ญาติเหยื่อกรือเซะโวยรัฐกล่าวหาลูกเป็นโจร

วันที่ 02 ก.ย. 2555 เวลา 15:52 น.
ญาติเหยื่อกรือเซะโวยรัฐกล่าวหาลูกเป็นโจร
พ่อเหยื่อกรือเซะหลั่งน้ำตาลั่นรับไม่ได้ รัฐกล่าวหาลูกเป็นโจร ได้เงินเยียวยาแค่ 4 ล้าน ถามทำไมไม่ได้ 7.5 ล้านเท่าเสื้อแดง 

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ตัวแทนญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2547 ในยุคที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีประกอบด้วย นายกูเด ละแมะ นางสาวสุนันทา และนายธีรยุทธ เกียรติวารี บุตรสาวและบุตรเขย ได้เดินทางมาพบนายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะตัวแทนญาติผู้เสียชีวิตรวม 10 รายจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อขอความเป็นธรรมหลังจากรัฐบาลจัดสรรเงินเยียวยาลงไปในพื้นที่ โดยระบุว่าจะให้เงินกับญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว 4 ล้านบาท ไม่ใช่ 7.5 ล้านบาทเท่ากับเหตุชุมนุมทางการเมืองและเหตุการณ์อื่น โดยอ้างว่าผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์กรือเซะเป็นโจรที่ใช้อาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ญาติรับไม่ได้ เพราะเป็นการใส่ร้ายผู้ที่เสียชีวิต

นายถาวร เสนเนียม  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า จากการชันสูตรพลิกศพไม่ปรากฏว่าคนบางกลุ่มที่เสียชีวิตที่นั่นเป็นผู้ต่อสู้หรือยิงเจ้าหน้าที่รัฐ โดยฝ่ายญาติได้พยายามเรียกร้องหาความเป็นธรรม แต่เจ้าหน้าที่ลอยนวลมาตลอด เขาไม่เคยคาดหวังว่าจะได้เงินจากรัฐเพื่อเยียวยาเรื่องนี้ แต่เมื่อรัฐมีการเยียวยาผู้ชุมนุมทางการเมือง 7.5 ล้าน จนมีการเรียกร้องให้เยียวยาอย่างเป็นธรรมในพื้นที่ภาคใต้ด้วย จึงมีการตั้งคณะอนุกรรมการ ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้ญาติผู้เสียชีวิต 32 คนที่มัสยิดกรือเซะ และประกาศที่จะไม่รับเงินเยียวยา 10 ราย

นายถาวรกล่าวว่า จะทำหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์​ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้พิจารณาให้ความเป็นธรรม อย่างน้อยต้องกอบกู้ชื่อเสียงของผู้เสียชีวิตกลับคืนมา เพราะแม้แต่ในคำสั่งของศาลก็มิได้มีการระบุว่าผู้เสียชีวิตมีการจับอาวุธเพื่อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ แต่รัฐกลับกล่าวหาว่าคนตายคือผู้มีอาวุธที่ตั้งใจต่อสู้กับรัฐ ดังนั้นหากรัฐจะเยียวยาก็ต้องเท่าเทียมกับกรณีอื่น

ทั้งนี้จะยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน  สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐไปกล่าวหาว่าผู้เสียชีวิตเป็นโจรจริงหรือไม่ เพราะเป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง

อย่างไรก็ตามระหว่างการแถลงข่าวนายกูเด บิดาของนายวัดสรี ละแมะ หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ถล่มมัสยิดกรือเซะ ได้ร้องไห้และนำเอาหนังสือรับรองความประพฤติบุตรชาย รวมถึงหลักฐานยืนยันว่า นายวัดสรี ไม่ได้เป็นผู้มีจิตใจที่จะเป็นกบฏต่อประเทศชาติ แต่ตั้งใจที่จะเรียนหนังสือต่อที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชควบคู่ไปกับการเรียนศาสนา เพื่อให้มีอนาคตที่ดีเหมือนกับคนไทยคนอื่น มาแสดงต่อสื่อมวลชนด้วย

นายธีรยุทธ กล่าวว่า ครอบครัวละแมะ เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตในมัสยิดกรือแซะ 32 รายโดยในจำนวนดังกล่าวมีนักเรียนจากโรงเรียนพัฒนาอิสลาม 14 คน เป็นผู้สูงอายุอีก 6-7 คน เป็นข้อมูลที่ไม่เคยเปิดเผย ต่อสังคม และมีคำถามว่าเด็กกลุ่มนั้นไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร ทั้งที่เป็นเด็กมีเกียรติประวัติ หลายคนได้รับรางวัลชมเชย ได้โล่ห์ความประพฤติดีเด่น มีอุปนิสัยดี พ่อแม่ลงทุนและทุ่มเทเหมือนเราลงทุนกับลูกรักลูก ทั้งแรงกายแรงใจและทรัพย์สินเท่าที่มีให้เป็นคนมีคุณภาพในสังคม และทุกคนอยู่ในโอวาท เรียนดี เป็นเด็กมีอนาคต ทุกคนมีอนาคตไกล มีบางคนแม่เป็นครู พ่อเป็นทหาร 

นายธีรยุทธถามว่าครูกับทหารจะกบฏกับชาติสอนลูกให้เป็นโจรหรือ หลายคนพ่อแม่ค้าขาย ตัดยางส่งลูกเรียน เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้รับความยุติธรรม 8 ปีผ่านไปไม่เคยมีใครดูแล สนใจ เมื่อมีการเยียวยาก็ไม่คาดหวังอะไร มีการประชุมชี้แจงกลุ่มญาติที่คณะกรรมการอิสลามจังหวัดยะลา บอกจะให้กรือเซะ 4 ล้าน อ้างว่าเป็นโจรมีเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ให้ 4 ล้านบาทก็บุญแล้ว จริง ๆ จะไม่ให้ด้วยซ้ำ  เรื่องนี้สะเทือนจิตใจเรามากที่สุด 8 ปีไม่เคยกล่าวหาว่าเป็นโจร แต่พอมีเงินเยียวยาลงมาเด็กกลุ่มนี้เป็นโจร เป็นคนไม่ดีทันที

“การกล่าวหาว่าเด็กกลุ่มนี้เป็นโจรลดเงินเยียวยาจาก 7.5 ล้านเหลือ 4 ล้าน อีกทั้งยังมีคณะทำงานที่มาล็อบบี้ให้ยอมโดยไม่ต้องต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการในพื้นที่หรือหน่วยงานต่าง ๆ จนสุดท้ายเหลือญาติที่จะต่อสู้เพื่อรักษาชื่อเสียงให้คนตาย 10 คนจาก 32 คนที่จะไม่รับเงิน ผมคาดหวังว่าสังคมนี้จะมีความยุติธรรมเหลืออยู่เพื่อช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของคนที่เสียชีวิตไปแล้ว และให้ตัดคำว่าไอ้เด็กโจรออก เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผู้ปกครองยอมรับไม่ได้ เพราะไม่เคยคิดเป็นกบฏต่อชาติ เราต้องการความภาคภูมิในชีวิตคืนมา” นายธีรยุทธกล่าว

นายธีรยุทธ อธิบายว่า มีการหารือหลายรอบกับทางเจ้าหน้าที่รัฐ ยื่นหนังสือประท้วงกับ รองเลขาธิการศอ.บต.  ก็บอกจะตรวจสอบดูแลให้ จากนั้นไปเจอนายทวี สอดส่อง เลขาศอ.บต. บอกว่าจะช่วยดูแลให้เป็นกรณีพิเศษ และจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเหตุการณ์กรือเซะอีกครั้ง เพราะรายงานจากการตรวจสอบในช่วงปี 2547 ย่อมไม่มีใครกล้าให้ข้อมูลที่แท้จริง แต่จนถึงขณะนี้ก็ไม่มีความคืบหน้า ล่าสุดเดือนสิงหาคมมีการประชุมกลุ่มอนุกรรมการและกรรมการที่ดูแลเรืองเงินเยียวยา ได้รับแจ้งว่าถ้าไม่รับเงิน 4 ล้านบาท เมื่อถึงสิ้นเดือนกันยายนงบประมาณส่วนนี้จะกลับไปคลังและไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่ หรืออาจจะไม่มาเลย

“เขาขอให้รับพวกเรารับ  4 ล้านไปก่อน อีก 3.5 ล้าน ไปฟ้องเอา ถ้าเยียวยาแล้วบอกลูกเราเป็นโจรหาเหตุผลดีกว่านั้นไม่ได้เราไม่ขอรับเงิน เพราะเห็นว่ารัฐบาลทำเป็นการเหยียบย่ำซ้ำเติมความรู้สึกสะกิดแผลตอกย้ำความเจ็บปวดให้กับญาติผู้เสียชีวิต”นายธีรยุทธกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต