ถกนัดแรกคณะทำงานอัยการสูงสุดสอบปมสั่งไม่ฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" คาด7วันได้ข้อสรุป!

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 14:59 น.
ถกนัดแรกคณะทำงานอัยการสูงสุดสอบปมสั่งไม่ฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" คาด7วันได้ข้อสรุป!
คาด 7 วันคณะทำงานตรวจสอบฯสั่งไม่ฟ้อง."บอส อยู่วิทยา" ได้ข้อสรุป แจงหากมีหลักฐานใหม่อัยการสามารถเปลี่ยนความเห็นคำสั่งได้ และ ไม่ตัดสิทธิ์ผู้เสียหายฟ้องเองต่อศาล

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 63 นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยในการประชุมนัดแรกของคณะทำงานตรวจสอบการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยระบุว่า อัยการได้เรียกสำนวนจากสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้เพื่อประกอบการพิจารณาว่าสั่งสำนวนคดีดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ และเป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้องของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือไม่ รวมถึงเหตุผลในการสั่งฟ้องว่าเป็นอย่างไร

ซึ่งนายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด ในฐานะประธานคณะกรรมการฯคาดว่าจะพิจารณาเร่งรัดให้แล้วเสร็จได้ภายใน 7 วัน แต่จะได้ข้อสรุปอย่างไรยังไม่สามารถให้คำตอบได้

ส่วนข้อสงสัยในประเด็นความสมเหตุสมผลของพยาน 2 ปาก คณะกรรมการจะนำเข้าพิจารณาด้วยหรือไม่นั้น ยังสามารถเปิดเผยได้เช่นกันเพราะคณะกรรมการเพิ่งเริ่มต้นการพิจารณาโดยจะยึดตามสำนวนคดี

"ส่วนประเด็นว่าจะรื้อสำนวนคดีมาสอบสวนใหม่ได้หรือไม่ ในกรณีที่อัยการและตำรวจเห็นตรงกันว่าไม่ฟ้องคดีดังกล่าวนั้น ยังเร็วเกินไปที่จะตอบแต่ขอให้รอดูคณะกรรมการพิจารณาว่าจะได้ข้อสรุปออกในทิศทางใด หรือในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าสั่งไม่ฟ้องก็จะต้องดูกรอบและข้อกฎหมาย เพราะหากยึดตามหลักกฎหมาย พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง และทางผบ.ตร.เห็นพ้องต้องกันในคำสั่งนั้นก็ให้ถือว่าจบในการสั่งครั้งนั้น"นายประยุทธ กล่าว

นายประยุทธ กล่าวอีกว่า ตามขั้นตอนของกฎหมายการสั่งไม่ฟ้องของอัยการที่ ผบ.ตร.เห็นชอบ จะต่างกับการพิพากษาของศาล ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วจะไม่สามารถรื้อคดีได้ เพราะจะถือเป็นการฟ้องซ้ำ แต่ในส่วนของอัยการ หากเป็นกรณีที่มีพยานหลักฐานใหม่ก็สามารถเปลี่ยนความเห็นคำสั่งใด หรือไม่ตัดสิทธิ์ผู้เสียหายที่จะฟ้อง ตามป.วิอาญา ซึ่งสามารถไปฟ้องเองได้ตามมาตรา 28

"เรียนว่าขณะนี้คณะทำงานที่อัยการสูงสุดแต่งตั้ง ก็ต้องการที่จะหาข้อเท็จ ข้อจริง ข้อกฎหมายทุกอย่างเพื่อจะตอบสังคมไม่ว่ามิติใดๆ ผมเชื่อว่าเป็นภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุดที่จะต้องสื่อสารและตอบสังคมว่าสั่งอย่างนี้ ไม่สั่งอย่างนี้เพราะอะไร ยังไง รวมทั้งประเด็นที่กำลังประชุมที่จะดูว่าสั่งชอบด้วยข้อเท็จจจริง ชอบด้วยข้อกฎหมาย เป็นตามระเบียบมีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ ทั้งหมดนี้ก็ต้องการให้เกิดความกระจ่างแจ้งกับสังคม ซึ่งเป็นภารกิจที่สำนักงานอัยการสูงสุดต้องกระทำ" นายประยุทธกล่าว