"ศรีสุวรรณ"โวยเหยื่อยังไร้การเยียวยา ปัญหาเสียงดังจากสนามบินสุวรรณภูมิ

วันที่ 23 ก.พ. 2563 เวลา 08:16 น.
"ศรีสุวรรณ"โวยเหยื่อยังไร้การเยียวยา ปัญหาเสียงดังจากสนามบินสุวรรณภูมิ
ศรีสุวรรณเผยผู้อาศัยใกล้สนามบินสุวรรณภูมิยังไม่ได้รับการเยียวยาปัญหาเสียงดังจากการบินขึ้น-ลง เล็งนำชาวบ้านฟ้องศาลเอาผิดฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับการร้องเรียนจากผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านต่าง ๆ บริเวณด้านทิศเหนือและใต้ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิจำนวนมากว่า นับตั้งแต่สนามบินสุวรรณภูมิเริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2547 มาจนถึงปัจจุบัน ยังไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาแก้ไขปัญหาจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย (มหาชน) หรือ ทอท. เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากมลพิษเสียงดังรบกวนและการสั่นสะเทือนของตัวบ้านจากการบินขึ้นและร่อนลงรันเวย์ของเครื่องบินหลายสายการบินขึ้นลงสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งส่งผลถึงการใช้ชีวิตประจำวันและปัญหาสุขภาพ

ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เคยมาทำการตรวจวัดระดับเสียงเมื่อปี 2558 พบว่ายังมีระดับเสียงอยู่ระหว่าง 77 – 81 เดซิเบล ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานระดับเสียงที่กรมควบคุมมลพิษกำหนดไว้ว่าต้องเฉลี่ยทั้งวันไม่เกิน 70 เดซิเบล ในขณะที่ตามกฎหมายแรงงาน กรมสวัสดิการแรงงานระบุว่า ลูกจ้างที่ได้รับเสียงดังติดต่อกัน 8 ชั่วโมงต่อวัน ระดับเสียงที่ได้รับติดต่อกันต้องไม่เกิน 80 เดซิเบล ซึ่งปัญหาดังกล่าวปัจจุบันยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด

นอกจากนั้น ทอท.ยังไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการและเงื่อนไขท้าย EIA ที่กำหนดว่าจะต้องติดตั้งเครื่องตรวจวัดเสียงจำนวน 13 สถานี เพื่อทำการตรวจวัดเสียงอย่างถาวรในพื้นที่ต่าง ๆ รอบสนามบิน เพื่อนำผลการตรวจวัดมาทำการประเมินกำหนดมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหา แต่ปรากฏว่าเครื่องตรวจวัดดังกล่าวเกิดปัญหาเสียอยู่บ่อยครั้ง และไม่มีการซ่อมแซมแก้ไข ทำให้ไม่สามารถตรวจเก็บข้อมูลเพื่อรายงานผลได้ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ทอท. ฝ่าฝืนการปฏิบัติตามเงื่อนไขของ EIA โดยชัดแจ้ง

ซึ่งกรณีนี้จะมีผลต่อการให้ความเห็นชอบของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ หรือ คชก. ที่จะต้องไม่ให้การเห็นชอบรายงาน EIA การขยายสนามบินในเฟส 3 ที่ ทอท.ส่งเรื่องให้ คชก.พิจารณาอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งการจัดทำรันเวย์ที่ 3 ก็จะไม่สามารถทำได้ด้วย

ทั้งนี้มีบ้านเรือนประชาชนจำนวนมากที่อยู่ในเส้นเสียง NEF 30-40 และชุมชนที่อยู่ระหว่างกึ่งกลางแนวขึ้น-ลงของสนามบินด้านหัวและท้ายสนามบิน ก็ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาหรือชดเชยเยียวยาในการรับซื้อคืนบ้านเรือนของประชาชนดังกล่าว ซึ่งมีอยู่ไม่ถึง 10% เท่านั้น แต่ ทอท.ก็บ่ายเบี่ยงที่จะไม่รับซื้อบ้านเรือนชาวบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงแต่อย่างใด ทั้งๆที่คณะกรรมการบอร์ดได้อนุมัติให้ดำเนินการรับซื้อได้แล้วก็ตาม

ซึ่งหากปัญหาดังกล่าว ทอท.ยังไม่แก้ไขปัญหาให้ลุล่วงเด็ดขาด จะมีผลต่อโครงการขยายสนามบินเฟส 3 ด้วย ซึ่ง คชก.ก็จะไม่สามารถให้ความเห็นชอบรายงาน EIA ฉบับขยายสนามบินในเฟส 3 ได้เพราะของเก่ายังแก้ไขปัญหาไม่ได้ จะเห็นชอบให้ดำเนินการเฟสใหม่ได้อย่างไร แต่หากยังดื้อดึงที่จะให้ความเห็นชอบ สมาคมฯและชาวบ้านจำจะต้องนำความขึ้นฟ้องร้องต่อศาลปกครองและศาลทุจริตคอรัปชั่น ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป