2ป้าแจ้งความเท็จอ้างถูกยักยอกหวยรางวัลที่1ยังให้การปฏิเสธ

  • วันที่ 30 เม.ย. 2561 เวลา 21:44 น.

2ป้าแจ้งความเท็จอ้างถูกยักยอกหวยรางวัลที่1ยังให้การปฏิเสธ

2 ผู้ต้องหาแจ้งความเท็จ อ้างถูกยักยอกลอตเตอรี่รางวัลที่1มูลค่า 30 ล้าน ยังให้การปฏิเสธ ตำรวจมั่นใจพยานหลักฐานเอาผิดได้แน่ ส่งฝากขัง 1 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการ กองปราบปราม (ผบก.ป.) ร่วมสอบปากคำ นางเรวดี หาแก้ว หรือ ป้าติ้น อายุ 53 ปี และ นางวิไลพร รัตนติสร้อย หรือ ป้าเล็ก อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ จ.427/2561 และ จ.428/2561 ตามลำดับลงวันที่ 27 เม.ย. 2561 ในข้อหาร่วมกันแจ้งความเท็จเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา ภายหลังเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม สามารถจับกุมนางเรวดี ได้ที่ อ.เมือง จ.หนองคาย และจับกุมตัว นางวิไลพร ได้ที่ ซ.นวลน้อย แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อปี 2559 นางเรวดี และ นางวิไลพร ได้เข้าแจ้งความกับ สน.ประเวศ ว่า ถูกนางสุดารัตน์ น้อยนิตย์ ผู้เสียหายซึ่งเป็นเพื่อนสนิทยักยอกสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 066720 งวดวันที่ 1 เม.ย. 2559 จำนวน 5 คู่ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท โดยอ้างว่า ได้ร่วมหุ้นกันซื้อขณะที่ไปร่วมกันทำบุญที่วัดลาดบัวขาว หรือ วัดราชโยธา แขวงเขตสะพานสูง กรุงเทพมหานครต่อมาเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2561 มีผู้เสียหายอีกราย คือ นางจรูญ เฮด อายุ 62 ปี เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับทาง กองปราบปราม ให้เอาผิดกับ นางเรวดี ในข้อหาแจ้งความเท็จ หลังจากถูกนางเรวดี และ นางวิไลพร แจ้งความกับตำรวจ สภ.ดงเย็น จ.อุดรธานี ว่า นางจรูญ เป็นผู้ยักยอกสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 392785 งวดวันที่ 1 เม.ย. 2560 จำนวน 5 คู่ ถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้รับเรื่องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากทั้ง 2 คดี มีลักษณะเดียวกัน อีกทั้งยังพบพิรุธเกี่ยวกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คนหลายอย่าง

กระทั่งมีการตรวจสอบอย่างแน่ชัดแล้วทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไม่เคยถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ทั้ง 2 งวดดังกล่าวจริง ทำให้เชื่อได้ว่าทั้ง 2 คดีนั้นน่าจะเป็นการกลั่นแกล้ง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับพล.ต.ต.ไมตรี กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังให้การปฏิเสธ ทุกข้อกล่าวหา แม้ว่าพนักงานสอบสวน กองปราบฯ จะแสดงข้อมูลการสอบปากคำผู้ที่ถูกรางวัลตัวจริง ที่อยู่คนละจังหวัด แล้วก็ตาม ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังคงยืนยันคำให้การเดิมว่า มีการร่วมหุ้นซื้อ สลากกินแบ่งรัฐบาล และถูกรางวัลที่ 1 แต่ถูก นางสุดารัตน์ และนางจรูญ ยักยอกไป ซึ่งถือเป็นสิทธิของผู้ต้องหา

ขณะที่ การดำเนินการรวบรวมหลักฐานในคดีนี้ หลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการมอบหมายให้รับทำคดี ก็ใช้หลักฐานจากผู้เชียวชาญ ทั้งกองพิสูจน์หลักฐาน และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงการลงพื้นที่สอบปากคำ คนขาย และผู้ที่ถูกรางวัลตัวจริง จึงสามารถยืนยันได้ว่า หลักฐานในสำนวนทั้งหมดมีความรัดกุมสามารถดำเนินการเอาผิดกับ ผู้ต้องหา ทั้ง 2 คนได้ในข้อหาแจ้งความเท็จ และหมิ่นประมาทส่วนของการประกันตัวในขณะนี้ยังไม่มีการยืนแสดงหลักทรัพย์ หรือความประสงค์ ซึ่งหากมีการยื่นหลักทรัพย์ พนักงานสอบสวนกองปราบฯ จะพิจารณาในตัวหลักฐานว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ก่อนจะพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวนหรือไม่ แต่หากทั้ง 2 คน ไม่มีหลักฐานยื่นขอประกันตัว หรือพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วมีความเห็นไม่ให้ประกันตัวก็จะต้องดำเนินการส่งตัวขออำนาจศาลฝากขังในวันที่ 1 พ.ค.)

ทั้งนี้ นางสุดารัตน์ และ นางจรูญ ผู้เสียหายทั้งสองคน ได้เดินทางมายังกองปราบปรามเพื่อชี้ตัวผู้ต้องหา โดยมี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาด้วย

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า เรื่องที่นางเรวดี แจ้งความนั้น เป็นเรื่องที่กุขึ้นมาทั้งหมดเพราะนางเรวดีไม่มีลอตเตอร์รี่ชุดดังกล่าวอยู่จริง ส่วนกรณีที่ ร.ต.ท.สมประสงค์ ปสาทรัตน์ อดีต รองสารวัตรสอบสวน สน.ประเวศ ซึ่งเป็นผู้นำสำนวนในคดีดังกล่าวไปให้ นางเรวดี เพื่อเอาผิด นางสุดารัตน์ จนทำให้ นางสุดารัตน์ ถูกจำคุกเป็นเวลา 3-4 วัน ในส่วนนี้ตนกำลังส่งเรื่องให้กับกองบัญชาการตำรวจนครบาลเพื่อสอบวินัยร้ายแรง

ด้าน นางสุดารัตน์ กล่าวว่า รู้จักกับ นางเรวดีมาก่อน เนื่องจากทำบุญร่วมกัน ไม่คิดว่านางเรวดีจะทำกับตนได้ถึงขนาดนี้ ตนไม่มีอะไรจะบอกกับนางเรวดี เพราะได้พิสูจน์แล้วว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ มีการตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน รวมถึงทางกองปราบปราม และ นายอัจฉริยะ ด้วย ในส่วนของคดียังอยู่ในความรับผิดชอบของศาล แต่ตนมั่นใจว่าเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่ได้ทำความผิด โดยในช่วงระยะเวลาที่อยู่ในคุกเดือดร้อนมาก เมื่อพิสูจน์ได้ว่าตนบริสุทธิ์ ตนก็ดีใจ

 

ข่าวอื่นๆ