ป่วยโควิดรายใหม่ในไทยเพิ่ม 51 ราย เป็นบุคลากรการแพทย์13ราย ตายอีก3

วันที่ 06 เม.ย. 2563 เวลา 11:45 น.
ป่วยโควิดรายใหม่ในไทยเพิ่ม 51 ราย เป็นบุคลากรการแพทย์13ราย ตายอีก3
ศบค.รายงานยอดผู้ป่วยรายใหม่ในไทยวันนี้ลดลง เหลือ 51 ราย พบเป็นบุคลากรทางการแพทย์ 13 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 63 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประจำวัน โดยมีเนื้อหาสรุปดังนี้

-ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 51 ราย ยอดสะสม 2,220 ราย

-รักษาหายแล้ว 793 ราย

-ผู้ป่วยรายใหม่ 51 ราย จำแนกได้ดังนี้

1.ผู้ป่วยมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 25 ราย แบ่งเป็น -พิธีกรรมทางศาสนา 3 ราย / สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ กระจายหลายจังหวัด 22 ราย

2.ผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 19 ราย แบ่งเป็น

-คนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ 1 ราย / คนต่างชาติเดินทางมาจากต่างประเทศ 1 ราย / สัมผัสผู้เดินทางจากต่างประเทศ 1 ราย / อาชีพเสี่ยง เช่น ทำงานในสถานที่แออัด หรือทำงานใกล้ชิดสัมผัสชาวต่างชาติ 3 ราย

-บุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข 13 ราย (พบเป็นกลุ่มบุคลากรในรพ.เอกชน 11 ราย มีทั้งจากการดูแลผู้ป่วย และมีกิจกรรมร่วมกัน เช่น รับประทานอาหาร)

3.อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 7 ราย

-ผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ยอดรวมสะสม 26 ราย จำแนกได้ดังนี้

-รายที่ 24 เป็นชายไทย อายุ 28 ปี อาชีพพนักงานบริษัทในกรุงเทพ เพื่อนร่วมงานของภรรยาติดโควิด เริ่มป่วย 27 มีนาคมด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ รักษที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่งแต่อาการไม่ดีขึ้นจึงย้ายไปอีกที่หนึ่งในจ.สมุทรปราการ วันที่ 4 เม.ย.มีอาการไข้สูงและพบออกซิเจนในเลือดลดลง และส่งตัวไปรักษาในรพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน กทม.เก็บตัวอย่างตรวจผลออกมาวันที่ 4 พบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และเสียชีวิตในวันนั้น เวลา 22.00 น.

-รายที่ 25 เป็นชายไทย 51 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตเริ่มป่วยสูง ภาวะอ้วน เริ่มป่วย 28 มีนาคม ไปรักษาที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง แรกรับมีอาการไอ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ หนาวสั่น วันที่ 29 มีนาคมมารับการรักษาอีกครั้ง ต่อมา 1 เมษายน แอดมิท ที่รพ.เดิม ด้วยอาการปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก พบว่าออกซิเจนในเลือดลดน้อยลง ปอดอักเสบรุนแรง และเสียชีวิตวันที่ 4 เมษายน

-รายที่ 26 เป็นหญิงไทย 59 ปี อาชีพค้าขาย มีโรคประจำตัวเบาหวาน ชอบเล่นการพนันหลายที่หลายแห่งใน กทม. ทำให้พบเจอผู้คนจำนวนมาก และเริ่มป่วย 29 มีนาคม เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน กทม.อาการแรกรับไม่มีไข้ แต่หอบเหนื่อย ออกซิเจนในลเลือดลดลง เอ็กซเรย์พบปอดอักเสบรุนแรงแพทย์ส่งตัวอย่างเสมหะและสารคัดหลั่งในโพรงจมูกไปตรวจ พบว่าเป็นโควิด-19 ต่อมาวันที่ 2 เมษายนเสียชีวิต

-แม้ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่จะลดลงในวันนี้ แต่ยังไม่น่าไว้วางใจ เพราะยังมีตัวเลขผู้ที่รอการสืบสวนโรคสะสมอยู่

-จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือ กทม.จำนวน 1,051 ราย ส่วน 11 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานการรับรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พังงา พิจิตร ระนอง สตูล สิงห์บุรี อ่างทอง

-จากการวิเคราะห์ผู้ป่วยติดเชื้อใน กทม. และต่างจังหวัด ตั้งแต่ เดือนม.ค.-4เม.ย.63 พบว่า ติดเชื้อจากการอาศัยอยู่ร่วมบ้านเดียวกันมากสุด ฉะนั้นจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างระหว่างกัน

-ช่วงวันที่ 5-6 เม.ย.63 พบประชาชนฝ่าฝืนเคอร์ฟิวออกนอกเคหสถานทั้งประเทศ 919 ราย และมีการรวมกลุ่มชุมนุมมั่วสุมเสี่ยงแพร่เชื้อในเคหสถาน 79 ราย