posttoday
'ท็อปส์' พา SME ไทยโกอินเตอร์ ตั้งเป้า 5 ปี เจาะ 12 ประเทศทั่วโลก

'ท็อปส์' พา SME ไทยโกอินเตอร์ ตั้งเป้า 5 ปี เจาะ 12 ประเทศทั่วโลก

03 พฤศจิกายน 2569

‘ท็อปส์ ต่อยอดโครงการ ‘ท็อปส์ ท้องถิ่น’ หลัง 4 ปี ยอดขายโตต่อเนื่อง ลุย ขยายเครือข่ายผู้ประกอบการกว่า 180 ราย พาโกอินเตอร์ ตั้งเป้า 5 ปี เจาะ 12 ประเทศทั่วโลก ล่าสุดเตรียมบุกเวียดนาม และ UK

สินค้าไทยมีความหลากหลาย กระจายอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ แต่การที่ผู้ประกอบการ SME จะสามารถขยายตลาด หรือมีรายได้เติบโตขึ้นนั้น ต้องอาศัยช่องทางและโอกาส ซึ่งที่ผ่านมา ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้เปิดโครงการ “ท็อปส์ ท้องถิ่น” (TOPS TONGTIN)

 

ภายใต้แนวคิด “LOCAL DISCOVERIES” ซึ่งผ่านมา 4 ปี ประสบความสำเร็จด้วยยอดขายสะสมเติบโตต่อเนื่อง ขยายฐานเครือข่ายผู้ประกอบการและสินค้าจาก SME ไทยในตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ ผ่านช่องทางจำหน่ายของท็อปส์ทั่วประเทศ สะท้อนศักยภาพสินค้า Local ไทยที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ 

 

นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล  กล่าวว่า ผู้ประกอบการ SME ถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างงานการกระจายรายได้ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ Modern Trade มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับผู้บริโภคในวงกว้าง

 

โดยข้อมูลจากวิจัยกรุงศรี พบว่า ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ของไทยมีมูลค่าสูงถึง 4.5 ล้านล้านบาทในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 3–3.5% ต่อปีในช่วงปี 2570–2571 สะท้อนศักยภาพของช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ในการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ไทยขยายตลาดและสร้างการเติบโตทางธุรกิจ 

 

'ท็อปส์' พา SME ไทยโกอินเตอร์ ตั้งเป้า 5 ปี เจาะ 12 ประเทศทั่วโลก

 

 

 

อย่างไรก็ตามความท้าทายสำคัญของผู้ประกอบการจำนวนมากยังคงเป็นการพัฒนาสินค้าให้สามารถแข่งขันได้ เพื่อตอบรับกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการเข้าถึงช่องทางจำหน่ายและโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ

 

“สำหรับท็อปส์ เราเชื่อว่าธุรกิจค้าปลีกสามารถมีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงช่องทางจำหน่ายสินค้า ด้วยเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ ความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และประสบการณ์ในธุรกิจค้าปลีกกว่า 6 ทศวรรษเราจึงมุ่งใช้ศักยภาพเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ผ่านโครงการ ‘ท็อปส์ ท้องถิ่น’ ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

 

เราได้สร้างแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับโอกาสทางธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเข้าถึงตลาดและผู้บริโภค ไปจนถึงการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสให้สินค้า Local ไทยเติบโตเป็นแบรนด์ที่มีศักยภาพและแข่งขันได้ในระยะยาว”

 

 

 

 

นายธนวัตร กล่าวต่อว่า โดยทิศทางใน 3–5 ปีข้างหน้า เรามุ่งยกระดับ ‘ท็อปส์ ท้องถิ่น’ สู่การเป็น Growth Partner แพลตฟอร์มสนับสนุนการเติบโตของ SME ไทยอย่างครบวงจร ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การขยายโอกาสทางตลาด การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการร่วมพัฒนาสินค้าสูตรเฉพาะกับผู้ประกอบการเดิม การขยายสู่หมวดสินค้าใหม่ และการศึกษารูปแบบพื้นที่จำหน่ายสินค้า SME

 

โดยเฉพาะทั้ง Standalone และ Hybrid Store หรือรูปแบบอื่นๆที่เหมาะสม และการเชื่อมสินค้าไทยสู่ตลาดโลก ด้วยเป้าหมายขยายตลาดต่างประเทศให้ครอบคลุมมากกว่า 12 ประเทศ และผลักดันสินค้าไทยอย่างน้อย 100 รายการเข้าสู่ตลาดส่งออก พร้อมสร้างคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง เ

 

ราต้องการเห็นผู้ประกอบการไทยเติบโตจากธุรกิจท้องถิ่นสู่แบรนด์ที่สามารถแข่งขันในตลาดที่กว้างขึ้น และสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ และแนวคิด ‘Small Acts Together’ ของท็อปส์

 

ด้าน นายไบรอัน ฮิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจและพันธมิตรระหว่างประเทศ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โครงการ ‘ท็อปส์ ท้องถิ่น’ สร้างยอดขายเติบโตระดับสองหลักอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2569 มีผลงานในด้านยอดขายรอบ 9 เดือนแรก (ม.ค. - ก.ย.)  เติบโต 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผ่านเครือข่ายผู้ประกอบการ SME ที่เข้าร่วมโครงการกว่า 169 ราย จากกว่า 40 จังหวัด และสินค้าท้องถิ่นคุณภาพกว่า 940 รายการ วางจำหน่ายผ่านเครือข่ายท็อปส์ทั่วประเทศ ครอบคลุมท็อปส์ทุกฟอร์แมตกว่า 110 สาขา และท็อปส์ เดลี่กว่า 550 สาขา สะท้อนศักยภาพสินค้า Local ไทยในการสร้างการเติบโตและแข่งขันในตลาดค้าปลีกสมัยใหม่

 

3 อินไซต์สินค้าไทย

 

นายไบรอัน กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลการดำเนินโครงการและข้อมูลการจำหน่ายสินค้าในปี 2569 เรายังพบ 3 อินไซต์สำคัญที่สะท้อนเทรนด์สินค้า พฤติกรรมผู้บริโภค และโอกาสการเติบโตของสินค้า Local ไทย ได้แก่

 

สินค้า Local ไทยขยายโอกาสจากอาหารสู่ตลาด Health & Beauty โดย 5 หมวดสินค้าท้องถิ่นที่มียอดขายสูงสุด ได้แก่ กลุ่มอาหารบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นหมวดที่มียอดขายและการเติบโตสูงสุด โดยเฉพาะโปรตีนบาร์และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาทิ ฟรุ๊ตเบานด์ และบะหมี่มาเฟีย ตามด้วยกลุ่มเครื่องปรุงอาหาร อาทิ ป้อเจ้า และรสมือนาง กลุ่มสินค้าอุปโภค

 

โดยเฉพาะของที่ระลึกจากแบรนด์ Think of Thailand กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามที่ได้รับแรงหนุนจากกระแส T-Beauty และกลุ่มอาหารสดบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มนมและโยเกิร์ตที่ได้รับความนิยมตามเทรนด์สุขภาพ ขณะเดียวกัน สินค้าภายใต้โครงการประมาณ 30% เป็นสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟที่วางจำหน่ายเฉพาะท็อปส์ (Only at TOPS) ช่วยสร้างความแตกต่างด้านสินค้าและเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการไทย

 

นักช้อปไทย-เทศ พฤติกรรมซื้อที่แตกต่างกัน เปิดโอกาสพัฒนาสินค้าและบรรจุภัณฑ์เจาะลูกค้าไทย–ต่างชาติ โดยข้อมูลอินไซต์ลูกค้าชาวไทยมีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าขนาดเล็ก หรือราคาโปรโมชั่นที่เข้าถึงง่ายรวมถึงได้ชิมสินค้าเพื่อทดลองก่อนกลับมาซื้อซ้ำเมื่อพบสินค้าที่ถูกใจ อาทิ น้ำพริกป้อเจ้า และจั๊บเส้นสยาม ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจสินค้าที่มีอัตลักษณ์ความเป็นไทย ทั้งของที่ระลึก เครื่องดื่มอัดลม ขนมและช็อกโกแลต

 

โดยพื้นที่ที่มียอดขายโดดเด่น ได้แก่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ในกรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย ชลบุรี และเชียงใหม่ สะท้อนโอกาสในการพัฒนาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม 

 

สินค้า Local ไทยรุกตลาดต่างประเทศ พร้อมมองหาโอกาสในตลาดใหม่ โดยท็อปส์ ท้องถิ่น เริ่มผลักดันสินค้า SME ไทยสู่ตลาดต่างประเทศในปี 2568 จาก 3 ประเทศ ปัจจุบันขยายตลาดแล้วมากกว่า 5 ประเทศ ได้แก่ จีน สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ พม่า และฮ่องกง มีผู้ประกอบการกว่า 10 รายที่สามารถนำสินค้าเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ อาทิ We Chips, Jello Boom และ Gin

 

พร้อมเตรียมผลักดันผู้ประกอบการอีกกว่า 10 แบรนด์เข้าสู่ตลาดส่งออก และอยู่ระหว่างศึกษาโอกาสขยายตลาดไปยังสหราชอาณาจักรและอินเดีย เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและโอกาสเติบโตให้ผู้ประกอบการไทยในตลาดสากล

 

'ท็อปส์' พา SME ไทยโกอินเตอร์ ตั้งเป้า 5 ปี เจาะ 12 ประเทศทั่วโลก

 

“ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ท็อปส์ ท้องถิ่น ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ท็อปส์ ท้องถิ่น เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ SME ได้อย่างแท้จริง เราเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้ประกอบการ SME ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง สรรหาและพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ ๆ เพิ่มเติม รวมถึงการจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโครงการฯ ทั้ง “ท็อปส์ ท้องถิ่น Open House” ครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ

 

และล่าสุดการเปิดตัว “TOPS TONGTIN SME Awards” ทำให้เรามั่นใจว่า ในปี 2569 นี้ เราจะสามารถผลักดันยอดขายทั้งปีให้เติบโตตามเป้าหมายที่ 30% พร้อมขยายเครือข่ายผู้ประกอบการครอบคลุมกว่า 180 ราย และเพิ่มจำนวนสินค้ามากขึ้นรวมกว่า 1,000รายการ ตอกย้ำบทบาทของท็อปส์ ท้องถิ่น ในการเป็นเวทีสร้างโอกาส ยกระดับศักยภาพ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้สามารถขยายตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ” นายธนวัตร กล่าวสรุป

 

 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ปูพรมตรวจโรงงานกากอุตสาหกรรมวันแรก สั่งหยุด 1 แห่ง ปรับปรุง 63 แห่ง

“วราวุธ” ปูพรมตรวจโรงงานกากอุตสาหกรรมวันแรก สั่งหยุด 1 แห่ง ปรับปรุง 63 แห่ง