เปิดคำร้องฝากขังแก๊งค้าปืนเถื่อนออนไลน์มีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่

วันที่ 20 มิ.ย. 2563 เวลา 17:25 น.
เปิดคำร้องฝากขังแก๊งค้าปืนเถื่อนออนไลน์มีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่
กองปราบฝากขัง แก๊งค้าปืนเถื่อนออนไลน์"บันไรกัน เอฟซี"ญาติผู้ต้องหากำเงินแสนขอประกัน ศาลอนุญาตให้ยื่นคนละ3แสนบาท

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 20 มิ.ย.63 พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้คุมตัว นายปริญญา เอี่ยมละมัย อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 , นายพัฒนะ การะเกตุ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 , นายเทพพร แก้วพระอินทร์ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 , นายสมยศ อยู่เจริญ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 , นายวรายุ กะลำพา อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาที่ 5 , นายศรศักดิ์ นาระหัส อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาที่ 6 , นายสิธร ศรีใส อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาที่ 7 , นายวรวุฒิ พิมพ์สา อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 8 , นายธนพัฒน์ ค้องรัมย์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาที่ 9 คดีค้าปืนเถื่อนออนไลน์ มามายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.- 1 ก.ค.นี้ เนื่องจากต้องสอบพยานอีก 20 ปาก และรอผลตรวจสอบประวัติอาชญากรผู้ต้องหา , ผลตรวจพิสูจน์ของกลาง โดยพนักงานสอบสวน ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีมีการกระทำเป็นเครือข่าย หากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้

โดยพฤติการณ์สรุปว่า ผู้ต้องหาทั้งหมด ร่วมกันสร้างเพจ "บันไรกัน เอฟซี. หรือ 7 ไก่จ๋ามาแว้ว" ทางช่องยูทูป ชาแนล (youTube) และแอพพริเคชั่น LINE เพื่อจำหน่ายอาวุธปืนเถื่อน เครื่องกระสุน และเครื่องระเบิด โดยมีแอดมินหลัก 5 คน คือ ผู้ต้องหาที่ 1-4 , 6 คอยดูแล โดยนายปริญญา ผู้ต้องหาที่ 1 จะมีหน้าที่รีวิว แนะนำ และสาธิตการใช้อาวุธปืนให้แก่สมาชิก และผู้สนใจ ส่วนแอดมินอื่นจะช่วยกันติดต่อดูแลการรับโอนเงิน เข้าบัญชีธนาคาร ของลูกค้า

ส่วนนายศรศักดิ์ผู้ต้องหาที่ 6 มีหน้าที่ปล่อยกู้เงินและการผ่อนชำระเงินของลูกค้าเพื่อใช้ซื้อสินค้า โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะขายอาวุธปืนไม่มีทะเบียนหลากหลายชนิด อาทิ ปืนยาวอัดลมแบบบีบีกันกระบอกละ 10,000 บาท , ปืนไทยประดิษฐ์แบบหักลำกล้องกระบอกละ 7,500 บาท , ปืนไทยประดิษฐ์แบบลูกโม่ขนาด.32 และ.38 กระบอกละ 10,000 บาท , ปืนบาเร็ตต้า กระบอกละ 26,000 -28,000 บาท และระเบิดที่ใช้ในสงคราม ลูกละ 5,000 บาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้สืบสวน และติดต่อล่อซื้อสินค้าจากลุ่มผู้ต้องหา และขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา โดยชุดปฏิบัติการพิเศษ หนุมาน กองปราบปราม ได้ร่วมกันติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลางหลายรายการ อาทิ ปืนไทยประดิษฐ์ไม่มีทะเบียนรวม 11 กระบอก สิ่งเทียมอาวุธ อุปกรณ์ส่วนควบ 30 รายการ กระสุน 600 นัด ส่งพนักงานสอบสวนกองปราบปรามดำเนินคดีข้อหาร่วมกันทำและมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีและจำหน่ายอาวุธปืนให้แก่ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อหรือมีและใช้อาวุธปืนและกระทำการเป็นอั้งยี่ ชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาที่ 1-4 ,6 รับสารภาพ ส่วนผู้ต้องหาที่ 5,7-9 ให้การปฏิเสธ

ขณะที่ศาล พิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาญาติของผู้ต้องหาทั้งหมดได้ยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์ ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง ซึ่งศาลพิจารณาแล้ว ก็มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้งหมดประกันตัวไปโดยตีราคาประกันคนละ 300,000 บาท