ปส.ขยายผลยึดทรัพย์แก๊งเอกอ้วนยึดเงิน-ทองกว่า38ล้าน

วันที่ 01 พ.ย. 2560 เวลา 15:23 น.
ปส.ขยายผลยึดทรัพย์แก๊งเอกอ้วนยึดเงิน-ทองกว่า38ล้าน
รองผบ.ตร. เผย ปส. ขยายผล ยึดทรัพย์ เครือข่ายเอกอ้วน นักค้ายารายใหญ่ ยึดเงินกว่า 18 ล้าน ทองคำหนัก 975 บาท มูลค่ากว่า 38 ล้าน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผบ.ตร.พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม 6 ผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดตู้เซฟ 2 ตู้ ซึ่งเป็นทรัพย์สินแก๊งเครือข่ายนายจิรัฏฐ์ เพ็ญโสภณวิชญ์ หรือเอกอ้วน ของกลางวัตถุคล้ายทองคำรูปพรรณน้ำหนัก 25 บาท ทองคำแท่งน้ำหนัก 50 บาท และเงินสด 18,991,000 บาท มูลรวมกว่า 38,464 552 บาท ในคดีที่ 2 จับกุมยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคคาอีน) น้ำหนักรวม 1.8 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 2 คน คดีที่ 3 แถลงข่าว 8 ผู้ต้องหา ในข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) และยาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลาง กัญชา 199.9 กิโลกรัม ยาบ้า 187 เม็ด รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค 1 คัน รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส 1 คัน รถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 ได้จับกุมผู้ต้องหารวม 3 คน ของกลางยาบ้า 1,000,000 เม็ด ในพื้นที่ จว.พระนครศรีอยุธยา ต่อเนื่องพื้นที่กรุงเทพฯ และขยายผลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการอีก 3 คน โดยตำรวจภูธรภาค 1 ได้ประสาน ศอ.ปส.ตร. โดย บช.ปส. ร่วมกันขยายผล พบว่าเป็นเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญ เชื่อมโยงหลายพื้นที่ มีผู้ร่วมขบวนการจำนวนมาก โดยมีนายจิรัฏฐ์ เพ็ญโสภณวิชญ์ (ชื่อเดิม นายจรัล คำสด) เป็นตัวการสำคัญ ต่อมาได้มีคำสั่ง ตร.ที่ 490/2560 ลง 9 สิงหาคม 2560 จากนั้นขยายผล นำไปสู่การขออนุมัติออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการอีก 6 คน และมีบุคคลในเครือข่ายของนายจรัล คำสด ที่มีหมายจับคดียาเสพติด อีก 2 คน รวมเป็น 11 คน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวต่ออีกว่า จึงได้ปฎิบัติการชัยยะสยบไพรี 60/6 “ผลพวงของความโลภ” เครือข่ายนายจรัล คำสด เพื่อปิดล้อมตรวจค้น จับกุมบุคคลในเครือข่ายนายจรัล คำสด ตามหมายจับ พร้อมยึด อายัดทรัพย์สิน ที่ได้จากการค้ายาเสพติด โดยกำหนดแผนปิดล้อมตรวจค้น จำนวน 43 จุด พบตู้นิรภัย 2 ตู้ ตู้ที่ 1 พบทองคำรูปพรรณน้ำหนักประมาณ 25 บาท ราคาประมาณ 491,184 บาท  และนาฬิกาจำนวน  2 เรือน ตู้นิรภัยที่ 2 พบทองแท่ง น้ำหนักประมาณ 900 บาท ราคาประมาณ 18,000,000 บาท และทองรูปพรรณ น้ำหนักประมาณ 50 บาท ราคาประมาณ 982,368 บาท  และเงินสดจำนวน 18,991,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สิน 38,464,552 บาท

ต่อมา พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) กล่าวถึงกรณีการขยายผลจับกุมเครือข่ายเอกอ้วนในครั้งนี้ ว่า เครือข่ายนี้เริ่มต้นมาจากขบวนการจีนฮ่อ พัฒนาจากสายส่งมาเป็นผู้ค้ารายใหญ่ และมีขนาดของขบวนการใกล้เคียงกับหงซา ขยายครอบคลุมในพื้นที่กรุงเทพฯ และเป็นที่ไว้วางใจของผู้ผลิต เพราะ สามารถสั่งยาที่มีราคาสูงจากผู้ผลิต มาจำหน่ายได้ มีรูปแบบแตกต่างจากขบวนการของไซซะนะ ที่เคยจับกุมมาได้ เครือข่ายของเอกอ้วนนี้ ถือเป็นขบวนการที่กระจายยาเสพติดได้กว้างและครอบคลุม ทั้งยังทำการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ของตัวเอง และสร้างไลน์ประชาชนในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นขบวนการที่ฝังรากและแผ่กิ่งก้านสาขาอย่างรวดเร็ว หากนับรวมกันแล้วก็คงมีเครือข่ายและยาเสพติดในเครือข่ายจำนวนมาก

ส่วนเรื่องของการจับกุมและการขยายผลเพิ่มเติมนั้น ทาง กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ร่วมมือกันทำงานในการจับกุมปราบปรามขบวนการยาเสพติดกันอย่างเป็นระบบ คือ หลังจากที่บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหาได้ ทางดีเอสไอจะเข้ามาร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงิน และปปง. จะตรวจสอบทรัพย์สินและการฟอกเงิน ซึ่งทำให้การทลายเครือข่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คดีที่ 2 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผบ.ตร.พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, เจ้าหน้าที่ศุลกากร , เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส., เจ้าหน้าที่ทหาร ศรภ. กับพวก ได้ร่วมกันจับกุมนางสาวนุสรา  ชำกรม (MISS NUSSARA CHUMKLOM)  อายุ 26 ปี สัญชาติไทย นายฟรานเซส เรมิเกียส โอเคนวา (MR. FRANCES REMIGIUS OKENWA) พร้อมยาเสพติดให้โทษประเภท 2  (โคคาอีน)  น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 1.8 กิโลกรัม โดยสามารถจับกุมนางสาวนุสรา ได้ที่ช่องตรวจศุลกากร (ช่องเขียว)  โซน C ชั้น 2 ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ และ นายฟรานเซส สามารถจับบริเวณข้างถนนรามคำแหง  ฝั่งตรงข้ามห้างสรรพสินค้าบิ๊กซร แขวงมีนบุรี  เขตมีนบุรี  กรุงเทพมหานคร

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ผ่านท่าอากาศยาน  ได้ร่วมกันสืบสวนเครือข่ายกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดชาวแอฟริกาตะวันตก  เพื่อเฝ้าระวังการลักลอบนำยาเสพติดให้โทษเข้ามาในราชอาณาจักร พบว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดระหว่างประเทศจะลักลอบนำยาเสพติดจากอเมริกาใต้ ผ่านตะวันออกกลางเข้าสู่ประเทศไทย ในวันที่ 27 ตุลาคม 2560 โดยผู้ต้องสงสัยคือนางสาวนุสรา ชำกรม (MISS NUSSARA CHUMKLOM) อายุ 26 ปี จึงได้เฝ้าติดตามจนกระทั่งหญิงคนดังกล่าวผ่านการตรวจลงตราของระบบตรวจคนเข้าเมือง เดินเข้าช่องตรวจศุลกากรไม่มีของต้องสำแดง (ช่องเขียว) เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นจับกุม ตรวจสอบสัมภาระด้วยเครื่องเอกซเรย์ พบมีสิ่งผิดปกติอยู่ภายในกระเป๋าสัมภาระแบบเป้สะพาย พบช่องลับกระเป๋ามีห่อยาเสพติดประเภทโคคาอีน จึงได้ทำการจับกุม จากนั้นได้ขยายผลจับกุมนายฟรานเซส เรมิเกียส โอเคนวา เป็นชาวไนจีเรีย ไม่พบหนังสือเดินทางแต่อย่างใด เบื้องต้นทั้ง 2 การรับสารภาพว่ายาเป็นของตนจริง ก่อนที่เจ้าดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุมบุคคลในเครือข่ายต่อไป

คดีที่ 3 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผบ.ตร.พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส.ร่วมกับ สภ.เมืองระยอง และ บก.ขส.บช.ปส. ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 8 คน ได่แก่นายสุริยา สาสนธิ น.ส.เทวา บรรไพร  อายุ 43 ปี นายชาญวิทย์ เกษมสิน  อายุ 42 ปีนายวัชราวุฒิ โคตคำ  อายุ 29 ปี น.ส.ธันยชนก ผายม  อายุ 29 ปี นางนิ่มนวล สมเทพ  อายุ 32 ปี นายสันทัด ฉายาฤทธิ์  อายุ 25 ปี  นายจักรกริช สุขพ่วง  อายุ 25 ปี ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) และยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า)  ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (กัญชา)  น้ำหนักประมาณ 199.9 กิโลกรัม ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 187 เม็ด รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีเทา จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 10 เครื่อง สามารถจับกุมได้ที่สถานีบริการน้ำมัน PT เลฃที่ 123 หมู่ที่ 4 บ้านหนองหญ้าปล้อง ต.บ่อใหญ่ อ.บรบือ  จว.มหาสารคาม,  สถานีบริการน้ำมัน ปตท. เลขที่ 778 หมู่ที่ 1 ถ.แจ้งสนิท ต.บรบือ อ.บรบือ จว.มหาสารคาม

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งสายลับว่าจะมีกลุ่มขบวนการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดให้โทษ (กัญชา) ซึ่งเป็นกลุ่มคนในพื้นที่ จว.นครพนม ตามสั่งการของนายทุนผู้ว่าจ้างจากพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จว.นครพนม เพื่อไปส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะในการลำเลียงยาเสพติด จึงได้สกัดจับ พร้อมจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีต่อไป 

คดีที่ 4 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผบ.ตร.พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, เจ้าหน้าที่ศุลกากร, เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส., เจ้าหน้าที่ทหาร ศรภ. ได้จับกุมMr. kenneth Chiboke prince สัญชาติไนจีเรีย ถือหนังสือเดินทางเลขที่ A01001904  ตามใบอนุญาตขับรถ ไม่พบหนังสือเดินทาง กลุ่มแอฟริกันตะวันตก ในข้อหานำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 2  (โคคาอีน)  น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ  950 กรัม เงินสดจำนวน  270,000 บาท รถยนต์ฮอนด้า แจส หมายเลขทะเบียน ฌฐ 3700 กทม.  จำนวน  1 คัน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ผ่านท่าอากาศยาน ได้ร่วมกันสืบสวนเครือข่ายกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดระหว่าง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2560 เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสินค้าเร่งด่วนส่งมาจากประเทศเปรู  ผ่านบริษัทขนส่งสินค้าเอกชน  พบมีวัตถุต้องสงสัยเป็นยาเสพติดจึงได้ร่วมกันทำการเปิดตรวจสอบ พบเป็นยาเสพติดโคเคนซุกซ่อนอยู่ในภาชนะอลูมิเนียมทรงกระบอกหุ้มหนัง จำนวน 3 ชิ้น น้ำหนักประมาณ 950 กรัม ถึงผู้รับปลายทาง พัทยาใต้ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี  จึงได้ร่วมกันได้ทำการขยายผล ก่อนพบชายต่างชาติผิวสีขับรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ส  สีขาว ทะเบียน ฌฐ 3700 กทม. เข้ามาในโรงแรมที่นัดหมาย นำพัสดุไปฝากไว้กับทางโรงแรม เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจสอบคุมตัว และตรวจค้นพบโทรศัพท์ของกลางที่ใช้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ส่งพัสดุ และเงินสดในกระเป๋า จึงยึดไว้เป็นของกลาง รวบรวมหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.1 บช.ปส. ดำเนินคดี ต่อไป