อัยการจัดหนัก!ฟ้องแล้วกว่า 4,000 คดีฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน
อัยการเผยคดีฝ่าฝืน"พรก.ฉุกเฉิน"พุ่งกว่า4,000 คดี จำเลย 5,000 กว่าคน หลังประกาศเคอร์ฟิวส์ ข้อหาออกนอกเคหะสถาน มากที่สุด เตือนพวกแอบขาย “เหล้า-เบียร์ ” นอกถูกลงโทษแรงแล้วร้องขอศาลสั่งให้หยุดประกอบอาชีพด้วย
นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 และรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวภาพรวมการดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ระหว่างวันที่ 3-9 เม.ย.2563ว่า นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ได้มีหนังสือ แจ้งให้อัยการทั่วประเทศดำเนินคดีเฉียบขาดกับผู้ที่ฝ่าฝืนทั้งมั่วสุม เช่น การมั่วสุมเล่นการพนัน การมั่วสุมในร้านอาหารหรือสถานบันเทิงตลอดจนการออกนอกเคหสถาน การกักตุนสินค้าอุปโภค บริโภค และจำหน่ายสินค้าเกินราคาควบคุม เช่น หน้ากากอนามัย ไข่ไก่ หรือสินค้าจำเป็นในครัวเรือน เป็นต้น การฉ้อโกงหรือหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน ให้รวมทั้งการส่งข้อความอันเป็นเท็จทางสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นความผิด ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยถือว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลให้มาตรการที่รัฐบาลกำหนดเพื่อแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับภาพรวมการดำเนินคดีการดำเนินคดีของพนักงานอัยการทั่วประเทศ ข้อมูลสิ้นสุด วันที่ 10 เม.ย.2563 เวลา 09.00 น. ปรากฏจำนวนคดีและผู้กระทำความผิด ดังนี้ คดีที่ฟ้องทั้งหมดจำนวน 4,138 คดี ผู้ต้องหา 5,264 คน แบ่งเป็น เพศชาย 4,054 คน เพศหญิง 1,210 คน ช่วงอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 91 คน อายุ 18-20 จำนวน 470 คน อายุกว่า 20-35 ปี จำนวน 2,537 คน อายุกว่า 35-55 ปี จำนวน 1,764 คน อายุ 55 ปีขึ้นไป จำนวน 402 คน ข้อหาที่ฝ่าฝืนมากที่สุดคือ การออกนอกเคหสถาน
ด้านความคืบหน้าคดีจับกุมบ่อนพนันรายใหญ่ในจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2563 อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรีได้รับสำนวนจากพนักงานสอบสวน สภ.นนทบุรี จำนวนผู้ต้องหาทั้งสิ้น 122 คน พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวงนนทบุรีได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดต่อศาลไปในวันเดียวกัน โดยบรรยายขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก ปรากฏว่าจำเลยทุกคนให้การรับสารภาพ ศาลมีคำพิพากษาในวันเดียวกันโดยจำคุกเจ้าบ้าน 6 เดือน 15 วัน ผู้จัดให้มีการเล่นจำคุก 3 เดือน 15 วัน และผู้เล่นการพนันจำนวน 79 คน ให้กักขัง 15 วัน ปรับ 1,000 บาท โดยศาลไม่รอการลงโทษเฉพาะผู้เล่น
นายประยุทธ กล่าวว่า อัยการสูงสุด ได้ฝากข้อห่วงใยผ่านสื่อมวลชนว่า ที่พนักงานอัยการจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายและมาตรการต่าง ๆ อย่างเข้มงวด ก็เพราะจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค อันจะเป็นการป้องกันให้กับทุกคน ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ให้ปลอดภัย และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้รวดเร็วที่สุด
ในส่วนเรื่องที่กรุงเทพมหานคร มีคำสั่งห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วงวันที่ 10 -20 เมษายน 2563 ว่า หากพบมีการฝ่าฝืนคำสั่งห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีการฟ้องคดีมาที่สำนักงานอัยการแล้ว อัยการสามารถจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้บุคคลดังกล่าวหยุดประกอบอาชีพในการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้ ส่วนระยะเวลา ในการหยุดประกอบอาชีพนั้นจะนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล


