ผลวิจัยพบฟ้าทะลายโจรฆ่าไวรัสโควิดในหลอดทดลองได้

วันที่ 19 เม.ย. 2563 เวลา 17:01 น.
ผลวิจัยพบฟ้าทะลายโจรฆ่าไวรัสโควิดในหลอดทดลองได้
กรมการแพทย์แผนไทยฯเผยผลศึกษาวิจัยพบสมุนไพรฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ฆ่าไวรัสโควิด-19ในหลอดทดลองและยับยั้งไม่ให้เพิ่มจำนวนได้

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 63 นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวถึงผลศึกษาความเป็นไปได้ในการนำยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรมาทดลองว่า จะสามารถต้านโควิด-19 ได้หรือไม่ โดยระบุว่า กรมการแพทย์แผนไทยฯร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ศึกษาวิจัยฟ้าทะลายโจรว่ามีฤทธิ์ต้านไวรัสโควิด-19 หรือไม่ ในเบื้องต้นพบว่า ฟ้าทะลายโจรสามารถฆ่าไวรัสโดยตรงในหลอดทดลอง และยับยั้งไม่ให้ไวรัสเพิ่มจำนวนในเซลล์ ดังนั้น จึงเหมาะกับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสที่มีอาการแล้ว

ด้าน นางสุภาพร ภูมิอมร ผู้อำนวยการสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากการศึกษาศึกษาฤทธิ์ต้านไวรัสโควิด-19 ของสมุนไพรฟ้าทะลายโจรในหลอดทดลอง โดยทำการศึกษาจากสารสกัดหยาบเทียบกับแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ที่เป็นสารสำคัญ พบว่า กลไกต้านไวรัสโควิด-19 สามารถทำลายไวรัสโดยตรง และต้านไม่ให้ไวรัสเพิ่มจำนวนเซลล์ได้ แต่ไม่มีฤทธิ์ในการชักนำให้เซลล์หลั่งสารที่ช่วยยับยั้งไวรัสโควิด-19 จึงไม่แนะนำให้รับประทานเพื่อการป้องกันโรค และจำเป็นต้องทำการศึกษาวิจัยในคนต่อไป

อย่างไรก็ตาม ข้อแนะนำการใช้ฟ้าทะลายโจร คือ ไม่ควรกินยาฟ้าทะลายโจรเพื่อการป้องกันโควิด-19 โดยที่ยังไม่มีอาการ , เมื่อมีอาการคล้ายหวัด ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดศรีษะ ควรกินฟ้าทะลายโจรทันที และต้องป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่คนใกล้ชิด, หากกินฟ้าทะลายโจรแล้วอาการไม่ดีขึ้นใน 2 วันให้รีบไปพบแพทย์

ทั้งนี้ ห้ามใช้ยาฟ้าทะลายโจรในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร และผู้ป่วยที่มีอาการไข้เจ็บคอจากการติดเชื้อแบคทีเรีย มีตุ่มหนองในคอ มีไข้สูง หนาวสั่น หากมีอาการแพ้ฟ้าทะลายโจร เช่น เกิดผื่น ลมพิษ หน้าบวม ริมฝีปากบวม หายใจลำบาก ให้หยุดใช้ยาทันทีและไม่ใช้อีก รวมทั้งควรระวังในผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล ยาลดความดันโลหิต และการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้แขนขาชา หรืออ่อนแรง

ดังนั้น กรมการแพทย์แผนไทยฯ จึงมีการเตรียมความพร้อมในการจัดหาฟ้าทะลายโจรให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยในส่วนของเกษตรกรได้ร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อยกระดับการปลุกฟ้าทะลายโจรคุณภาพสำหรับทำยา โดยตั้งเป้า 65 ไร่ เพื่อผลิตวัตถุดิบแห้ง 50,000 กิโลกรัม สร้างรายได้ให้เกษตรกร 6 ล้านบาท

ด้านสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ สนับสนุนฟ้าทะลายโจร สนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข จำนวน 1 ล้านแคปซูล (30,000 คน) และโรงพยาบาลรัฐ 44 แห่ง มีปริมาณฟ้าทะลายโจร 9.2 ล้านแคปซูล รองรับผู้ป้วย 1.9 แสนคน มีกำลังผลิต 2.6 ล้านแคปซูล/วัน และมีปริมาณวัตถุดิบสามารถผลิตยาได้อีก 7.3 ล้านแคปซูล รองรับผู้ป่ว 1.5 แสนคน

พร้อมทั้งร่วมกับภาคธุรกิจ จับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างเกษตรกร 5 กลุ่ม กับผู้ผลิตยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร 6 บริษัท 11 คู่เจรจา เป็นมูลค่าซื้อขายกว่า 500,000 บาท จำนวน 3,100 กิโลกรัมแห้ง และจัดทำแผนขยายตลาดต่าประเทศในกลุ่ม CLMV