ส่องสถานการณ์ยาเสพติด 2020 ใช้ออนไลน์ขยายตลาด ตัดตอนขบวนการ

วันที่ 02 ก.พ. 2563 เวลา 21:56 น.
ส่องสถานการณ์ยาเสพติด 2020 ใช้ออนไลน์ขยายตลาด ตัดตอนขบวนการ
โดย วัสยศ งามขำ

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดคาดการณ์สถานการณ์ยานรกในปี 2020 ในเมืองไทยจะบูมมากขึ้นโดยเฉพาะยาไอซ์ ที่จะระบาดหนักในสถานบริการยามค่ำคืนและจะมีราคาถูกลงเพราะผลิตตามตะเข็บชายแดนพม่าแบบไม่ยั้ง ส่วนการซื้อขายก็จะง่ายขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ตำรวจเร่งวางมาตรการรับรับมือประสานต่างประเทศสะกัดเส้นทางโลจีสติกและในโลกอินเทอร์เน็ต

พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) ยอมรับา ในปี 2020 ปัญหายาเสพติดกลุ่มเมทแอมเฟตามีนโดยเฉพาะไอซ์ จะขยายตัวรุนแรงมากขึ้นในภูมิภาค โดยสะท้อนจากผลการจับกุมในประเทศต่างๆที่มีปริมาณสูงขึ้น โดยไอซ์ที่ลักลอบลำเลียงเข้าประเทศไทยและประเทศต่างๆ มีฐานการผลิตอยู่เขตพื้นที่อิทธิพลของกลุ่มชาติพันธ์ ติดอาวุธในบริเวณรัฐฉานตอนเหนือของประเทศเมียนมา

“แหล่งผลิตยาเสพติดที่สำคัญของโลกยังคงอยู่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ กลุ่มผู้ผลิตมีความสามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่องและไม่จำกัด และจากสถานการณ์การผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ยาเสพติดจำนวนมากได้ถูกลักลอบส่งออกกระจายไปยังประเทศต่าง ๆ ทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนอกภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปรากฏผลการจับกุมในประเทศต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนมาก” พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าว

ทั้งนี้ ในห้วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยและประเทศสมาชิกในลุ่มแม่น้ำโขง ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำภายใต้กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ ในโอกาสต่างๆ โดยเฉพาะแผนการสกัดกั้นยาเสพติดและเคมีภัณฑ์ตามแนวชายแดน 3 ประเทศ คือ เมียนมา ไทย ลาว ส่งผลให้กลุ่มขบวนการเปลี่ยนเส้นทางลำเลียง จากเดิมที่เคยเข้าประเทศไทยเป็นหลัก ผ่านทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งปัจจุบันพบว่า กลุ่มขบวนการเปลี่ยนเส้นทางการลำเลียงโดยผ่านไปทางลาวไปทางประเทศเวียดนาม หรือผ่านพม่าลงสู่ทะเลอันดามันก่อนลำเลียงเข้าสู่ประเทศที่สาม หรือลำเลียงเข้าไทยทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดตากและจังหวัดกาญจนบุรี

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า ปริมาณยาเสพติดที่ลักลอบนำเข้าต่อครั้งมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากตลอดปีที่ผ่านมา และต่อเนื่องถึงปีหน้า สำหรับยาเสพติดที่พบมีการแพร่ระบาดมากที่สุดในประเทศไทยยังคงเป็นยาบ้า รองลงมาคือไอซ์และกัญชาตามลําดับ นอกจากนี้ พบว่าคีตามีน เริ่มเป็นที่นิยมและมีการแพร่ระบาดในกลุ่มนักเที่ยวกลางคืนมากขึ้น ในขณะเดียวกันประเทศไทยยังคงถูกใช้เป็นแหล่งพักยาเสพติด และเส้นทางผ่านลําเลียงยาเสพติดประเภท ไอซ์ เฮโรอีน และกัญชา ไปยังประเทศที่สามอีกด้วย

“ปัจจัยที่ทำให้ยาเสพติดถูกลำเลียงเข้าไทยเป็นจำนวนมาก มาจากปัจจัยภายนอกประเทศเป็นหลัก เพราะไทยอยู่ติดกับแหล่งผลิตยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า และจากการที่แหล่งผลิตบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ที่ยังคงสามารถผลิตยาเสพติดได้เป็นจำนวนมากอย่างไม่จำกัด โรงงานผลิตที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก การนำเข้าสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่นำไปสู่การผลิตสามารถจัดหาได้อย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีการผลิตที่มีความทันสมัยมากขึ้น

รวมถึงกลุ่มเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติที่เข้าไปเคลื่อนไหวในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อต้องการขยายตลาดยาเสพติดทั้งในและนอกภูมิภาค และรวมไปถึงความต้องการภายในประเทศยังมีอยู่สูง โดยเฉพาะยาบ้า ดังนั้น เมื่อกำลังการผลิตยาเสพติดนอกประเทศมีการเพิ่มปริมาณการผลิต เพื่อให้ตัวยาเข้าสู่ตลาดมากขึ้น จึงทำให้มีปริมาณยาบ้าถูกส่งเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น ส่งผลให้.ต.ท.ชินภัทร กล่าว

สำคัญที่สุดกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบการค้ายาเสพติด โดยนำเทคโนโลยีการติดต่อซื้อขายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ ที่เอื้อให้การค้ายาเสพติดขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มผู้ค้าหลีกเลี่ยงการส่งมอบยาเสพติดให้กับกลุ่มผู้ซื้อโดยตรง แต่จะใช้วิธีติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์แล้วแจ้งจุดวางยาเสพติด (Dead Drop) เป็นการตัดตอนในกระบวนการส่งมอบไม่ต้องผ่านตัวแทนหรือคนกลางในพื้นที่ชายแดนอย่างเช่นในอดีต จึงไม่ต้องเสียค่าส่วนต่างจำนวนมาก การสั่งซื้อยาเสพติดจึงสามารถได้ปริมาณที่มากขึ้นในจำนวนเงินที่เคยสั่งซื้อ และยังเป็นการต่อต้านการสืบสวนขยายผลจากทางฝ่ายเจ้าหน้าที่

นอกจากนั้นยังพบว่ากลุ่มนักค้าทุกระดับ รายย่อย รายกลาง รายใหญ่ นิยมซื้อขายยาเสพติดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ควบคู่กับการส่งมอบ ยาเสพติดผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ ระบบโลจิสติกส์ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนมากขึ้น เนื่องจากการให้บริการขนส่งระบบโลจิสติกส์มีจำนวนมาก รวมทั้งยังมีปัจจัยเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน การโอนเงินผ่านระบบอิเลคทรอนิกส์ที่สะดวก รวดเร็ว ทำให้เป็นการยากต่อการสกัดกั้น ติดตามจับกุม และสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่

ผบช.ปส. กล่าวว่า สำหรับเส้นทางลำเลียงยาเสพติดที่สำคัญของประเทศไทย กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดยังคงใช้เส้นทางลำเลียงยาเสพติดผ่านตามแนวชายแดนไทย-พม่าทางภาคเหนือ ทางด้านจ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งผลิต และแหล่งเก็บพักยาเสพติดของกลุ่มผู้ผลิต เพื่อลำเลียงนำยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ชั้นในเขตปริมณฑลและกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด ยังปรับเปลี่ยนวิธีการและเส้นทางลำเลียง โดยลำเลียงเข้าไทย ผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือทางด้านจ.เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร มากขึ้น ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนด้านที่ติดแม่น้ำโขง สามารถนำยาเสพติดขึ้นเรือข้ามแม่น้ำโขง และเลือกจุดขนถ่ายได้โดยง่าย เพราะบริเวณจังหวัดชายแดนด้านที่ติดลำน้ำโขง มีพื้นที่เป็นแนวยาว กำลังเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง จึงง่ายต่อการขนถ่ายยาเสพติดขึ้นเรือ เพื่อลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศไทย และปัจจุบันสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง คือ พบว่ายาเสพติดจะถูกลำเลียงเข้าไทยด้านชายแดนตะวันตก ได้แก่ จ.กาญจนบุรี และตาก มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อหลบเลี่ยงการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด ตามเส้นทางสายหลักและเส้นทางสายรอง

สำหรับการคาดการณ์สถานการณ์ยาเสพติดในปี 2020 พล.ต.ท. ชินภัทร สรุปไว้ 6 ประการ ประกอบด้วย 1. ชายแดนภาคเหนือเป็นเส้นทางหลักในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มที่จะใช้เป็นเส้นทางในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการจับกุมยาเสพติดที่ลักลอบนำเข้าจากพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งความถี่และปริมาณยาเสพติด เนื่องจากเจ้าหน้าที่เข้มงวดเส้นทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ จึงทำให้ผู้ค้ายาเสพติดหลบเลี่ยงหันมาใช้เส้นทางภาคตะวันตกทดแทน

2. ในห้วงที่ผ่านมาการลำเลียงยาเสพติดโดยการขนส่งทางน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยมีปัจจัยสำคัญจากหลายสาเหตุ เช่น การปรับเปลี่ยนเส้นทางลำเลียง เพื่อหลบเลี่ยงการสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนอื่นๆ และการลำเลียงทางน้ำเอื้อต่อการลักลอบลำเลียงครั้งละมาก ๆ และยากลำบากต่อการป้องกันและปราบปราม ทั้งยังสามารถลักลอบลำเลียงนำเข้ายาเสพติดได้ตลอดพื้นที่ชายฝั่งทะเล

3. ภาวะการขยายตัวของการผลิตยาเสพติดกลุ่มประเภท เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า และ ไอซ์) ที่มีกำลังการผลิตอย่างไม่จำกัด จนเกิดภาวะล้นตลาด ทำให้ยาเสพติดมีราคาถูกลง และอาจส่งผลทำให้เกิดการกระตุ้นความต้องการของกลุ่มผู้ค้าและผู้เสพมากขึ้น

4. การใช้คีตามีนควบคู่กับเอ็กซ์ตาซี ในกลุ่มนักเที่ยวกลางคืนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสถานบันเทิง ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และ 5. ปัญหาที่สำคัญที่มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต คือ การเชื่อมโยงเครือข่ายยาเสพติด กับการพัฒนาของระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ควบคู่กับการขนส่งทางพัสดุจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการแพร่ระบาดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว และไม่จำกัดพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีการสร้างเครือข่ายการค้ายาเสพติดโดยอาศัยระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ เข้ามาเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร ลักลอบซื้อขายยาเสพติด ทั้งทางทวิตเตอร์ ไลน์ และ เฟซบุ๊ค ที่สามารถสร้างพื้นที่ติดต่อกันส่วนตัวได้

สำหรับ แนวทางเชิงรุกการทำงานของตำรวจปราบปรามยาเสพติดในปี 2020 นั้นจะดำเนินการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในทุกเส้นทาง เน้นพื้นที่แนวชายแดนบนเส้นทางคมนาคมทางบก ทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางรอง โดยใช้ระบบอ่านแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติที่ติดตั้ง ณ ด่านตรวจ/จุดตรวจ/จุดสกัด ให้มีความเชื่อมโยงและสัมพันธ์กันทั่วประเทศ และ เครื่อง X-Ray ตรวจหายาเสพติด ที่แอบซุกซ่อนมากับรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลำเลียงยาเสพติดเข้าไปพื้นที่ตอนใน นอกจากนี้จะดำเนินการระดม ปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม ปราบปรามเครือข่ายนักค้ายาเสพติดทุกระดับ โดยเฉพาะในแหล่งแพร่ระบาดยาเสพติดในชุมชน แหล่งพักเก็บยาเสพติด สถานบันเทิง ที่อาจเป็นแหล่งจำหน่ายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยว

พล.ต.ท.ชินภัทร ยืนยันว่า จะดำเนินการปราบปรามจับกุมและสืบสวนขยายผล ผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้นำเข้าและส่งออก รวมทั้งจะขยายผลไปยังผู้สมคบและผู้สนับสนุนช่วยเหลือ เพื่อทำลายโครงสร้างเส้นทางการเงินของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดทั้งระบบ โดยดำเนินการตามมาตรการสมคบ มาตรการทางทรัพย์สิน ทั้งการยึดทรัพย์ และการฟอกเงินกับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดตามกฎหมาย และเน้นดำเนินการสืบสวน ปราบปราม ขบวนการค้ายาเสพติดที่สลับซับซ้อน ผ่านโลกออนไลน์ Social Network เช่น Facebook และ Line และการขนส่งยาเสพติดผ่านพัสดุภัณฑ์หรือระบบ Logistic ทุกระบบ

ขณะเดียวกันจะแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศที่มีอิทธิพลต่อประเทศเพื่อนบ้าน ให้ร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ส่งผลกระทบกับประเทศไทยทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี รวมทั้งพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างประเทศบริเวณชายแดน เพื่อสกัดกั้นและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ พร้อมกับจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ ความเข้าใจ ทางด้านไอที และด้านยุทธวิธี เพื่อพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต