ลวงนางแบบลงทุนธุรกิจเครื่องสำอาง

วันที่ 11 ต.ค. 2555 เวลา 14:50 น.
ลวงนางแบบลงทุนธุรกิจเครื่องสำอาง
อดีตดารา-นางแบบ "ลูกนัท" กฤติยาภรณ์ ร้องบก.ปคบ.ถูกสาวแสบอ้างเป็นแพทย์ ลูกเจ้าของโรงงานหลอกขายเครื่องสำอางไม่มี อย.

ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)  น.ส.นภัทร เที่ยงแท้ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 217 ถนนเพชรเกษม ซอย 48 แยก 4 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม.พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สง่า เอี่ยมงาม พงส.(สบ3) กก.4 บก.ปคบ.เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ฉ้อโกงประชาชน ผลิตเครื่องสำอางปลอม ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง และข้อหาโฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ภายหลังจาก น.ส.กฤติยาภรณ์ หรือลูกนัท ตรีรัตน์พันธุ์ อายุ 41 ปี ดาราและนางแบบชื่อดัง อดีตขวัญใจช่างภาพมิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2534 และ น.ส.ลฎาภา ภควัตทิวัฒ อายุ 39 ปี แจ้งความดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่าถูกหลอกลวงขายเครื่องสำอางที่ไม่มีคุณภาพ รวมมูลค่าความเสียหายนับล้านบาท

ทั้งนี้ น.ส.นภัทร ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ซึ่งทางทนายความ ระบุว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการทำธุรกิจร่วมกันซึ่งดำเนินการมาเป็นเวลาประมาณ 3 ปีแล้ว ที่ผ่านมาได้มีความพยายามจะเจรจาเพื่อยุติเรื่องนี้ แต่ฝ่ายผู้กล่าวหาปฏิเสธที่จะเจรจาด้วยจึงต้องต่อสู้คดี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในระหว่างการเข้ามอบตัวในครั้งนี้ ทาง น.ส.กฤติยาภรณ์ หรือลูกนัท และ น.ส.ลฎาภา ผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.เพื่อให้การเพิ่มเติม

ลูกนัท-กฤติยาภรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อประมาณเดือนเม.ย. 2554 ได้รู้จักและติดต่อกับผู้ต้องหาผ่านทางเว็บไซต์ www.fe-thailand.com เนื่องจากมีความสนใจลงทุนทำธุรกิจเครื่องสำอาง ซึ่งผู้ต้องหาชักชวนว่าหากต้องการสร้างแบรนด์เครื่องสำอางขึ้นมาเขามีทางช่วยเหลือได้เพราะเป็นลูกของเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอาง และเป็นแพทย์ที่จบมาทางด้านนี้โดยเฉพาะ ภายหลังได้พบและเห็นภาพถ่ายต่างๆ ที่ผู้ต้องหานำมาให้ดูและพูดจาหว่านล้อมจนหลงเชื่อ ทดลองซื้อเครื่องสำอาง ประเภทครีมทาหน้า เซรั่มบำรุงผิว และครีมกันแดด รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท เพื่อนำไปลองจำหน่าย ซึ่งครั้งแรกก็ได้รับสินค้าที่คุณภาพดีจากโรงงาน แต่หลังจากนั้นกลับพบว่าสินค้าไม่มีคุณภาพ และมีการส่งสินค้าไม่ครบจำนวน ทำให้ต้องระงับการจำหน่ายเพราะมีลูกค้าต่อว่ามา เมื่อสอบถามกับผู้ต้องหาก็ได้รับการปฏิเสธ     

"เมื่อดิฉันได้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ จึงทราบว่า ผู้ต้องหาไม่ได้เป็นลูกเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอางที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด เพียงแต่รู้จักกับทางโรงงานนี้เพราะเคยติดต่อทำธุรกิจเท่านั้น นอกจากนี้ก็ไม่ได้เป็นแพทย์ ซึ่งพบว่าผู้ต้องหาไม่เพียงเปิดเว็บไซต์ดังกล่าว แต่ยังมีโซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยมอย่าง “เฟซบุ๊ก” อีกกว่า 5 ชื่อ ที่ใช้หลอกลวงผู้เสียหายรายอื่นๆ ให้ร่วมทำธุรกิจจำหน่ายเครื่องสำอางที่ด้อยคุณภาพ ก่อนหน้านี้ดิฉันเคยแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แต่ทางพนักงานสอบสวนแนะนำให้ไปร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงเข้าร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ก่อนแจ้งความที่ บก.ปคบ.ควบคู่กัน

ต่อมาทางตำรวจได้นำตัวอย่างเครื่องสำอางไปตรวจสอบที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็พบว่ามีสารปรอท ซึ่งเป็นสารควบคุม ห้ามนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ส่วนเลข อย.ก็ไม่มีในสารบบ พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมหลักฐานก่อนพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว

“ดิฉันไม่อยากให้เขาไปหลอกคนอื่นอีก เพราะเพื่อนก็สูญเงินไป 3-4 แสนบาท แต่เชื่อว่ามีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ลงทุนทำธุรกิจร่วมกับผู้ต้องหา แต่ยังไม่แจ้งความเพราะเกรงภาพลักษณ์ของบริษัทเขาจะเสียหาย เพราะที่ทราบนั้นก็เป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชื่อดัง หลังจากนี้คงต้องให้ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด และคงไม่ขอเจรจายอมความใดๆ ด้วย” ลูกนัท-กฤติยาภรณ์ กล่าว