ศาลยกฟ้องจำเลยคดีทำร้าย "เอกชัย หงส์กังวาน" เหตุหลักฐานไม่ชัด

วันที่ 17 ก.พ. 2563 เวลา 15:41 น.
ศาลยกฟ้องจำเลยคดีทำร้าย "เอกชัย หงส์กังวาน" เหตุหลักฐานไม่ชัด
ศาลยกฟ้องจำเลยคดีทำร้าย "เอกชัย หงส์กังวาน" ปี 61 เหตุหลักฐานไม่ชัด ด้าน เอกชัย เผยผิดหวัง ยันจำหน้าคนร้ายได้ พร้อมยื่นอุทธรณ์ต่อ

เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 63 เวลา 09.50 น. ที่ห้องพิจารณา 915 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีทำร้ายร่างกาย นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง คดีหมายเลขดำ อ.530/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายกำธร เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายรับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 297

โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า วันที่ 22 ส.ค.61 จำเลยกับพวกซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันทำร้ายนายเอกชัย ผู้เสียหาย ด้วยการขับขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนผู้เสียหาย ใช้หมวกกันน็อค และไม้หน้าสามฟาดที่บริเวณศีรษะของผู้เสียหายหลายครั้ง แต่ผู้เสียหายหลบและยกแขนป้องกันไว้ จึงถูกตีที่แขน มีบาดแผลฉีกขาด ถลอก และกระดูกหักที่โคนนิ้วนางมือซ้าย เหตุเกิดที่แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ โดยจำเลยให้การปฏิเสธ

ซึ่งวันนี้ นายเอกชัย ผู้เสียหาย ก็เดินทางมาศาลร่วมฟังผลคำพิพากษา ขณะที่ จำเลยซึ่งได้รับการประกันตัวในคดีนี้แต่ถูกจำคุกในคดีอื่นศาลก็ได้เบิกตัวจากเรือนจำ เพื่อมาฟังคำพิพากษา

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว ที่ผู้เสียหายเบิกความเห็นจำเลยนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ แล้วมองยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนเกิดเหตุ ขณะที่พิจารณาภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นผู้เสียหายเดินไปตามปกติ ผู้ชายที่นั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ไม่ได้มองผู้เสียหายแต่หันหลัง

ส่วนที่ผู้เสียหายเห็นจำเลยในที่เกิดเหตุ โดยจำเลยปิดบังใบหน้าใส่หมวกกันน็อค แต่ต่อมาเห็นจำเลยถอดหมวกกันน็อคมาตีผู้เสียหาย จึงไม่เชื่อว่าจำเลยถอดหมวกกันน็อคจริง ซึ่งขัดกับการกระทำของจำเลยแต่แรกที่ปกปิดหน้าตา คำเบิกความของผู้เสียหายไม่น่าเชื่อถือ มีพิรุธ รวมถึงภาพสเก็ตซ์คนร้ายไม่คล้ายจำเลย และไม่มีประจักษ์พยานอื่น พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัยตามสมควร ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง

ภายหลังเสร็จสิ้นการฟังคำพิพากษา นายเอกชัย ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้สืบเนื่องจากเดือน ส.ค.61 ตนถูกคนร้าย 3 คน รุมทำร้ายร่างกายที่หน้าบ้าน ตนเห็นภาพ 1 ใน 3 คนร้าย ถูกจับในคดีชิงทรัพย์ จำหน้าได้จึงแจ้งความให้ตำรวจไปจับกุม อัยการส่งฟ้องและมีคำพิพากษาในวันนี้ ซึ่งมีภาพวงจรปิดที่หน้าอู่ซ่อมรถ แต่เห็นแค่ด้านหลัง ไม่เห็นด้านหน้าของเขา ตนไม่มีภาพวงจรปิดใดๆ ที่เห็นหน้าเขาชัดเจน แต่ตนจำหน้าเขาได้ ศาลยังไม่เชื่อว่าเป็นคนร้ายจึงยกฟ้อง ซึ่งตนจะอุทธรณ์ต่อไป

นายเอกชัย กล่าวยืนยันว่าตนจำหน้าได้และภาพสเก็ตซ์คล้ายกับคนร้าย ตอนที่ตนเห็นเห็นด้านข้าง ภาพสเก็ตซ์จึงออกมาในลักษณะด้านข้าง ตนมั่นใจว่าใช่แน่นอน พอตำรวจจับกุมแล้วส่งรูปถ่ายให้อัยการเป็นภาพหน้าตรง ก็อาจจะดูไม่เหมือนสักเท่าไหร่ แต่ดูด้านข้างเหมือนแน่นอน รู้สึกผิดหวัง เพราะอัยการก็สู้ถึงที่สุด

"ตอนแรกก็มั่นใจ ฝ่ายจำเลยไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าขณะเกิดเหตุเขาอยู่ที่ไหน และติดใจคำพิพากษาที่เราจำได้ว่าตอนเขาตีที่หน้าบ้านเรา เขาถอดหมวกกันน็อค เราเลยจำเขาได้ แต่ไม่มีภาพกล้องวงจรปิดที่หน้าบ้านขณะนั้น ศาลก็ไม่เชื่อว่าคนร้ายถอดหมวกกันน็อค"นายเอกชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าคดีอื่นที่ถูกทำร้าย นายเอกชัย เผยว่าตนถูกทำร้ายร่างกาย 7 ครั้ง เผารถ 2 ครั้ง โดยมี 2 คดีที่จับคนร้ายในที่เกิดเหตุได้ เพราะตำรวจอยู่ ส่วนคดีนี้จับ 1 ใน 3 คนร้ายได้ คดีอื่นยังไม่คืบหน้า แม้จะมีภาพวงจรปิดและออกหมายจับ แต่ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้

สำหรับคดีที่จับคนร้ายได้นั้น คือเดือน ม.ค.61 ตอนที่ตนไปทำเนียบและถูกทำร้ายที่ป้ายรถเมล์ ต่อมาก็เป็นคนเดียวกันที่เราจำหน้าได้มาทำร้ายอีกสัปดาห์ คดีครั้งแรกตัดสินปรับคนร้าย 1,000 บาท ครั้งที่ 2 ตัดสินจำคุก 6 เดือนปรับ 10,000 บาท แต่รอลงอาญา