"กทม." เสนอปลดล็อก 8 สถานที่ให้เปิดได้ 1พ.ค.นี้

วันที่ 28 เม.ย. 2563 เวลา 13:14 น.
"กทม." เสนอปลดล็อก 8 สถานที่ให้เปิดได้ 1พ.ค.นี้
กทม.เสนอแนวทางผ่อนปรนสถานที่ 8 ประเภทสามารถเปิดได้ 1 พ.ค.นี้ มีทั้งร้านอาหาร-ร้านตัดผม เสริมสวย-สถานที่ออกกำลังกาย-คลินิกสัตว์ ร้านตัดขน-สวนสาธารณะ-สนามกอล์ฟ ฝึกซ้อม-ตลาด

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 63 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ว่า กรุงเทพมหานครเตรียมออกมาตรการผ่อนปรน จากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เม.ย.นี้ โดย กทม. เสนอแนวทางผ่อนปรน 8 ประเภทสถานที่ให้สามารถเปิดได้ โดยต้องทำตามมาตรการที่กำหนด ดังนี้

1.ร้านอาหาร นั่งทานที่ร้านได้แต่ต้องจัดที่นั่งห่างกัน 1.5 เมตร และห้ามมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดตามเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

2.ตลาด และตลาดนัด ให้ขายสินค้าได้ทุกประเภท

3.สถานที่ออกกำลังกาย เป็นประเภทที่มีระยะห่างกัน รวมถึงศูนย์กีฬาและศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครจะเปิดบริการ ให้เข้าไปออกำลังกายได้เฉพาะกีฬาที่ไม่ใกล้ชิดกัน เช่น เดิน วิ่ง สนามแบตมินตัน เทนนิส เทเบิลเทนนิส เป็นต้น ไม่อนุญาตกีฬาประเภททีม เช่น ฟุตบอล ซอฟบอลวอลเลย์บอล บาสเกตบอล กีฬาที่ต้องใกล้ชิดกัน

4.สวนสาธารณะ ให้เข้าใช้ออกกำลังกาย พักผ่อนได้ แต่ห้ามจับกลุ่มสังสรรค์

5.ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย อนุญาตเฉพาะ ตัด สระ ไดร์ เท่านั้น และต้องหยุดทำความสะอาดฆ่าเชื้อทุกๆ 2 ชม. ให้จองคิวเข้ารับบริการ ไม่ให้มีการนั่งรอในร้าน ช่างใส่หน้ากากและ Face Shield ด้วย

6.ร้านตัดขนสัตว์ และคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ นำสัตว์เข้าร้านได้ 1คน/1ตัว เท่านั้น และหยุดทำความสะอาดฆ่าเชื้อทุกๆ 2 ชม.

7.คลินิก และสถานพยาบาล

8.สนามกอล์ฟ และสนามฝึกซ้อม

"ทั้ง 8 ประเภทสถานที่จะต้องมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ให้มีการวัดอุณหภูมิ ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล ก่อนเข้า และจัดระยะห่างระหว่างบุคคล 1.5-2 เมตร หากไม่ปฏิบัติตามมาตรการนี้ก็จะสั่งปิดทันที โดยกรุงเทพมหานครได้เสนอมาตรการดังกล่าวนี้ต่อรัฐบาลแล้ว และจะนำเข้าประชุมในคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 29 เม.ย.63 เพื่อเตรียมออกมาตรการหลังจากวันที่ 30 เม.ย. 63 ต่อไป"ผู้ว่าฯกทม. กล่าว

ผู้ว่าฯกทม.กล่าวอีกว่า สำหรับการห้ามขายสุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึงวันที่ 30 เม.ย.63 จะมีการขยายต่อไปหรือไม่นั้น ต้องรอความชัดเจนจากทางรัฐบาลที่เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้