รองโฆษกตร.เผยจ่อให้ออกจากราชการ "สารวัตร" โกงเงินงานศพตำรวจ

วันที่ 27 เม.ย. 2563 เวลา 18:01 น.
รองโฆษกตร.เผยจ่อให้ออกจากราชการ "สารวัตร" โกงเงินงานศพตำรวจ
รองโฆษกตำรวจเผย ผลสอบพบมีมูลความผิดจริง จ่อให้ออกจากราชการ "สารวัตร" ยักยอกเงินงานศพตำรวจ พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 63 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตำรวจ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี พ.ต.ต.ธีร์ธดลว์ สารวัตรฝ่ายฌาปนกิจสงเคราะห์ กองสวัสดิการตำรวจ ยักยอกเงินฌาปนกิจและค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ ว่า ในการดำเนินการทั้งในส่วนของวินัยและทางคดีอาญา ในความผิดทางวินัยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า มีมูลในการกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริง

ขณะนี้ทางคณะกรรมการจะมีการสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จากนั้นจะมีการพิจารณาให้ออกจากราชการไว้ก่อน การไล่ออก หรือปลดออก ตามที่มีการดำเนินการมาโดยตลอดตั้งแต่เดือนมีนาคม ในส่วนการดำเนินคดีอาญาเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน พิสูจน์ทราบความผิดต่อไป

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า เบื้องต้นมีการแจ้งความข้อหาความผิดฐานยักยอกทรัพย์ โดยจะมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ กรณีนายตำรวจท่านนี้ ไม่นำเงินที่จะต้องนำส่งหลวง และกรณีที่มีการสั่งของจากร้านต่างๆ แต่ยังไม่ชำระราคาตามที่ตกลงกันไว้ กรณีที่เกิดขึ้นไม่เจาะจงกับการฌาปนกิจข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ในเหตุการณ์ที่ จ.นครราชสีมา เพราะยังมีเงินค่าธรรมเนียมที่เก็บมาจากการจัดการค่างานศพ ที่ต้องนำส่งหลวง

ส่วนเงินสั่งค่าอาหารเบื้องต้นทราบว่ามีผู้เสียหาย 3 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ เบื้องต้นทราบว่า ในส่วนของเงินกองสวัสดิการมีการยักยอกไปประมาณ 600,000 กว่าบาท ส่วนกรณีการสั่งสิ่งของจากร้านค้าน่าจะประมาณหลักหมื่นบาท

รองโฆษกตร.กล่าวว่า สำหรับกรณีที่นายตำรวจท่านนี้มีพฤติกรรมอย่างนี้ เกิดจากสาเหตุอะไร ยังไม่ได้รับรายงานเข้ามา แต่ไม่ว่าจะเกิดจากมูลเหตุจูงใจอะไร การกระทำดังกล่าวได้เกิดเป็นความผิดไปแล้ว มีการใช้อำนาจหน้าที่ใช้ตำแหน่งที่ไม่ชอบไปแล้ว จึงต้องดำเนินการตามกฎหมาย

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ดำเนินการให้ชัดเจน และเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่อยู่ใกล้ชิด เนื่องจากมีคำสั่งที่ชัดเจนให้ผู้บังคับบัญชาไปสอดส่องดูแลความประพฤติของลูกน้องตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวและส่วนรวม ซึ่งการที่มีข้าราชการตำรวจมาหากินอย่างนี้ ใครก็รับไม่ได้ จะต้องมีมาตรการดำเนินการอย่างถึงที่สุด และต้องมีคำตอบให้สังคม หากพบว่ามีบุคคลใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ก็จะมีมาตรการดำเนินการต่อไป เรื่องนี้เป็นความผิดส่วนตัว

ดังนั้น แนวทางป้องกันเชื่อว่ามีการวางระบบการป้องกันไว้อยู่แล้ว เพียงแต่คนที่คิดทุจริต แม้จะวางระบบไว้อย่างไรก็จะพยายามหาช่องทางกระทำความผิดไว้อยู่ดี เป็นเรื่องของจิตสำนึกมากกว่า เป็นเรื่องความประพฤติส่วนตัวของตำรวจที่ไม่ดีคนหนึ่ง