ผลโพล 61.4% ชี้จำเป็นต้องมีการเกณฑ์ทหาร

วันที่ 01 ธ.ค. 2562 เวลา 11:11 น.
ผลโพล 61.4% ชี้จำเป็นต้องมีการเกณฑ์ทหาร
ซูเปอร์โพลเผยคน 61.4% ชี้จำเป็นต้องมีการเกณฑ์ทหาร เชื่อช่วยสร้างความอดทน เข้มแข็ง รักชาติ กล้าหาญ

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 62 สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "นักการเมือง กับ การยกเลิกเกณฑ์ทหาร" โดยสำรวจความคิดเห็นประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ผ่าน “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” (Social Media Voice) ด้วยระบบ Net Super Poll จำนวน 3,084 ตัวอย่าง และ “เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม” (Traditional Voice) จำนวน 1,250 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15 – 30 พ.ย. 62 สรุปผลได้ดังนี้

เมื่อถามถึงการเกณฑ์ทหารกับการสร้างลักษณะต่าง ๆ ของชายไทย พบว่า ความอดทนร้อยละ 61.5, ความเข้มแข็งร้อยละ 60.3, ความรักชาติร้อยละ 58.1, ความกล้าหาญร้อยละ 54.8, ความมีวินัยร้อยละ 52.9, ความเสียสละร้อยละ 49.0 และสุขภาพแข็งแรงร้อยละ 43.2 ตามลำดับ

ที่น่าพิจารณาคือ ภาพแห่งความทรงจำที่มีทหารเข้าช่วยเหลือประชาชน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.3, เป็นภาพน้ำท่วมครั้งใหญ่ของประเทศ ปี พ.ศ. 2554 รองลงมาคือ ช่วยชีวิตเด็กที่ถ้ำหลวงร้อยละ 56.0, น้ำท่วมภาคอีสานปี พ.ศ.2562 ร้อยละ 50.8, ช่วยเหลือประชาชนพัฒนาท้องถิ่นร้อยละ 41.7, เหตุร้ายทั่วไปร้อยละ 36.4 ขุดลอกคูคลอง

เมื่อถามว่านักการเมืองที่รณรงค์ยกเลิกเกณฑ์ทหารมีวิธีการอื่นที่ดีกว่าแล้วหรือไม่ ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.9 ระบุยังไม่มีวิธีการอื่นที่ดีกว่า การเกณฑ์ทหารในปัจจุบัน มาประกันความมั่นคงของประเทศ มาประกันการช่วยเหลือประชาชนยามเกิดภัยพิบัติ เหตุความไม่สงบในประเทศ การรณรงค์มีแต่ปลุกปั่นเอาข้อผิดพลาดเรื่องหยุมหยิมส่วนน้อยมาทำลายเรื่องใหญ่ด้านความมั่นคงและความเดือดร้อนของประชาชน ขณะที่ร้อยละ 18.1 ระบุว่า มีวิธีการอื่นที่ดีกว่าแล้ว เช่น ระบบสมัครใจ การจ่ายเงินให้รัฐ และแนวทางยกเลิกเกณฑ์ทหารของต่างประเทศ เป็นต้น

เมื่อถามถึงความจำเป็นหรือไม่จำเป็นต้องเกณฑ์ทหาร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.4 ระบุจำเป็นต้องมีการเกณฑ์ทหาร ในขณะที่ร้อยละ 18.4 ระบุไม่จำเป็น และร้อยละ 20.2 ไม่แน่ใจ

ผศ. ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าวว่า ฝ่ายการเมืองที่รณรงค์ยกเลิกเกณฑ์ทหารคงจะหาเสียงสนับสนุนไปจนถึงช่วงการเกณฑ์ทหารในต้นปีหน้าโดยเอาธรรมชาติของความกลัว ความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ชาติและความสบายของคนเป็นจุดขาย และเป็นไปได้ว่าจะมีเสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือประเด็นการยกเลิกเกณฑ์ทหารไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะจากการกวาดเอาข้อมูลในโลกโซเชียลมาวิเคราะห์พบว่า มีคนในโลกโซเชียลจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกและคนในประเทศที่ติดชายแดนของประเทศไทยติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเช่นกัน มันมีนัยสำคัญอะไรบางอย่างต่อความมั่นคงของชาติและความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชนคนไทยที่ตามจริงแล้ว

ประเด็นปัญหาท้าทายที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยเวลานี้ไม่ใช่เรื่องยากที่จะผ่านพ้นไปได้ แต่การทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวของทุก ๆ ฝ่ายที่มีอำนาจในเวลานี้ต่างหากเป็นเรื่องที่ยากกว่า