"บรรยิน" พบผบ.ตร.ยันเสี่ยรับเหมาเพื่อนสนิทดับเพราะอุบัติเหตุ

วันที่ 16 ก.ค. 2558 เวลา 21:18 น.
"บรรยิน" พบผบ.ตร.ยันเสี่ยรับเหมาเพื่อนสนิทดับเพราะอุบัติเหตุ
"บรรยิน" โร่พบ ผบ.ตร. แสดงความบริสุทธิ์ใจ ย้ำเสี่ยรับเหมาเพื่อนสนิทตายเพราะอุบัติเหตุ แจงปมโอนหุ้น  

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. เวลา 12.00 น. ที่สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(สง.ผบ.ตร.) ชั้น 4 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต สส.นครสวรรค์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ต้องหาในคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากกรณีขับรถชนต้นไม้ เป็นเหตุให้ นายชูวงษ์ แซ่ตั้ง เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เสียชีวิต ท่ามกลางความสงสัยของญาติผู้ตายที่ตั้งข้อสังเกตว่ามีเงื่อนงำ ได้เดินทางรอเข้าพบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและขอความเป็นธรรมในคดีที่เกิดขึ้น โดยใช้เวลาในการพูดคุยกับพล.ต.อ.สมยศประมาณ 30 นาที

พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวภายหลังพบผบ.ตร.ว่า ที่ผ่านมามีสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงมาพบกับ ผบ.ตร. ที่ผ่านมายังไม่มีโอกาสชี้แจง  มีเพียงญาติของนายชูวงษ์ที่มาพบผบ.ตร.ก่อนหน้านี้พูดอยู่ฝ่ายเดียว 

"ข้อเท็จจริงในวันเกิดเหตุปรากฏอยู่ในสำนวนอยู่แล้ว ผมและนายชูวงษ์ไปเล่นกอล์ฟกันแล้วขากลับก็ขับรถมาประสบอุบัติเหตุเรื่องมีแค่นี้ ในวันนั้นมีพยานที่ร่วมเล่นกอล์ฟตั้งแต่เช้ายันเย็น มีการรับประทานอาหารร่วมกันและก็เดินทางกลับเท่านั้นเอง มันเป็นไปไม่ได้ ที่ผมจะไล่คนขับรถของเขาไป ข้อเท็จจริงคือวันนั้นที่นัดกันหลังจากเรียนหลักสูตรวิทยาลัยตลาดทุน (วตท.) จบในวันพฤหัสบดี และในวันศุกร์นายชัช ชลวร และนายประพันธ์ คูณมี ได้มีการนัดไปตีกอล์ฟ ซึ่งนายประพันธ์ ได้มีการนัดนายประยุทธ มหากิจศิริ ไว้ก่อนหน้านี้แล้วที่สนามนี้ ก็เลยมีการชวนกันไป

"พอวันรุ่งขึ้นสาเหตุที่ตนต้องต้องไปขับรถแทนคนขับรถของนายชูวงษ์ เพราะวันนั้นตนไปพบนายชูวงษ์ที่บริษัทตอนเช้า ไปคุยกันเรื่องงานก่อสร้างที่นายชูวงษ์ รับทำบ้านให้ผมและได้เจอกับคนขับรถของนายชูวงษ์ ผมก็ถามว่าลูกพี่ไม่ได้เอาถุงกอล์ฟมาเหรอ คนขับรถบอกว่าไม่ได้เอามา ผมก็เลยไปคุยเรื่องงาน  ทราบว่านายชูวงษ์ เข้าใจผิดเรื่องนัดวันตีกอล์ฟคิดว่าเป็นวันเสาร์ นายชูวงษ์ จึงไม่มีถุงกอล์ฟ เลยเสนอให้นายชูวงษ์ นั่งรถไปกับผมก่อน แล้วให้คนขับรถเอาถุงกอล์ฟไปส่งที่สนามกอล์ฟก็แค่นั้น พอคนขับรถของนายชูวงษ์ เอาถุงกอล์ฟมาส่ง และได้สั่งให้คนขับรถไปรอที่บ้าน เพราะบ้านอยู่ห่างจากสนามกอล์ฟไม่ไกลเท่าไหร่ นายชูวงษ์ พูดกับผมว่าเดี๋ยวขากลับขอกลับด้วย ผมจะไปไล่คนขับรถเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของนายชูวงษ์ ที่จะต้องสั่งการกันเอง"พ.ต.ท.บรรยินกล่าว

พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวอีกว่า ตอนขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ เป็นเส้นทางเดินรถ 4 เลน ฝั่งละ 2 เลน ขับอยู่เลนที่ 2 ขณะที่เกิดเหตุได้มีรถแซงข้ามเลนมา ตนหักหลบเพราะมันกะทันหันและกลัวจะชน ตอนแรกหักมาเจอเสาไฟฟ้า หักหลบอีกทีชนฟุตบาทกระดอนขึ้นมาและลอยขึ้นมากระแทกและรถก็ไหลวิ่งไปชนที่ต้นไม้เกิดเหตุ คือไม่ได้ชนต้นไม้ตรงๆ บางคนบอกว่าทำไมรถเสียหายไม่เยอะ แต่ทำไมมีคนเสียชีวิตได้อย่างไร เพราะไม่ได้ชนตรงๆ เป็นการชนที่รถลอยและไปเสียบอยู่ตรงนั้น สื่อมวลชนไปดูได้ว่าต้นไม้ที่เกิดเหตุมันเอียงๆ ถ้าตนมีเจตนาจะให้นายชูวงษ์ ตายก็คงหักหลบเอาข้างในนายชูวงษ์ เข้ามากกว่า

เมื่อรถชนตนรู้สึกตัวอีกทีตอนที่ตื่นหลังจากสลบ มีคนมาเคาะกระจกเรียก มีพยานคนที่ยืนอยู่เรียกตน และพอตื่นขึ้นมาก็เห็นนายชูวงษ์ หน้าคว่ำและศีรษะอยู่ระหว่างคอนโซลกับเกียร์  ตนได้เรียกให้คนช่วยดึงนายชูวงษ์ แต่ไม่มีใครกล้า จึงให้เรียกหน่วยกู้ภัยด่วน ซึ่งตอนนั้นเข้าใจว่านายชูวงษ์ ยังมีชีวิตอยู่ เพราะหน่วยกู้ภัยบอกว่าชีพจรของนายชูวงษ์ ยังเต้นอยู่ มีการช่วยปั๊มหัวใจด้วย ซึ่งระหว่างที่นั่งรถมานายชูวงษ์ ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนตนคาดเข็มขัดนิรภัย

ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เลย เพราะวันนั้นมีเพื่อนเอาทุเรียนมาให้รับประทานก่อนออกรอบ ตนจึงไม่กล้าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะอันตราย ซึ่งหลังเกิดเหตุได้ไปโรงพยาบาลตรวจแอลกอฮอล์ก็ไม่พบ

พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวด้วยว่า  ญาติของนายชูวงษ์ คงมีความรู้สึกว่ามีการโอนหุ้นทั้งหลายก่อนเสียชีวิต  อยากจะบอกว่าการโอนหุ้นผลของมันมีผลตั้งแต่การโอนอยู่แล้ว การตายที่เกิดขึ้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ และคิดว่าทำไมญาติถึงได้สงสัยนั้น เพราะคิดว่าตนรู้เรื่องของนายชูวงษ์เยอะ เนื่องจากมีความสนิทสนมกันมาก ขนาดภรรยานายชูวงษ์ถึงขั้นเอ่ยปากว่าแต่ละวันนายชูวงษ์ คุยกับตนมากกว่าอีก ตนรู้ทุกเรื่องว่านายชูวงษ์ ทำอะไรบ้าง ทรัพย์สินทั้งหลายพูดตรงๆว่า ปิดบังไม่ให้ภรรยารู้

เมื่อถามว่าผู้หญิง 2 คนที่มีการโอนหุ้นเป็นใคร พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวว่า นายชูวงษ์ รู้ดีที่สุด ทางญาติก็รู้ว่าใครเป็นใคร พี่สาวของนายชูวงษ์ เองก็รู้ ส่วนญาติที่ระบุว่าไม่เคยมีการพูดคุยกันมาก่อนนั้น คือนายชูวงษ์ ไม่ต้องการให้ญาติรู้ เพราะต้องการปกปิดทรัพย์สินของเขาเอง และการที่นายชูวงษ์ เอาหุ้นไปให้คนอื่นถือ เพราะไม่ต้องการให้มีใครรู้ว่าถือทรัพย์สินอะไรเท่าไหร่ เหมือนต้องการเอาไปฝากไว้ นายชูวงษ์ ต้องการมีทรัพย์สินส่วนตัว

เมื่อถามว่า นายชูวงษ์กับผู้หญิง 2 คนนั้นมีความลึกซึ้งอย่างไรนั้น พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวว่า  ก็ลองประเมินเอาเองว่าลึกซึ้งหรือไม่ รู้จักกัน มีความสัมพันธ์กัน ตนก็รู้จักกับผู้หญิง 2 คนนี้ด้วย แต่รู้จักหลังจากที่รู้จักกับนายชูวงษ์ วันนี้มาพบ ผบ.ตร. และได้มีการเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดแบบนี้ให้ฟัง   ผบ.ตร. ก็รับฟัง ยังพูดว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร และตั้งแต่เกิดเหตุมาตนไม่เคยพูดอะไร มีการเสนอข่าวว่าตนยืมเงินนายชูวงษ์ มา 5 ล้านบาท อยากจะบอกว่าการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ มีแต่ตนที่เสียประโยชน์ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย อย่างกรณี 5 ล้าน ก็เป็นการวางมัดจำที่ดิน จ.พิษณุโลก ร่วมกัน แต่ใช้ชื่อนายชูวงษ์คนเดียว แต่ทางญาติกลับไปพูดว่ายืมเงินนายชูวงษ์ 5 ล้าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง

พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ต้องการอย่างอื่น อยากให้กระบวนการทุกอย่างดำเนินการตามกฎหมาย เพราะหลักฐานทุกอย่างพนักงานสอบสวนได้มีการตรวจสอบหมดแล้ว สามารถตรวจสอบได้เต็มที่แต่อย่าสร้างประเด็นขึ้นมาว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ ตนไม่เคยก้าวก่ายทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งขณะนี้ตนได้มอบตัวและตกเป็นต้องหาเรียบร้อยแล้ว โดยแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้พาพยานที่ไปตีกอล์ฟด้วยกันไปให้ปากคำที่ สน.อุดมสุข และยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาหลบหนีทางเจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวชั่วคราว

“อยากจะฝากไปทางญาติ ว่าผมกับนายชูวงษ์ สนิทกันมาก จะเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะทำอย่างนั้น และที่สำคัญถ้าจะทำอย่างนั้นจริง ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ ผมจะเอาตัวไปเป็นผู้ต้องหาร่วมทำไม ถ้าผมคิดจะฆ่านายชูวงษ์ ไปจ้างใครมาทำร้ายเขาโดยไม่มีหลักฐานถึงผม คิดว่าง่ายกว่าด้วยซ้ำ และยืนยันไม่มีความขัดแย้งกัน ที่ญาติมาสงสัยเพราะผมรู้เรื่องทุกอย่าง”นายบรรยิน กล่าว

นายบรรยินกล่าวว่า ไม่ข้องใจเรื่องพนักงานสอบสวนรวมทั้งชุดทำงานคลี่คลายคดีนี้ ไม่ขอเปลี่ยน  ส่วนที่ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาผบ.ตร.ด้านนิติวิทยาศาสตร์ ที่เป็นเพื่อนกับพี่สาวนายชูวงษ์นั้นไม่เป็นไร ตนเชื่อว่า พล.ต.อ.จรัมพร มีความเป็นมืออาชีพ และเชื่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนจะร่วมคลี่คลายคดีนี้อย่างเป็นธรรม 

พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวด้วยว่า เมื่อทราบว่า นายชูวงษ์ เสียชีวิต ก็เสียใจ ไปร่วมงานศพทุกวัน และเป็นคนจัดการเรื่องของชำร่วยในพิธีศพทั้งหมด เป็นเงินร่วม 200,000 บาท  และยังลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวนไว้ด้วยว่า ยินดีชดใช้แก่ครอบครัวของนายชูวงษ์เป็นเงิน 1 ล้านบาท หากครอบครัวต้องการ แต่ก็ยังไม่มีการติดต่อรับมอบเงินส่วนนี้