"สมศักดิ์"สั่งเร่งสอบเหตุนักโทษก่อจราจลเผาเรือนจำบุรีรัมย์

วันที่ 30 มี.ค. 2563 เวลา 20:57 น.
"สมศักดิ์"สั่งเร่งสอบเหตุนักโทษก่อจราจลเผาเรือนจำบุรีรัมย์
"รมว.ยุติธรรม" เผยนักโทษแหกคุกบุรีรัมย์ ยังหลบหนีอีก 1 คน กำลังเร่งติดตามตัว พร้อมสั่งตั้งกรรมการสอบประเมินความเสียหาย ย้ำอย่ากังวลโควิด-19 ทุกเรือนจำมีมาตรการเข้ม

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัวผู้ต้องขังที่หลบหนีออกนอกเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ว่า ล่าสุดจากนักโทษ 2,106 คน ตรวจสอบพบว่า หนีออกจากเรือนจำ 11 ราย จับได้แล้ว 10 ยังคงหลบหนีไปได้จำนวน 1 คน คือนายธันยพงศ์ สินพูน อายุ 26 ปี ชาวจ.บุรีรัมย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว

ทั้งนี้ ในส่วนผู้ต้องขังที่ไม่เกี่ยวข้อง ก็ได้กระจายออกไปสู่เรือนจำใกล้เคียง อาทิ เรือนจำอำเภอนางรอง เรือนจำชั่วคราวบ้านสง่างาม จ.บุรีรัมย์ ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก จ.นครราชสีมา และเรือนจำกลางสุรินทร์ เป็นต้น

"ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์นี้รุนแรง และไม่เคยเกิดขึ้น ความเสียหายที่เรือนจำบุรีรัมย์ แทบจะ 100 % เวลานี้กำลังเร่งให้ประเมินค่าความเสียหาย และได้สั่งให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้วว่าใครเป็นคนปลุกปั่น และสาเหตุทั้งหมดอย่างละเอียดเป็นมาอย่างไร แต่ต้องใช้เวลาสอบสวน เพราะผู้ต้องขังเวลานี้กระจายไปกว่า 10 เรือนจำ" นายสมศักดิ์ กล่าว

รมว.ยุติธรรม กล่าว่า ส่วนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่หลายคนกังวลขอยืนยันว่า ทางเรือนจำมีมาตรการป้องกันอย่างดีมาตลอด โดยใช้วิธีคนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า มีการทำห้องกักโรคเพิ่มการคัดกรองผู้ต้องขังเข้มงวด จนถึงเวลานี้ เรือนจำทั่วประเทศ พบผู้ต้องขังติดเชื้อเพียง 1 ราย  ซึ่งทำการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว จนถึงขณะนี้นี้ไม่มีผู้ต้องขังติดโควิด-19 เพิ่ม

อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกฝ่าย อย่าวิตกกังวล เพราะเหตุการณ์ที่เรือนจำบุรีรัมย์ เป็นเพียงการกล่าวอ้าง เพื่อปลุกปั่น ต้องการจะแหกคุก การจะยกเหตุผล ไม่ให้เยี่ยมญาติ คงไม่ใช่ประเด็น และขอย้ำว่า ทุกมาตรการที่กรมราชทัณฑ์ออกมาไม่ได้เป็นการลิดรอนสิทธิของผู้ต้องขัง แต่เป็นการป้องกันไม่ให้ไวรัสโควิด-19 กระจายสู่ผู้ต้องขัง อยากให้ทุกคนมเข้าใจ

สำหรับ นายธันยพงศ์ สินพูน เป็นผู้ต้องขังระหว่างสอบสวน (ฝากขังระหว่างสอบสวน) เข้ามาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม กระทำผิดฐาน พ.ร.บ.ยาเสพติดประเภท 1 (ร่วมกันครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพ) มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และต่อสู้ขัดขืนเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย