"ศรีสุวรรณ"จี้สรรพากรสอบเงินบริจาค "ฌอน" ใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่

วันที่ 29 มิ.ย. 2563 เวลา 09:28 น.
"ศรีสุวรรณ"จี้สรรพากรสอบเงินบริจาค "ฌอน" ใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่
"ศรีสุวรรณ"ยื่นคำร้องถึงอธิบดีกรมสรรพากรให้ตรวจสอบการยื่นแบบรายได้ประจำปีของ "ฌอน บูรณะหิรัญ" ว่าใช้เงินบริจาคตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่สังคมออนไลน์ วิพากษ์วิจารณ์ กรณี นายฌอน บูรณะหิรัญ แสดงการรับเงินบริจาคกว่า 8 แสนบาท แต่ปรากฎว่ามีการนำไปใช้บริจาคช่วยโควิด-19 ไม่ช่วยไฟป่าตามวัตถุประสงค์ขอรับเงินบริจาค และนำเงินไปผลิตสื่อเพื่อประโยชน์ส่วนตนกว่า 2.5 แสนบาท อีกทั้งยังไม่มีการเปิดเผยยอดบัญชีรายรับเงินบริจาคนั้น

มีการตั้งข้อสังเกตของประชาชนทั่วไปว่าเอกสารหลักฐานที่ฌอนนำออกมาชี้แจงนั้น ส่วนใหญ่เน้นที่การจัดทำสื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตนเอง และการซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อนำไปช่วยโควิด-19 โดยช่วยโรงพยาบาลต่างๆหลายจังหวัด ไปจนถึง อ.แว้ง จ.นราธิวาส มิได้เป็นการนำเงินบริจาคไปเพื่อวัตถุประสงค์ของการช่วยดับไฟป่าที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นการเฉพาะตามที่แจ้งในเพจส่วนตัวตอนขอรับบริจาคแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการรับบริจาค อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตาม ปอ.มาตรา 341

นอกจากนั้น รายการค่าใช้จ่ายตามหลักฐานใบเสร็จที่นำมาแสดง ปรากฏว่าบางบิลเป็นชื่อบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นการนำไปแอบอ้างการเคลมภาษีเพื่อขอยกเว้นภาษีหรือลดประจำปีของบริษัทดังกล่าวได้ ซึ่งหากทำเช่นนั้นจริงย่อมมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตาม ปอ.มาตรา 172 ประกอบ พรบ.ประมวลรัษฎากร 2481 ได้

ทั้งนี้ผู้ที่จะต้องตรวจสอบการใช้จ่ายเงินบริจาคดังกล่าว ว่ามีการรับ-การจ่ายเงินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการรับบริจาคทุกบาท ทุกสตางค์หรือไม่นั้น คือ กรมสรรพากร ซึ่งจะสามารถชี้ให้เห็นว่าเงินบริจาคทั้งหมดมีแค่ 8 แสนกว่าบาทจริงหรือมีมากกว่านั้น มีการนำเงินบริจาคไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและหรือใช้ในนามบริษัท แล้วนำมาแอบอ้างเป็นการบริจาคส่วนตัวหรือบริจาคโดยบริษัท มิได้กล่าวถึงการรับบริจาคมาหรือไม่ อย่างไร

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงได้ทำคำร้องเป็นหนังสือส่งไปยังอธิบดีกรมสรรพากร เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมาย ในการตรวจสอบการยื่นแบบรายได้ประจำปีของ ฌอน บูรณะหิรัญ และบริษัทที่ปรากฏในบิลว่ามีการแสดงแบบรายได้-รายจ่ายเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง หรือมีการแอบอ้างการใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการรับบริจาคดังกล่าวหรือไม่ต่อไป