จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์"นวัคคหายุสมธัมม์"เฉลิมพระเกียรติในหลวง

วันที่ 26 ก.ค. 2563 เวลา 18:41 น.
จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์"นวัคคหายุสมธัมม์"เฉลิมพระเกียรติในหลวง
กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีเจริญนวัคคหายุสมธัมม์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา

เมื่อวันที่ 26 ก.ค.กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีเจริญนวัคคหายุสมธัมม์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ณ พระอุโบสถวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร โดยมี พระธรรมไตรโลกาจารย์ เจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐฯเป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ พร้อมกันนี้มีข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

นายอิทธิพล กล่าวว่า ในส่วนกลางจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ นวัคคหายุสมธัมม์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่วัดราชประดิษฐฯและถวายพระราชกุศล เพื่อบำรุงขวัญและกาลังใจให้พุทธศาสนิกชนที่เป็นพสกนิกรภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดี และสานึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยการนำหลักธรรมจากบทพิธีเจริญนวัคคหายุสมธัมม์ มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ประชาชนมีความสามัคคี ปรองดอง ด้วยการทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาร่วมกัน โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ

ทั้งนี้ ในส่วนภูมิภาค ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระเจดีย์ หรือพระพุทธรูปสาคัญประจำจังหวัด โดยปฏิบัติตามคำแนะนำด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมสำหรับศาสนสถาน ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวัฒนธรรม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในสถานที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้นพแนวคิด ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน รักษาสืบทอดสถาบันหลักของประเทศให้ประชาชนเกิดความภาคภูมิใจ ความรักและหวงแหน เกิดความเลื่อมใสศรัทธา ในสถาบันศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์

ด้านนายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า การสวดมนต์ หรือการเจริญพระพุทธมนต์ มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยเชื่อว่าสามารถช่วยป้องกันภัยอันตราย และทำให้เกิดความสุขสวัสดี เมื่อผู้สวดมนต์สวดด้วย ความเคารพศรัทธาพร้อมกับแผ่เมตตา และทำใจให้สงบเป็นสมาธิก็จะทำให้พระปริตรนั้นมีพลังและอานุภาพยิ่งขึ้น การสวดพระปริตรหรือพระพุทธมนต์อันเกี่ยวเนื่องกับหลักโหราศาสตร์ที่เรียกว่า ดาวนพเคราะห์ประจาวันทั้ง 9

ทั้งนี้ ประกอบด้วย วันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันเสาร์ วันราหู (วันพุธกลางคืน) และวันที่สมมติอีก 1 วัน ที่มีนามว่า พระเกตุ ทำหน้าที่คุ้มครองบุคคลที่ไม่ทราบวันเกิด ซึ่งหลักคัมภีร์ทางโหราศาสตร์กล่าวไว้ว่า ในวันทั้งเจ็ดนี้ มีเทวดาคุ้มครองเกี่ยวข้องด้วยกำเนิดมนุษย์ อันอาจส่งผลให้เกิดคุณ เกิดโทษ ทาให้เกิดทุกข์ โศก โรคภัย หรือทำให้เกิด ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง และอายุยืนยาวหรือสั้นได้ ซึ่งตามโบราณประเพณี เมื่อบุคคลอันเป็นที่เคารพนับถือมีอายุครบปี นักษัตร หรือรอบปีที่เป็นวาระสาคัญๆ ควรที่จะได้มีการบำเพ็ญกุศลครั้งใหญ่เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล มีความเจริญรุ่งเรือง อันเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายคนดีตามหลักธรรม

บทความแนะนำ