ศบค.เตือนคนสูบบุหรี่เสี่ยงติดโควิด -ไม่ปลดล็อก "สถานบันเทิง-สนามมวย"

วันที่ 25 เม.ย. 2563 เวลา 13:10 น.
ศบค.เตือนคนสูบบุหรี่เสี่ยงติดโควิด -ไม่ปลดล็อก "สถานบันเทิง-สนามมวย"
โฆษก ศบค.ยัน สูบบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ชี้ "สถานบันเทิง-สนามมวย"หมดสิทธิ์เปิด แนะสถานประกอบการรวมกลุ่มเสนอศบค.คุมเข้มกิจการได้

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตอบคำถาม กรณีองค์การอนามัยโลกระบุว่า การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยง ว่ามีความเสี่ยงแน่นอน แต่จะสอบถามนักวิชาการด้านสถิติ เป็นชุดพฤติกรรมคนที่สูบบุหรี่ต้องสังสรรค์ ซึ่งการสังสรรค์และการใช้บุหรี่มวนเดียวกัน ก็มีการปนเปื้อนเชื้อจากน้ำลาย ส่วนการใช้บุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นละอองฝอยก็ไปยังผู้อื่น การสูบบุหรี่ทำให้ปอดไม่ดีเพราะมีสารนิโคติน เชื้อโรคต่างๆ เข้าไปจับได้ง่าย บางคนเป็นโรคถุงลมโป่งพองอยู่แล้วก็มีความเสี่ยง

โฆษกศูนย์โควิด กล่าวอีกว่า กรณีที่รัฐบาลใช้เกณฑ์อะไรในการปลดล็อคหรือคลายในธุรกิจต่างๆ นั้น กิจการใดต้องดูจากตัวเลข และข้อมูลสถิติตัวเลขจากกระทรวงสาธารณสุขที่มายังศูนย์ศบค.ทุกวัน แน่นอน กิจการประเภท สถานบันเทิง-สนามมวย คงยังไม่สามารถเปิดกิจการได้ เพราะมีความเสี่ยงที่คนจะไปรวมตัวอยู่ใกล้กันมากๆ แต่เราก็เปิดให้ผู้ประกอบกิจการ เสนอมาตรการป้องกันโควิด-19 มาได้ โดยท่านเองก็ต้องสามารถปฏิบัติตามมาตรการ ที่ท่านเสนอมาได้ด้วย นั่นถึงจะพิจารณาให้เปิดกิจการได้

เมื่อถามว่า ศบค. กำชับแต่ละจังหวัดที่จะมีมาตรการคลายล็อกอย่างไร ยืนยันว่า เป็นเรื่องที่จะต้องมีภาพใหญ่และภาพย่อย เช่น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และรายจังหวัดจะต้องไปกำหนด แต่ไม่ย่อหย่อนไปกว่ามาตรการใหญ่ แต่ละจังหวัดนำไปปรับใช้ตามสถานการณ์จากตัวเลขที่รายงานไป ไม่ได้บังคับกำชับหรือดูในรายละเอียด แต่ทุกจังหวัด ประชาชน หน่วยงานความมั่นคงเข้มข้นในการดูแล

ส่วนกรณีที่พบผู้ติดเชื้อเป็นแรงงานต่างด้าว 42 ราย ที่จ.สงขลา ทำให้พี่น้องคนไทยที่สงขลา จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือไม่ โฆษกศูนย์โควิด ยืนยัน คนสงขลา ไม่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน หลังพบแรงงานต่างด้าว 42 ราย ติดเชื้อโควิด-19 เพราะเราจัดกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าไปดูแลเต็มที่

เมื่อถามว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นจะมีผลในการปลดล็อค หรือผ่อนปรนหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนภาพความเป็นจริง เหมือนที่เกิดขึ้นในประเทศสิงคโปร์ที่ตัวเลขเพิ่มสูงขึ้นเป็นหลักหมื่น เพราะแรงงานต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศ เพราะฉะนั้นตอนนี้เกิดขึ้นในไทยแล้วเราก็ต้องมีหน้าที่ที่ต้องดูแล เรียนรู้ และสแกนหาคน เมื่อเจอก็รีบรักษา ดังนั้นขอให้เปิดเผยตัวเลขความเป็นจริง ไม่ปกปิด นำมาสู่ความร่วมมือและจัดการร่วมือกัน