กลาโหมเผยแผนปฏิรูปกองทัพ ลดกำลังทหาร ใช้ข้าราชการพลเรือนแทน

วันที่ 15 มิ.ย. 2563 เวลา 11:15 น.
กลาโหมเผยแผนปฏิรูปกองทัพ ลดกำลังทหาร ใช้ข้าราชการพลเรือนแทน
โฆษกกลาโหมเผยแผนปฏิรูปกองทัพ ลดจำนวนอัตราข้าราชการทหารแก้ความคับคั่งเรื่องชั้นยศ พร้อมรับข้าราชการพลเรือนเข้ามาทำหน้าที่ที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทาง

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 63 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม (กห.) เปิดเผยถึงการปฏิรูปกองทัพ มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดย กห.ได้จัดกลุ่มภารกิจงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง และให้น้ำหนักกับภารกิจของภัยจากสงครามรูปแบบใหม่มากขึ้น โดยได้ปรับปรุงโครงสร้างและอัตรากำลังของทุกเหล่าทัพให้มีขนาดที่เหมาะสม และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถรองรับภัยคุกคามด้านความมั่นคงในมิติต่างๆ ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

โดยในปี 63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการปฏิรูปกองทัพและส่งเสริมการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล ให้นำกำลังพลสำรองเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราวและนำข้าราชการพลเรือนกลาโหมมาบรรจุรับราชการ เพื่อทดแทนการบรรจุกำลังทหารประจำการ

กระทรวงกลาโหมได้ปฏิรูประบบงานกำลังพล โดยตั้งเป้าหมายในการปรับลดอัตรากำลังทหารประจำการลง ด้วยเงื่อนไขไม่เพิ่มจำนวนข้าราชการและงบประมาณ บนพื้นฐานการบริหารจัดการงานหลักๆ ทั้งด้านสมรรถนะ ด้านผลงาน ตลอดจนด้านคุณธรรมและความเป็นมืออาชีพ

ความคืบหน้าของการนำระบบข้าราชการพลเรือนกลาโหมมาใช้ เพื่อลดจำนวนอัตราข้าราชการทหารและแก้ปัญหาความคับคั่งในแต่ละชั้นยศ โดยเฉพาะชั้นยศระดับสูงในอนาคตนั้น ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว เมื่อ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะสามารถบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนให้รับราชการในกลาโหม โดยมีตำแหน่งที่มิใช่อัตราทหารและไม่มีชั้นยศ ได้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 64 เป็นต้นไป เพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทางในกลุ่มลักษณะงานต่างๆ เช่น ด้านการแพทย์ ด้านกฎหมาย ด้านการงบประมาณและการบัญชี ด้านครูอาจารย์ นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ ด้านธุรการและอื่นๆ

สำหรับความคืบหน้าการนำกำลังสำรอง เข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราวในหน่วยรบและหน่วยสนับสนุนการรบนั้น ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการสัญญาจ้างแล้วตั้งแต่ เม.ย.ที่ผ่านมา และจะดำเนินการสมัครและสอบคัดเลือกครบทุกเหล่าทัพให้เสร็จภายในปีงบประมาณ 63 โดยจะดำเนินการในรูปแบบสัญญาจ้างระยะเวลา 4-8 ปี เพื่อให้ได้กำลังพลสำรองที่มีอายุน้อย ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ทดแทนการบรรจุข้าราชการทหารประจำการในหน่วยรบ ซึ่งจะเป็นการประหยัดและลดภาระผูกพันงบประมาณด้านบุคลากรในระยะยาว

บทความแนะนำ