รพ.โพธารามใช้หลักจิตอาสารักษาผู้ป่วยซึมเศร้า

วันที่ 15 ต.ค. 2555 เวลา 14:18 น.
รพ.โพธาราม เจ๋ง ใช้หลักจิตอาสาชวนผู้ป่วยซึมเศร้าทำกิจกรรมช่วยผู้อื่นได้ผล เลิกคิดฆ่าตัวตาย ใช้ชีวิตได้ปกติ

น.ส.จารุวรรณ หีบท่าไม้ พยาบาลวิชาชีพ (จิตเวช) กล่าวว่า โรงพยาบาลได้นำต้นแบบงานจิตอาสาจากมูลนิธิพุทธฉือจี้ และเริ่มใช้ในโรงพยาบาลตั้งแต่ปี 2551 มีการจัดอาสาสมัครไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยเดือนละ 1 ครั้ง ทุกวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลประมาณ 17 ราย ในกรณีของผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ อาทิ มีความทุพพลภาพ ฐานะยากจน ผู้สูงวัยขาดผู้ดูแล ก็จะมีการคัดเลือกจากคณะกรรมการในการดูแลผู้ป่วยเป็นกรณีพิเศษตลอดชีวิต ทั้งการดูแลด้านสุขอนามัย ชีวิตความเป็นอยู่ เป็นต้น นอกจากนี้ในวันทำการของโรงพยาบาล ก็จะมีอาสาสมัครมาช่วยเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลให้บริการผู้ป่วยในจุดต่างๆ เป็นประจำ เช่น การวัดความดัน บันทึกข้อมูลพื้นฐาน การแสดงดนตรีเพื่อให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย เป็นต้น

ความสำเร็จของงานอาสาในโรงพยาบาลราชบุรีเกิดจากการจัดการอย่างเป็นระบบ โดยใช้รูปแบบเดียวกับมูลนิธิฉือจี้ที่มีแนวทาง 3 ประการ คือ ภาพลักษณ์ การทำงานอาสาคือโอกาสในการได้เรียนรู้จากผู้อื่น,อัตลักษณ์ คือ การเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกว่าเป็นอาสาสมัคร ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้ว่าเป็นกลุ่มจิตอาสาและสามารถเข้ามาร่วมกิจกรรมได้ทันที และการประชาสัมพันธ์ให้รู้ในวงกว้างเพราะวัฒนธรรมคนไทยมชอบทำบุญอยู่แล้ว โดยการทำงานนั้นจะแบ่งงานกันตามความถนัดของแต่ละคน และไม่บังคับว่าจะต้องมาร่วมกิจกรรมทุกครั้ง แต่เมื่อมาทำกิจกรรมแล้วมีความสุขอาสาสมัครส่วนใหญ่จึงมาเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง อาสาสมัครทุกคนจะผ่านการอบรมระยะสั้นเพื่อให้เข้าใจแนวทางการทำงาน และยึดหลักพุทธศาสนาตามแนวปฏิบัติของฉือจี้

"นอกจากนี้กิจกรรมจิตอาสายังสามารถช่วยรักษาอาการซึมเศร้าของผู้ป่วยได้ โดยเราได้ชักชวนผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ามีความคิดอยากฆ่าตัวตายมาร่วมทำกิจกรรมจิตอาสากับเรา ให้ผู้ป่วยได้ร่วมดูแลผู้ยากไร้ ช่วยทำความสะอาดบ้าน ป้อนอาหาร ทำให้เวลาว่างของผู้ป่วยน้อยลง ลดความคิดฟุ้งซ่าน และรู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ และยังมีคนอื่นที่ลำบากกว่า ซึ่งมีผู้ป่วย 2-3 ราย ที่เลิกคิดเรื่องฆ่าตัวตายและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยปัจจุบันก็ยังทำงานจิตอาสาอยู่" นางสาวจารุวรรณ กล่าว

นางพรรณี ศรีบรรเทา ที่ปรึกษาโครงการพลังอาสาสมัครสร้างสุขในสถานสงเคราะห์ บ้านเฟื่องฟ้า กล่าวว่า การศึกษาดูงานในครั้งนี้ทำให้ได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้น ทำให้เห็นการจัดงานจิตอาสาอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการดึงญาติผู้ป่วยมาร่วมดูแลคนไข้ จึงคิดว่าจะนำแนวทางดังกล่าวไปปรับใช้กับสถานสงเคราะห์ โดยการดึงผู้ปกครองที่มาเยี่ยมเด็กได้เข้ามาช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ในสถานสงเคราะห์ด้วย

ด้านนางสาวนริศรา อารมณ์ชื่น ผู้จัดการโครงการพลังอาสาสมัครสร้างสุขในสถานสงเคราะห์ มูลนิธิสุขภาพไทย กล่าวว่า การดูงานครั้งนี้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ในการสร้างระบบงานอาสาสมัครในสถานสงเคราะห์ให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากเจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์มีอยู่น้อย และกลุ่มอาสาสมัครก็มีความพร้อมในการช่วยงาน เพียงแต่ยังขาดระบบการจัดการที่เข้มแข็ง ซึ่ง รพ.โพธารามเป็นตัวอย่างของการนำพลังจิตอาสามาช่วยในการบริการผู้ป่วยอย่างได้ผล และมีระบบการจัดการอาสาสมัครที่มีประสิทธิภาพ