ธปท.เตือนฟองสบู่

วันที่ 05 ส.ค. 2553 เวลา 03:01 น.
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้เริ่มมีสัญญาณเตือนภาวะฟองสบู่จากยอดซื้อคอนโดมิเนียมที่ไม่ได้อยู่อาศัยจริงมีสูงถึง 25% แสดงว่าเริ่มมีการเก็งกำไรแล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าเป็นความต้องการซื้อที่แท้จริงหรือไม่ เพราะผู้ซื้ออาจซื้อเพื่อลงทุน ให้เช่า หรือมีการเปลี่ยนมือก็ได้

 

“ต้องดูราคาอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง ถ้าปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าเริ่มมีฟองสบู่ แต่เท่าที่ดูตอนนี้ประเด็นราคายังไม่น่าห่วง เนื่องจากราคาถูกลงด้วยซ้ำ” นางธาริษา กล่าว

สำหรับอัตราดอกเบี้ยหากปล่อยให้ต่ำนานไปก็อาจเกิดภาวะเก็งกำไร แต่ถ้าปรับสูงเกินไปผู้ซื้ออาจทิ้งดาวน์ เป็นปัญหาเหมือนวิกฤตช่วงปี 2540

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า บริษัทมียอดคอนโดมิเนียมอยู่ระหว่างก่อสร้างและเตรียมเปิดขายถึงสิ้นปีนี้ 4 หมื่นหน่วย ปัจจุบันสัดส่วนการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุนอยู่ที่ 20% ซึ่งถือว่ายังไม่มีความเสี่ยงต่อภาพรวมของตลาด และการที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะปรับขึ้นต่อเนื่อง มั่นใจจะไม่ส่งผลให้กลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุนตัดสินใจทิ้งดาวน์หรือผ่อนไม่ไหว เพราะอัตราดอกเบี้ยไม่ได้ขยับขึ้นมาก

นอกจากนี้ การซื้อที่อยู่อาศัยถือเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ต่ำกว่า 10 ปี ผู้ซื้อต้องเผชิญกับภาวะอัตราดอกเบี้ยขึ้น หรือลงต่อเนื่องเป็นวงจรปกติ หากสถาบันการเงินมองว่าดอกเบี้ยขึ้นอาจะทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อที่ลดลง และมีความเข้มในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ก็จะช่วยลดความร้อนแรงของตลาดคอนโดฯ ลง

นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบยอดการโอนหลังอาคารเสร็จ ผู้บริโภครับโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด สะท้อนว่าแม้จะเป็นนักลงทุนที่มีสัดส่วนการซื้อที่ 2025% ก็มีกำลังที่จะรับโอน

โดยปัจจุบัน เป็นภาวะปกติของตลาดที่ทำให้เกิดการหมุนเวียน และศุภาลัยมีคอนโดฯ รอโอนในมืออยู่ 5,000-6,000 ยูนิตด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจครึ่งปีแรกจะเติบโตได้ 10% โดยมีภาคการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ในครึ่งปีแรกมีมูลค่าสูงถึง 9.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 36.6%ทั้งนี้สินค้าไทยกำลังได้รับความนิยมจากทั่วโลก มีการขยายตัวในทุกกลุ่มทั้งภาคเกษตร และอุตสาหกรรม รวมถึงทุกประเทศยังสั่งซื้อเพิ่ม โดยเฉพาะตลาดในเอเชีย และอาเซียนที่นับวันจะมีความสำคัญต่อการเติบโตเศรษฐกิจไทย และตอนนี้อาเซียนได้ก้าวเป็นตลาดการค้าสำคัญอันดับหนึ่งของไทยแล้ว และรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการขยายลงทุน การค้า ในอาเซียนเพิ่ม เพื่อก้าวสู่เป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 5 ปีข้างหน้า