"พันธ์ยศ" นำตร.โชคชัย4 เก็บหลักฐาน เอาผิด แก๊งหน้ากากผี บุกรุก-ข่มขู่-ลักทรัพย์

วันที่ 23 พ.ค. 2563 เวลา 11:06 น.
"พันธ์ยศ" นำตร.โชคชัย4 เก็บหลักฐาน เอาผิด แก๊งหน้ากากผี บุกรุก-ข่มขู่-ลักทรัพย์
"พันธ์ยศ" นำตำรวจ สน.โชคชัย 4 เข้าเก็บรวบรวมหลักฐานเอาผิด แก๊งหน้ากากผี บุกรุก-ข่มขู่-ลักทรัพย์ ที่ทำการพรรคภราดรภาพเก่า ลั่น จะร่วมมือจนท. จัดการเเก๊งลวงโลกนี้ให้ยุติโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานสถาบันพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย-จีน และ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ เปิดเผยว่า ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย 4 เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมหลังเเจ้งความเเก๊งหน้ากากผีบุกรุกใช้พื้นที่ของตนเเละลักทรัพย์รวมทั้งข่มขู่คุกคามพนักงานของตน โดยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ร่วมกับตนเพื่อรวบรวมเป็นหลักฐานในสำนวนคดี ทั้งนี้ ตนเป็นผู้ครอบครองบ้านเลขที่ 536/6 หมู่ที่ 5 แขวงสะพานสูง เขต วังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเคยใช้เป็นที่ตั้งของพรรคภราดรภาพเเละช่วงกลางเดือนก.พ.2563 ถูกแก๊งหน้ากากผี เข้ามาบุกรุกในบ้านหลังนี้

“แม้ว่าผมจะลาออกจากการเป็นสมาชิกและประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพแล้วเเต่เรื่องนี้ถือว่าสังคมควรจะต้องรับรู้ว่าความวุ่นวายต่างๆเกิดขึ้น เนื่องจากมีกลุ่มต่างๆเหล่านี้ทำงานเป็นกระบวนการอย่างแนบเนียน อีกทั้งในวันเกิดเหตุคนพวกนี้ยังพกพาอาวุธปืน เข้าไปยังที่ทำการของพรรคภราดรภาพในตอนนั้นโดยไม่มีเหตุอันควร และนำมาใช้ข่มขู่พยานที่เป็นคนของผมในที่เกิดเหตุทำให้หวาดกลัว เพื่อไม่ให้พยานนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาบอกกับผม แต่โชคยังดีที่มีการห้ามปรามเอาไว้ จึงไม่ได้มีใครได้รับอันตราย”นายพันธ์ยศกล่าว

นายพันธ์ยศ กล่าวว่า ทราบว่าคนทั้งหมดที่บุกรุกนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งในทางธุรกิจ หลากหลายที่ลวงโลกเพราะข้อมูลที่ตนมีอยู่พบว่าแก๊งหน้ากากผียังทำธุรกิจสีดำและสีเทา มีการนำไปโพสต์ในสังคมออนไลน์เพื่อตั้งใจจะหลอกลวงเหยื่อโดยการนำเสนอขายสินค้าหลายอย่างทั้งถูกเเละผิดกฎหมาย ผ่านทางไลน์ตามที่ตนได้ให้หลักฐานกับทางพนักงานสอบสวนไปบ้างเเล้ว

นายพันธ์ยศ กล่าวว่า ตอนนี้แก๊งหน้ากากผีและแก๊งกักตุนสินค้าได้ร่วมมือวางแผนให้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นขณะนี้มีตัวละครเพิ่มมาอีก 1 คน ที่เเอบอ้างตัวเองว่าเป็นนายตำรวจยศร้อยตำรวจโทเเละใกล้ชิดผู้ใหญ่โดยพฤติกรรมของคนเหล่านี้ที่หลอกสังคมมาหลายครั้งเเละสร้างความเดือดร้อนให้กับตนและครอบครัวเป็นอย่างมากเพราะไปลวงสังคมว่า ตนร่วมขบวนการนี้ด้วย

นายพันธ์ยศ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นภัยต่อสังคม ตนจึงต้องทำหน้าที่ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง คนพวกนี้ทำผิดกฎหมาย หลอกสังคม พยายามจะโยนความผิดไปให้ บุคคลอื่นอยู่ตลอดเวลา ยอมรับว่าที่ผ่านมาตนได้เคยให้โอกาสกับบุคคลในกลุ่มนี้หลายคนนำประสบการณ์และความรู้ ไปประกอบอาชีพได้อย่างสุจริต แต่กลับถูกคนกลุ่มนี้กล่าวหาและชี้เป้าขบวนการต้มตุ๋นสังคมมาที่ตนเพียงคนเดียว ดังนั้นตนจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อจัดการเเก๊งลวงโลกนี้ให้ยุติโดยเร็ว