posttoday
30 ปี อุดรออร์แกนิคฟาร์ม ใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า สร้างเกษตรอัจฉริยะคู่ธรรมชาติ

30 ปี อุดรออร์แกนิคฟาร์ม ใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า สร้างเกษตรอัจฉริยะคู่ธรรมชาติ

02 พฤศจิกายน 2569

อุดรออร์แกนิคฟาร์ม เผยบทเรียนทำเกษตรกว่า 30 ปี ชี้เกษตรกรต้องวางแผนตลาด คิดถึงกำไรและเพิ่มมูลค่าผลผลิต พร้อมปรับตัวตามธรรมชาติ เพื่อส่งต่อคุณภาพให้ผู้บริโภคและคนรุ่นต่อไป

นายนิโคลัส อินเนส เทเลอร์ เจ้าของอุดรออร์แกนิคฟาร์ม ชาวอังกฤษวัย 66 ปี ถ่ายทอดมุมมองในฐานะเกษตรกรที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ถึงการทำออร์แกนิคฟาร์มเพื่อส่งต่อคุณภาพให้กับคนรุ่นต่อไป โดยเปิดเผยว่า อุดรออร์แกนิคฟาร์ม จ.อุดรธานี เป็นฟาร์มที่ตนลงมือสร้างและพัฒนาต่อยอดมานานกว่า 30 ปี ขณะที่เทคโนโลยีด้านการเกษตรก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

 

นายนิโคลัส มองว่า การทำเกษตรในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ธรรมชาติขาดความอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้เป็นโรคง่าย ผลผลิตลดลงทุกปี สิ่งมีชีวิตในธรรมชาติมีจำนวนลดลง ขณะที่แนวโน้มการเจ็บป่วยของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น รวมถึงปัญหาสุขภาพระยะยาวของเกษตรกรจากการใช้สารเคมีทางการเกษตร ตลอดจนความแห้งแล้งและภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น

 

หลักการทำฟาร์มหรือออร์แกนิคฟาร์ม ไม่สามารถคิดเพียงเรื่องการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะทุกอย่างมีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกัน นอกจากนี้ ยังต้องรู้จักต่อยอดผลผลิตเดิมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า และคิดหาวิธีพัฒนาผลผลิตอยู่เสมอ

 

30 ปี อุดรออร์แกนิคฟาร์ม ใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า สร้างเกษตรอัจฉริยะคู่ธรรมชาติ

 

นายนิโคลัส กล่าวว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า เกษตรกรจะต้องรู้จักปรับตัวและเอาตัวรอดในอนาคต โดยมองว่าต้องเริ่มสร้างคุณภาพผลผลิตตั้งแต่วันนี้ และส่งต่อไปยังผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งเป็นบทเรียนจากประสบการณ์ทำฟาร์มขนาดเล็กตลอด 30 ปีที่ผ่านมา

 

เกษตรกรต้องมีแผนการตลาดที่ถูกต้องและเหมาะสม รวมถึงวางแผนการใช้ปุ๋ยหมักและสารเคมีอย่างเป็นระบบ แม้จะมีขั้นตอนยุ่งยาก แต่ต้องจัดการให้ถูกต้องตามกระบวนการ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามต้องการ และต้องมีแผนรองรับผลผลิตในแต่ละฤดูกาล

 

นอกจากนี้ การวางแผนขายจะคิดถึงเพียงปริมาณผลผลิตไม่ได้ แต่ต้องคำนึงถึงกำไรเป็นสำคัญ โดยนำผลผลิตเดิมมาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น การนำมะม่วงมาทำไอศกรีม หรือการนำหมูสามชั้นมาหมักเกลือเป็นเบคอน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า

 

30 ปี อุดรออร์แกนิคฟาร์ม ใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า สร้างเกษตรอัจฉริยะคู่ธรรมชาติ

 

นายนิโคลัส กล่าวว่า สิ่งที่ทำมาตลอด 30 ปีเกิดจากบทเรียนและความต้องการถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับผู้อื่น โดยความรู้ส่วนใหญ่ที่ได้รับมาจากคนในพื้นที่หรือคนท้องถิ่น ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศที่โชคดี เพราะยังมีเกษตรกรที่มีภูมิปัญญาในการทำเกษตรแบบดั้งเดิม ก่อนที่สารเคมีจะเข้ามามีบทบาทในการเกษตร

 

ความรู้เหล่านี้เป็นสิ่งที่ AI ยังไม่มี เพราะเป็นภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์และไม่ได้มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้

 

สำหรับการพัฒนาอุดรออร์แกนิคฟาร์ม นายนิโคลัส ระบุว่า ค่อย ๆ สร้างและต่อยอดฟาร์มมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวคิดว่าไม่ควรสร้างสิ่งใดที่สามารถใช้งานได้เพียงอย่างเดียว แต่ควรออกแบบให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกิจกรรมอื่น ๆ ได้หลากหลาย

 

ภายในฟาร์มยังมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อช่วยสนับสนุนการทำเกษตร และมีแผนจะติดตั้งเพิ่มเติม เนื่องจากได้คำนวณต้นทุนแล้วว่า การลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์จะสามารถคืนทุนได้ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยนำพลังงานที่ได้มาใช้กับกิจกรรมต่าง ๆ ภายในฟาร์ม ทั้งปั๊มน้ำในสวนและปั๊มน้ำบางส่วน

 

ส่วนความแตกต่างระหว่างอุดรออร์แกนิกฟาร์มกับฟาร์มออร์แกนิคแห่งอื่น นายนิโคลัส ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ตอบได้ยาก เพราะการทำเกษตรอินทรีย์ต้องทำงานร่วมกับธรรมชาติ ขณะที่การจัดการฟาร์มขึ้นอยู่กับสมาชิกในครอบครัวหรือจำนวนแรงงานที่มี รวมถึงโอกาสและสภาพภูมิประเทศ

 

30 ปี อุดรออร์แกนิคฟาร์ม ใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า สร้างเกษตรอัจฉริยะคู่ธรรมชาติ

 

ดังนั้น จึงมองว่าฟาร์มออร์แกนิคแต่ละแห่งไม่มีรูปแบบที่ตายตัว แต่ต้องปรับให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และทรัพยากรที่มีอยู่ เพราะหัวใจสำคัญคือการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

ข่าวล่าสุด

'พันธุ์ไทย x ขายหัวเราะ' ดึง 'น้องชงชง' แท็กทีมความฮา ฉลอง 14 ปีใหญ่เท่าช้าง

'พันธุ์ไทย x ขายหัวเราะ' ดึง 'น้องชงชง' แท็กทีมความฮา ฉลอง 14 ปีใหญ่เท่าช้าง