เปิดข้อมูลผู้ป่วยโควิดในไทย ชายมากกว่าหญิง เคส "สนามมวย"ทำเชื้อแพร่กระจายมากสุด
สธ.เผยข้อมูลผู้ป่วยโควิดในไทย เป็นชายมากกว่าหญิง ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง พร้อมเผย 8 กลุ่มเสี่ยงเกิดอาการปอดอักเสบจากไวรัส ชี้เคส "สนามมวย" ก่อให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อมากสุด
เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 63 นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค และ พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการรักษาผู้ติดเชื้อ โดยมีเนื้อหาสรุปดังนี้
-ภาพรวมทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อ 407,670 ราย ได้รับการรักษาหายแล้ว 104,673 ราย มีอาการรุนแรง 12,547 ราย เสียชีวิต 18,250 ราย
-กลุ่มประเทศที่พบผู้ป่วยสูงสุด 20 อันดับแรก นำด้วย จีน อิตาลี สหรัฐ สเปน มีประเทศใหม่เพิ่ม 2 ประเทศ คือ ลาว และ เมียนมา / ไทยอยู่ลำดับที่ 32
-ไทยมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องช่วง 3 วันที่ผ่านมา
-ผู้ติดเชื้อในไทยเป็นเพศชาย 62.7% เพศหญิง37.3%
-ผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มที่มีอาการ 82.2% และ ไม่มีอาการ 17.8% หรือ ผู้ป่วย 1 ใน5 จะไม่มีอาการ
-ผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯและปริมณฑล 347 ราย
-ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อายุ 30-39 ปี รองลงมาได้แก่อายุ 20-29 ปี 40-49ปี และ 50 ปีขึ้นไปตามลำดับ
-ปัจจุบันผู้ติดเชื้อกระจายไปแทบทุกภาคของประเทศแล้ว เป็นกลุ่มที่มีความสัมผัสกับผู้ที่ไป "สนามมวย" 25% กลุ่มที่ไปผับ บาร์ 10% คนไทยมาจากพื้นที่เสี่ยง 10%
-ภาพรวมอาการผู้ติดเชื้อไวรัสทั่วโลก มีอาการไข้หวัดธรรมดา หรือมีอาการไม่รุนแรง คือ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ 80%
-กลุ่มที่มีอาการปอดอักเสบ แต่รุนแรงน้อย 7-15% คนไข้กลุ่มนี้จะได้รับยาต้านไวรัส / ในไทยพบคนไข้กลุ่มนี้ประมาณ 9%
-กลุ่มที่มีอาการปอดอักเสบรุนแรงพบ 3-5% / กลุ่มนี้มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 4% / ในไทยมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ "0.4%" เท่านั้น
-คนไข้กลุ่มเสี่ยงเกิดปอดอักเสบจากโควิด-19 ประกอบด้วย 1.อายุมากกว่า 60 ปี 2. มีภาวะอ้วน 3.มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง 4.โรคถุงลมโป่งพอง 5.โรคหัวใจวาย 6.โรคไตวายเรื้อรัง 7.โรคตับแข็ง 8.โรคเบาหวาน
-ผู้ที่มีอาการไข้หวัดธรรมดา และไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยงปอดอักเสบ สามารถรักษาด้วยวิธีการทั่วๆไป ที่ใช้รักษาไข้หวัด เช่น ถ้าไอก็รับประทานน้ำ รับประทานยาแก้ไอ ถ้ามีน้ำมูกก็รับประทานยาลดน้ำมูล และ นอนพักผ่อนมาก
-หากป่วยต้องเว้นระยะห่างทางสังคม 14 วัน


