"ขอน้อมรับทุกคำติชม" เปิดใจ หมิว ภวรัณชน์ พิธีกรเดินหน้าประเทศไทยวัยทีน

  • วันที่ 01 มี.ค. 2561 เวลา 16:29 น.

"ขอน้อมรับทุกคำติชม" เปิดใจ หมิว ภวรัณชน์ พิธีกรเดินหน้าประเทศไทยวัยทีน

โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด

เมื่อค่ำวันที่ 28 ก.พ. หมิว ภวรัณชน์ บรรณารักษ์ เพิ่งถ่ายรายการเดินหน้าประเทศไทยวัยทีนเทปที่ 4 เสร็จ หลังเทปที่ 3 ที่เพิ่งออกอากาศไปเรียกเสียงวิพาษ์วิจารณ์ไม่น่าพิศมัยทั่วสังคม

“ตกใจนะ เอาจริงๆ เราทำใจไว้แล้วส่วนหนึ่งว่าจะต้องมีฟีดแบคบ้าง เพราะการเข้ามาอยู่ตรงนี้ต้องรับหน้าอะไรหลายอย่าง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นกระแสรุนแรงขนาดนั้น” หมิวบอกถึงความรู้สึกหลังตกเป็นประเด็น

ในฐานะพิธีกร แม้จะเตรียมใจมาบ้างกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเมืองเเละผู้มีอำนาจรัฐ  แต่พอโดนเข้าจริงๆ เธอยอมรับว่า

“เสียใจมากๆ ค่ะ”

 

ยอมรับความผิดพลาด–ไม่ใช่ลูกหลานทหาร

“รายการเดินหน้าประเทศไทย วัยทีน” ผลิตโดยกรมประชาสัมพันธ์ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เทปที่ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ก.พ. เป็นการถ่ายทำในสตูดิโอ ถูกวิจารณ์อย่างหนักถึงรูปแบบรายการ ฉากกราฟฟิก การแต่งตัวและหน้าตาของพิธีกร ที่โดนมองว่าเชยล้าสมัย สวนทางกับวัยทีน

หมิว ภวรัณชน์  บอกว่า เป้าหมายของรายการ คือการนำเสนอ สื่อสารและประชาสัมพันธ์นโยบายของรัฐบาลให้เข้าถึงผู้ชมในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน

“2 เทปแรกเราถ่ายกันนอกสถานที่ แต่วันนั้นไม่ใช่ โปรดักส์ชั่น การแต่งตัว และทุกๆ อย่างมันทำให้ภาพรวมดูไม่โอเคสำหรับหลายๆ คน ส่วนเรื่องสคริปต์ในรายการ เราพยายามสอดแทรกมุขตลกเพราะไม่อยากให้ดูซีเรียสจนเกินไป ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่รายการวางไว้คือวัยรุ่นที่กำลังจะเติบโตไปสู่วัยทำงาน รวมถึงวัยทำงานด้วย”

หมิว รับงานพิธีกรรายงานนี้จากคำชักชวนของรุ่นพี่ที่เคยร่วมงานกัน ยืนยันว่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเส้นสายทหารเเละไม่ทราบเรื่องงบประมาณในการผลิต

“ไม่ใช่ลูกท่านหลานเธอมาจากไหน ไม่ได้ใช้เส้นเข้า ผู้ใหญ่ให้โอกาสเราเข้ามาทำงาน มีคนบอกหนูเป็นลูกทหารหรือเปล่า หมิวอยู่ตัวคนเดียว พ่อแม่แยกทางกันส่งตัวเองเรียนมาตั้งแต่เรียนปี 2 หมิวรักในอาชีพพิธีกร พยายามทำทุกงานที่รับโอกาสอย่างเต็มที่”

 

 

เหรียญมีสองด้าน เสียใจคนเหยียดหน้าตา

พิธีกรสาว เปรียบชีวิตการทำงานเหมือนกับเหรียญที่มีสองด้าน เมื่อหลีกหนีคำวิจารณ์ไม่ได้ จึงต้องพยายามปรับปรุงการทำงาน วิธีการนำเสนอตามกรอบและข้อจำกัดของทีมงาน

“เรื่องติชม มันเหมือนเหรียญที่มีสองด้าน ในฐานะคนทำงาน เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วว่าจะถูกใจทุกคน ยังไงก็ต้องถูกวิจารณ์ เราต้องยอมรับและพัฒนา แต่ต่อให้เราปรับปรุงก็เป็นการปรับปรุงได้แค่ในกรอบและข้อจำกัดของเรา หลังจากเทปนั้น ทีมงานทุกคนกลับมานั่งคุยกันและจะพยายามนำเสนออย่างรอบคอบกว่าเดิม”

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนของชีวิตที่เธอยอมรับ อย่างไรก็ตามรู้สึกผิดหวังกับการวิจารณ์และเหยียดหยามหน้าตา โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นกับพิธีกรชายคู่ของเธอ

“ถ้าไม่ได้เจอกับตัว ไม่รู้เลยว่าโลกโซเชียลนั้นทำร้ายคนได้มากกว่าที่คิด คำพูดทำร้ายจิตใจไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใคร โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงเหยียดหน้าตา สีผิวของคนอื่น บางคนเหยียดแม้กระทั่งทำไมเอาหน้าตาแบบนี้มาออก ”

 

จบรัฐศาสตร์ – รักงานพิธีกร

หมิว ภวรัณชน์ เกิดที่กรุงเทพมหานคร ก่อนไปเติบโตที่ จ.หนองคาย โดยได้รับการเลี้ยงดูจากคุณย่า กระทั่งเมื่อคุณย่าเสียชีวิต จึงเข้ามาเรียนต่อในระดับปริญาตรีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงโดยเรียนจบคณะรัฐศาสตร์ หวังทำงานเป็นข้าราชการตามความตั้งใจของคุณย่า

อย่างไรก็ตามหลังเรียนจบเธอได้รับโอกาสเข้าทำงานเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ “ลูกทุ่งมัธยม” ซีซั่น 2 ช่องไทยไชโย และ รายการ M Collector ทางช่อง M channal จากนั้นคว้าโอกาสครั้งสำคัญ รับงานเป็นผู้ประกาศข่าวรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ทางช่องสปริงนิวส์

ด้วยความสนใจด้านอสังหาริมทรัพย์พิเศษ ปัจจุบันเธอทำงานหลักอยู่กับ prop2morrow บริษัทให้คำปรึกษาด้านสื่อการตลาดให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในตำแหน่ง Project Manager รวมถึงหน้าที่พิธีกรตามโอกาส

หมิวบอกว่า ชื่นชอบการพูดคุยกับผู้อื่น เเละหลงใหลในอาชีพพิธีกรมาเนิ่นนาน เป้าหมายสูงที่สุดคือการได้โลดเเล่นเป็นพิธีกร นักข่าวแถวหน้าของประเทศ รวมถึงเป็นบล็อกเกอร์ให้ความรู้ทางด้านอสังหาริมทรัพย์

“มีคนถามว่าถ้าย้อนกลับไปหมิวจะทำไหม จะรับงานพิธีกรไหม ก็ทำ เพราะเมื่อโอกาสเข้ามาหมิวก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตามข้อกำหนดและข้อจำกัดที่เรามี” สาววัย 28 ปีทิ้งท้าย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวอื่นๆ