แพทย์ตรวจสุขภาพจิตคณากรครั้งแรกที่ก่อเหตุยิงตัวเองแต่ไม่มีการรายงานผล

วันที่ 07 มี.ค. 2563 เวลา 19:34 น.
แพทย์ตรวจสุขภาพจิตคณากรครั้งแรกที่ก่อเหตุยิงตัวเองแต่ไม่มีการรายงานผล
เลขาศาลยุติธรรมระบุแพทย์ตรวจสุขภาพจิตคณากรครั้งแรกที่ก่อเหตุยิงตัวเองแต่ไม่มีการรายงานผล ยันไม่ได้ละเลยระบบตรวจสำนวนก.ต.- ก.บ.ศ. ดูแล

เมื่อวันที่ 7 มี.ค.63 "นายสราวุธ เบญจกุล" เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีล่าสุดที่เช้าวันหยุดนี้ ผู้พิพากษาคณากร เพียรชนะ ได้ยิงตัวเองเข้าที่บริเวณอกข้างซ้าย บาดเจ็บสาหัสที่บ้านพัก จ.เชียงใหม่ แล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมาระหว่างการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งก่อนหน้านี้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้พิพากษาคณากรยังลงรายละเอียดหนังสือลาที่ยังคงกล่าวถึงภาวะกดดันการพิจารณาคดีในอดีตขณะประจำอยู่ที่ จ.ยะลา สังกัดสำนักงานอธิบายผู้พิพากษาภาค 9 ว่า ครั้งแรกเมื่อเกิดขึ้นที่ผู้พิพากษาคณากร ก่อเหตุยิงตัวเองในห้องพิจารณาคดีและมีการไลฟ์สดลงเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 4 ต.ค.62 และได้มีหนังสือแถลงถึงความเครียดการพิจารณาคดีที่อ้างว่ามีการแทรกแซงการตรวจสำนวนโดยผู้บังคับบัญชานั้น หลังจากนั้นตนรายงานข้อเท็จจริงที่รวบรวมในเบื้องต้นให้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ทราบทันที โดยที่ประชุม ก.ต.ก็มีมติให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทุกประเด็นทั้งการก่อเหตุ และกรณีที่ถึงการแทรกแซงการพิจารณาพิพากษา ซึ่งผลการสอบสวนข้อเท็จจริงก็สรุปว่าการก่อเหตุของท่านคณากร มีการนำอาวุธปืนเข้าไปภายในบริเวณศาลและก่อเหตุภายในอาคารศาลอาจจะผิดวินัย ที่ประชุม ก.ต.จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย ซึ่งระหว่างนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดและเป็นไปตามขั้นตอนจึงให้ย้ายท่านคณากร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา มาช่วยราชการปฏิบัติหน้าที่ในกองผู้ช่วยศาลอุทธรณ์ภาค 5 จ.เชียงใหม่ โดยทำหน้าที่ช่วยตรวจดูสำนวน เพียงแต่จะไม่ได้นั่งบัลลังก์พิจารณาคดีเหมือนศาลชั้นต้น ซึ่งปัจจุบันก่อนเกิดเหตุการยิงตัวเองครั้งล่าสุด การสอบวินัยยังดำเนินอยู่ตามขั้นตอน ยังไม่ได้มีมติใดออกมา ส่วนการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับอาวุธปืนนั้น ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนก็รวบรวมพยานหลักฐานอยู่และเคยมีหนังสือแจ้งขออนุญาตประธานศาลฎีกาในการจะดำเนินคดีอาญาแล้ว

สำหรับประเด็นที่การแทรกแซงพิจารณาพิพากษาคดี ในการตรวจสอบชั้นแรกของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เห็นว่าไม่มีมูล ไม่ปรากฏเรื่องการแทรกแซง ซึ่งที่ประชุม ก.ต.รับทราบผลรายงานตามนั้น แต่มีข้อสังเกตุว่าอาจจะเป็นเรื่องของระบบการตรวจสำนวนที่ต้องพิจารณาว่ามีปัญหาปรับแก้หรือไม่ ดังนั้นจึงให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุดเพื่อพิจารณาประเด็นระบบตรวจสำนวน ที่ให้มีผู้พิพากษาที่เป็น ก.ต. รวมทั้งคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม หรือ ก.บ.ศ. (ซึ่งมีหน้าที่ดูแลการออกระเบียบ-กฎหมายสนับสนุนการทำหน้าที่ศาลยุติธรรม) เป็นคณะกรรมการ

เมื่อถามถึงปัญหาความเครียดของผู้พิพากษาในการปฏิบัติหน้าที่ตัดสินคดี กระทั่งนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เคยแถลงนโยบายเมื่อครั้งขึ้นดำรงตำแหน่ง เห็นควรจะให้มีการตรวจประเมินสุขภาพทางจิตทุก 5 ปี

"นายสราวุธ" เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า เดิมในการตรวจสุขภาพของผู้พิพากษามีอยู่แล้ว ส่วนการประเมินสุขภาพจิตก็จะมี 2 ช่วง คือเมื่อสอบผ่านเข้ามาเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา กับช่วงที่พ้นจากตำแหน่งบริหารแล้วจะแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาอาวุโส ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์เพื่อเป็นการระวังป้องกันและดูแลผู้พิพากษาประธานศาลฎีกาจึงให้มีการออกระเบียบที่ชัดเจนเพื่อให้มีการประเมินสุขภาพจิตของผู้พิพากษาทุกๆ 5 ปี เพราะที่ผ่านมาไม่มีการกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ ซึ่งเรื่องนี้คณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) โดยนางวาสนา หงส์เจริญ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา ได้นำเสนอร่างระเบียบหลักเกณฑ์และแนวทางการประเมินสมรรถภาพทางกายและจิตใจข้าราชการตุลาการ ให้ที่ประชุม ก.ต.พิจารณาไปครั้งแรกเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุม ก.ต.ได้ตั้งข้อสังเกตุไปบางจุดให้ปรับปรุงแก้ไข โดยจะมีการนำร่างระเบียบฯ นำเสนอที่ประชุม ก.ต.พิจารณาอีกเป็นครั้งที่สองในวันที่ 16 มี.ค.นี้

เมื่อถามว่า การก่อเหตุฆ่าตัวตายของผู้พิพากษา จากที่มีการอ้างความเครียดจากงานพิจารณาพิพากษาคดี เคยเกิดขึ้นหรือไม่ กรณีของผู้พิพากษาคณากรเป็นครั้งแรกหรือไม่

"นายสราวุธ" กล่าวว่า เหตุการฆ่าตัวตายของผู้พิพากษา ในอดีตก็เคยมีที่ท่านผู้พิพากษากระโดดตึกอาคารศาลเสียชีวิต แต่เหตุจะเกิดจากความเครียดในการปฏิบัติหน้าที่เพียงใดนั้น ไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน ส่วนกรณีของผู้พิพากษาคณากร ตนก็ไม่อาจกล่าวถึงสาเหตุได้ว่าเหตุที่แน่ชัดเป็นอย่างไร โดยเมื่อได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ที่กองผู้ช่วยศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ก็ได้ติดตามดูแลเรื่องการทำงานซึ่งประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ก็ยังเห็นว่าผู้พิพากษาคณาการไม่ได้แสดงออกความเครียดใดๆ ส่วนตัวผู้พิพากษาคณากร ครั้งแรกที่เกิดเหตุช่วงรักษาตัวนั้นแพทย์ได้ประเมินสุขภาพทางจิตด้วยแล้วก็ไม่มีรายงานเรื่องสุขภาพทางจิตแต่อย่างใด

เมื่อถามถึง การช่วยดูแลครอบครัวข้าราชการตุลาการที่เสียชีวิต จะมีอย่างไรบ้าง "นายสราวุธ" เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า ในส่วนของการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นล่าสุดกับผู้พิพากษา นายไสลเกษ ประธานศาลฎีกา กำชับให้ดูแลครอบครัวผู้พิพากษาอย่างดีที่สุด ซึ่งก็จะมีเรื่องสิทธิประโยชน์ผู้พิพากษาที่จะได้รับซึ่งเราก็จะตรวจสอบให้ครบถ้วนเพื่อส่งต่อให้ทายาทตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดี สำหรับเหตุของผู้พิพากษาคณากร ขณะนี้มีผู้พิพากษาส่วนหนึ่งที่ได้ติดตามพร้อมจะระดมความช่วยเหลือให้กับครอบครัวผู้พิพากษาคณากรแล้วด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับศาลยุติธรรมในเรื่องการพิจารณาพิพากษาคดีและการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเสี่ยงเกิดขึ้นได้ในห้องพิจารณานั้น ก่อนหน้านี้สำนักงานศาลยุติธรรมมีนโยบายให้เช่าและติดตั้งกล้องวงปิดบันทึกภาพ-เสียงในห้องพิจารณาคดีทุกศาลทั่วประเทศทั้ง 272 แห่ง ล่าสุดในส่วนของศาลแพ่ง ที่ตั้งบริเวณ ถ.รัชดาภิเษก มีรายงานว่าศาลแพ่งได้ดำเนินการติดตั้งทีวีวงจรปิดภายในห้องพิจารณาคดีทุกห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง มีคำสั่งให้เริ่มเปิดใช้ทีวีวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์-เสียงภายในห้องพิจารณาทุกห้องของศาลแพ่ง ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 9 มี.ค.เป็นต้นไป