ครูทั่วประเทศแต่งดำบุกสภายื่นหนังสือคัดค้านพ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับใหม่

วันที่ 30 ต.ค. 2562 เวลา 15:40 น.
ครูทั่วประเทศแต่งดำบุกสภายื่นหนังสือคัดค้านพ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับใหม่
ครูแต่งดำบุกสภายื่นคัดค้านร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ อ้างล้าสมัยไม่มีส่วนร่วม ด้าน"ณัฎฐพล"ไม่หวั่นเดินหน้าต่อยึดประโยชน์เด็กเป็นหลัก

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. บุคลากรทางการศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในหลายจังหวัดทั่วประเทศกว่า 500 คนนำโดยนายดุสิต อารยกุล รวมตัวกันในชื่อ กลุ่มรวมพลคล 38 ค (2) เดินทางมายังอาคารัฐสภา เกียกกาย ยื่นหนังสือถึงกรรมาธิการการศึกษา โดยทุกคนพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสีดำ เพื่อแสดงออกเชิญสัญลักษณ์คัดค้านนโนบายการปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีการจัดทำเป็น พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่

ทั้งนี้ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีสาระสำคัญเป็นการยกเลิก กฎหมาย ปี 2542 บางฉบับ มองว่าปรับปรุงให้ล้าสมัยกว่าเดิม โดยที่ครูและบุคคลากรทางการศึกษาไม่มีส่วนร่วมในการยกร่าง ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ระหว่าง บุคลากรทางการศึกษา และ ชุมชน มีการกำหนดให้ยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครูและเปลี่ยนมาใช้เป็นใบรับรองความเป็นครู ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการลดวิทยฐานะของ ครู ทำให้ครูไม่เป็นวิชาชีพชั้นสูง แบบเดียวกับวิชาชีพอื่นๆ ที่มีใบอนุญาติ

นอกจากนี้ มีการเปลี่ยนจากตำแหน่งผู้อำนวยโรงเรียน กลับมาเป็นครูใหญ่ ที่อ้างว่า เป็นการพัฒนาการศึกษา และมีการกำหนดให้ ผู้ช่วยครูใหญ่ ไม่เป็นครูก็ได้ แต่ผู้ช่วยครูใหญ่ สามารถพัฒนาไปเป็นครูใหญ่ได้ ถือเป็นการบั่นทอนขวัญและกำลังใจครูที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ จึงขอเรียกร้องให้ยุติการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว. และให้นำกฎหมาย ปี2542 กลับมาปรับปรุงแก้ไขในบางมาตรา โดยต้องรับฟังความเป็นจากทุกฝ่าย พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการนโยบายการการศึกษาแห่งมีสัดส่วนจากผู้แทนของครู โดยกรรมาธิการยืนยัน จะนำเรื่องนี้ เสนอต่อที่ประชุม กรรมาธิการในช่วง

ขณะที่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้ตั้งคณะทำงาน ในการดำเนินงานเรื่องต่างๆ จึงต้องให้เวลาศึกษาถึงความเหมาะสม และเหตุผลหลักคือต้องการลดความทับซ้อนในด้านบุคลากร การใช้งบประมาณ และการดำเนินงานด้านการศึกษา นั่นคือเป้าหมายหลัก

“ส่วนข้อเสนอจะเป็นอย่างไร ยังไม่มีคำตอบให้ เพราะขณะนี้คณะทำงานกำลังศึกษาอยู่ และไม่อยากให้กังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นผมมั่นใจว่าทุกอย่างที่กระทรวงศึกษาธิการเดินไปข้างหน้าคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องมีผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งเรื่องสิทธิที่ได้ หรือการขึ้นสู่ตำแหน่งต่างๆ และอยากให้คำนึงถึงเด็กและเยาวชนต้องได้ประโยชน์มากที่สุด” รมว.ศึกษาธิการกล่าว