"หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม" เจ้าอาวาสวัดอัมพวันมรณภาพแล้วอย่างสงบ

วันที่ 25 ม.ค. 2559 เวลา 10:18 น.
"หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม" เจ้าอาวาสวัดอัมพวันมรณภาพแล้วอย่างสงบ
ศิริราชแถลง "หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม" เจ้าอาวาสวัดอัมพวันมรณภาพอย่างสงบ หลังเข้ารักษาอาการอาพาธจากโรคปอดอักเสบ

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รายงานอาการอาพาธของพระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม) ระบุว่า

ตามที่ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม) วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี เข้ารับการรักษาอาการอาพาธในโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 2558 ด้วยอาการหอบเหนื่อยจากโรคปอดอักเสบ โดยคณะแพทย์ได้ถวายการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะและออกซิเจนนั้น

ต่อมาโรครุนแรงขึ้น แพทย์ได้ถวายการช่วยหายใจและถวายการรักษาประคับประคองระบบการหายใจและหลอกเลือดด้วยเครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด ถวายการรักษาทดแทนไต ระยะหลังอาการทรุดลง เริ่มมีเลือกออกผิดปกติจนต้องมีการถวายเลือดและเกล็ดเลือด จนในที่สุดการทำงานขอองอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว ไม่สามารถถวายการรักษาประคับประคองได้ต่อไป พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม) ถึงแก่มรณภาพอย่างสงบในวันที่ 25 ม.ค.2559 เวลา 8.37 น.

สำหรับประวัติ พระธรรมสิงหบุราจารย์ ( จรัญ ฐิตธมฺโม ) เกิดเมื่อ 15 ส.ค. 2471 เวลา 07.10 น. ( 4ฯ 8ปีมะโรง ) ที่ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวน 10 คน ซึ่งเกิดจากโยมมารดาเจิม และโยมบิดาแพ จรรยารักษ์อุปสมบทเมื่อ 15 ก.ค. 2491 เวลา 14.00 น. ณ วัดพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีท่านเจ้าคุณ พระพรหม นคราจารย์ วัดแจ้งพรหมนคร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูถาวรวิริยคุณ วัพพุทธาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการช่อ ปภากโร วัดพรหมบุรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์

การศึกษาพระธรรมวินัย และ วิปัสสนากรรมฐาน

พ.ศ. 2491 ศึกษาวิชากรรมฐานกับพระครูนิวาสธรรมขันธ์ ( หลวงพ่อเดิม ) วัดหนองโพธิ์ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์

พ.ศ. 2493 ศึกษาและปฏิบัติสมถกรรมฐาน วิชชาธรรมกายกับพระภาวนาโกศลเถระ ( สด จันทรสโร ) หลวงพ่อวัดปากน้ำ อำเภอภาษีเจริญ จังหวัดชลบุรี

พ.ศ. 2495 ศึกษาการทำเครื่องรางของขลัง น้ำมันมนต์ กับ หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ พระครูวินิจสุตคุณ ( หลวงพ่อสนั่น ) วัดบางกระเบา อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี

พ.ศ. 2497 ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน กับเจ้าคุณอาจารย์พระอุดมวิชาญาณเถระ ( เจ้าคุณโชดก) วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนคร ต่อมาเป็นพระธรรมธีรราชมหามุนีเจ้าคณะภาค 9 ( พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ)

พ.ศ. 2498 ศึกษาพระอภิธรรม กับ อาจารย์เตชิน ( ชาวพม่า ) วัดระฆังโฆสิตาราม จังหวัดธนบุรี

พ.ศ. 2498 ศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้วิทยาศาสตร์ทางจิตกับอาจารย์พันเอกชมสุคันธรัต

พ.ศ. 2498 ศึกษาพยากรณ์ จาก สมเด็จพระสังฆราช ( อยู่ ญาโณทยมหาเถระ) วัดสระเกศ จังหวัดพระนคร

เดินธุดงค์รอนแรมหาที่สงบ เพื่อจำศีลภาวนา ตามป่าเขาลำเนาไพรทางภาคเหนือ จนพบพระอาจารย์ในป่า ผู้ทรงคุณที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน และเดินธุดงค์ข้ามไปเบกอง หงสาวดี ประเทศพม่า ไทยใหญ่สิบสองปันนา

งานการปกครองและสมณศักดิ์

ได้รับการแต่งตั้งเป็น เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี เมื่อปี พ.ศ.2542

ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะ ชั้นธรรม ที่ " พระธรรมสิงหบุราจารย์ " เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2547ผลงาน

นับตั้งแต่หลวงพ่อดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน เมื่อ พ.ศ. 2500 ได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อบริหารงานวัด และช่วยวัดอื่นๆให้เจริญก้าวหน้า ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักพัฒนาตัวอย่างจากกรมการศาสนา และกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ พ.ศ. 2512

ท่านเป็นพระนักพัฒนา พระนักเทศน์ และ พระวิปัสสนาจารย์ พร้อมกันเสร็จในตัวของท่าน ท่านจึงมีผลงานในทุกๆปีมากมายจนเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป

การพัฒนาสิ่งแวดล้อม

เนื่องจากวัดอัมพวันได้เปิดการอบรมพัฒนาจิตใจ และคุณธรรมแก่ประชาชน และคณะสงฆ์ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศตลอดทั้งปี จึงจัดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นภายในวัดเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกคน ในขณะเดียวกันก็หาทางป้องกันปัญหาของสิ่งแวดล้อมที่มีผลเสียถึงประชาชนท่านจึงได้สร้างอุปกรณ์เพื่อความสะดวก และป้องกันปัญหาต่างๆ ดังนี้

- สร้างเตาเผาขยะสด เพื่อกำจัดขยะทั่วไปภายในบริเวณวัด

- จัดตั้งโรงบำบัดน้ำเสีย เพื่อบำบัดน้ำเสียจากการใช้ทั่วไปในบริเวณวัด ให้กลายเป็นน้ำดีก่อนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา