งอัยการที่สั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าว และขอให้กมธ.ใช้อำนาจเรียกคณะกมธ.กฎหมายฯ สนช. มาให้ข้อมูลต่อกมธ.ว่า เหตุใดจึงส่งหลักฐานให้อัยการดำเนินการรับคำร้องขอความเป็นธรรมจากนายวรยุทธ ทั้งที่กมธ.ชุดดังกล่าวไม่มีอำนาจในการสอบหาพยานหลักฐานใด ๆ และนายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ กมธ.พรรคเพื่อไทย ซักถามถึงกรณีที่อัยการเปลี่ยนแปลงการสั่งคดีจากที่เคยสั่งฟ้องนายวรยุทธ มาเป็นสั่งไม่ฟ้อง

พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.สมุทรปราการ อดีต ผกก.สน.ทองหล่อ ชี้แจงว่า เรื่องรายงานการตรวจสารแปลกปลอมในร่างกายนายวรยุทธอยู่ในสำนวนตำรวจที่ส่งให้อัยการครบถ้วน แต่เหตุที่ไม่มีการสั่งฟ้องในข้อหานี้ เพราะเป็นดุลยพินิจของคณะพนักงานสอบสวนหลายคน รายละเอียดเหล่านี้ ขอไปชี้แจงต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่สตช.ตั้งขึ้น ส่วนเรื่องนายสุเวช หอมอุบล พ่อบ้านที่ออกมารับผิดแทนนายวรยุทธนั้น ได้ดำเนินดคีแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จไปแล้ว ซึ่งศาลตัดสินลงโทษไปแล้ว

สำหรับ ข้อสงสัยที่ว่า มีการเตี๊ยมกันให้นายสุเวชเป็นแพะคงไม่ใช่ จากการสอบสวนนายสุเวชให้การไม่ได้เลย ไม่น่าจะใช่การเตี๊ยมให้รับผิดแทน ส่วนที่นายสุเวชยอมรับผิดแทน เนื่องจากเป็นพ่อบ้านที่คอยติดตามนายวรยุทธ มีหน้าที่ขับรถตามนายวรยุทธ แต่ที่ออกมารับผิดแทน เพราะเป็นหนี้บุญคุณพ่อของผู้ต้องหา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรอหมายเข้าไปตรวจค้นบ้านในวันเกิดเหตุ เห็นสมุดบันทึกเข้าออกภายในบ้านที่อยู่บนป้อมยาม พบว่า มีการบันทึกว่า นายวรยุทธขับรถออกจากบ้านไปตอน 05.00 น.และกลับเข้ามาในเวลาไม่นานหลังเกิดเหตุ จึงสันนิษฐานนายวรยุทธเป็นผู้ต้องหา ไม่ใช่นายสุเวชที่ไม่มีบันทึกการเข้าออก ซึ่งนายสุเวชก็ยอมรับต่อมาว่า ไม่ใช่คนขับรถคันดังกล่าว แต่เป็นนายวรยุทธเป็นผู้ขับขี่

นอกจากนั้น ระหว่างเข้าไปตรวจค้นบ้านนายวรยุทธ พบรถคันก่อเหตุ มีร่องรอยความเสียหาย คนในบ้านยอมรับว่า นายวรยุทธเป็นคนขับ จึงนำตัวนายวรยุทธไปสอบสวน พร้อมขอให้เปิดเสื้อดูรอยบาดแผลว่า มีการขับรถเร็วเกินกว่ากำหนดจริงหรือไม่ เนื่องจากแอร์แบ็คในรถแตก

นายปรเมศร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญาธนบุรี ชี้แจงว่า สำนวนคดีนายวรยุทธมีทั้งหมด 4 แฟ้ม 5 ข้อหา แต่อัยการ 7 คนที่สำนักงานอัยการสูงสุดตั้งขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง ไม่เคยเห็นสำนวนทั้งหมดมาก่อน เพราะไม่ได้ดูคดีนี้ตั้งแต่แรก ขณะนี้อัยการทั้ง 7คน อยู่ระหว่างตรวจสอบสำนวนโดยละเอียด จึงขอเลื่อนการตอบคำถามต่าง สัปดาห์หน้าจะชี้แจงทุกคำถาม ทุกคำถามต้องมีคำตอบ และยืนยันว่า ไม่มีใครแทรกแซงการทำงานได้ เราไม่ได้สอบเพื่อปกป้องคนสั่งหรือคนผิด แต่สอบเพื่อชี้แจงต่อประชาชนให้ได้ ไม่ต้องห่วงจะปกป้องใคร

ด้าน พล.ต.ท.ชนสิษฐ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า คดีนี้แม้แต่ตนและผบ.ตร.ก็ยังสงสัย ทำไมไม่สั่งฟ้อง วันนี้หน่วยงานต่างๆตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนถึง 3 ชุด จึงขอเวลาในการสอบสวนข้อมูลทั้งหมดก่อน แล้วจะมาชี้แจงต่อกมธ.ในสัปดาห์หน้า พร้อมกับอัยการ

จากนั้น ในช่วงท้ายของการประชุม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานกรรมาธิการกิจการศาลฯ เสนอต่อที่ประชุมว่า การพิจารณาคดีดังกล่าว อยากให้ กมธ. 3คณะ คือ กมธ.กฎหมาย กมธ.ศาล องค์กรอิสระ อัยการ และกมธ.ตำรวจ มาร่วมกันพิจารณาพร้อมกันในวันพุธที่ 5 ส.ค. เพื่อจะได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงในคราวเดียว โดยที่ประชุมกมธ.กฎหมาย เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว อีกทั้งมีการเสนอให้เรียกพล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีตประธานกมธ.กฎหมาย สนช. นายสมัคร เชาวภานันท์ ทนายความนายวรยุทธ นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด นายฤชา ไกรฤกษ์ รองอธิบดีอัยการมาชี้แจง

พ.ต.ท.ชวลิต เลาหอุดมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะอดีตนายตำรวจพิสูจน์หลักฐานคดีดังกล่าว นายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพะจอมเกล้าพระนครเหนือ ผู้ที่ยืนยันรถนายวรยุทธใช้ความเร็ว 80กม./ชม. ตลอดจนคณะกรรมการ 3 คณะ ที่ตั้งขึ้นมาสอบสวนตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี อัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)มาชี้แจงกับกมธ.3 ชุดในวันที่ 5 ส.ค.ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ