posttoday
ศุภจี จับมือ ส.อ.ท. ปั้นสินค้าไทยสู้ของนอก เปิด 7 แผนดัน SMEs โกอินเตอร์

ศุภจี จับมือ ส.อ.ท. ปั้นสินค้าไทยสู้ของนอก เปิด 7 แผนดัน SMEs โกอินเตอร์

29 ตุลาคม 2569

ศุภจี ผนึก ส.อ.ท. เสนอ 7 แผนปรับเกมการค้าไทย ชู Buy Thai–Local Content เพิ่มโอกาส SMEs ขยายตลาดโลก พร้อมจี้ทบทวนเปิดตลาดเม็ดพลาสติกไทย-UAE หวั่นกระทบผู้ผลิตในประเทศ

KEY

POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์จับมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยและส่งเสริมการใช้สินค้าในประเทศ
  • ส.อ.ท. เสนอ 7 แนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อผลักดันผู้ประกอบการ SMEs ไทยสู่ตลาดโลก โดยเน้นการเพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาดและแหล่งเงินทุน
  • มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพ เช่น การผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับโลก (Jewelry Hub) และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและอาหาร (Food Valley)

ถือเป็นอีกประเด็นที่ต้องจับตา เมื่อภาคอุตสาหกรรมเสนอให้รัฐเร่งสร้างแต้มต่อให้ผู้ประกอบการไทย ตั้งแต่การเพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาดและแหล่งทุน ไปจนถึงการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศจากผลกระทบของการเปิดเสรีทางการค้า

 

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือร่วมกับนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และคณะผู้บริหาร เพื่อวางแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ส่งเสริมการใช้สินค้าไทย และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

 

นางศุภจี กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังมีความท้าทายจากการกระจุกตัวของตลาดส่งออกและแหล่งรายได้ รวมถึงการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จึงวางแนวทางปรับสมดุลการค้า 4 ด้าน ได้แก่ ขยายความร่วมมือกับประเทศคู่ค้า ยกระดับมูลค่าสินค้าและบริการไทย กระจายตลาดและปรับโครงสร้างการค้า ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ห่วงโซ่อุปทาน
 

พร้อมร่วมมือกับ ส.อ.ท. ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและสินค้าไทย หรือ Local Content เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ และเพิ่มโอกาสให้ SMEs ผ่านแนวคิด Co-Creation เปลี่ยนจากการขายสินค้าให้คู่ค้าเพียงอย่างเดียว เป็นการร่วมพัฒนาสินค้า เทคโนโลยี และตลาดใหม่ โดยใช้จุดแข็งของไทยร่วมกับประเทศคู่ค้า เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

 

นอกจากนี้ จะเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพ ทั้งการผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับโลก (Jewelry Hub) การขับเคลื่อน Thailand Food Valley เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและอาหาร และการส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม ควบคู่กับการเพิ่มช่องทางตลาดและการเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs

 

ด้านนางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ส.อ.ท. พร้อมร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ผลักดันนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเสนอแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 7 ด้าน เพื่อเพิ่มมูลค่าในประเทศ เสริมความสามารถในการแข่งขัน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตในตลาดโลก

 

1. ยกระดับ SMEs ไทย เพิ่มตลาดและแหล่งทุน

เสนอให้เชื่อมฐานข้อมูลผู้ประกอบการระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กับ ส.อ.ท. ส่งเสริมการรับรอง Made in Thailand (MiT) เพิ่มช่องทางจำหน่ายและจับคู่ธุรกิจ ยกระดับมาตรฐานสินค้านำเข้า และสนับสนุนการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการค้าออนไลน์แบบ B2B พร้อมพัฒนาระบบ Verified Thai SME และ Thai Product เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อ รวมถึงเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนผ่านโครงการ FTI SME Funding Connect ช่วยเสริมสภาพคล่อง รองรับคำสั่งซื้อ และขยายกำลังการผลิต

 

2. เร่ง Buy Thai กระตุ้นใช้สินค้าไทย

เสนอให้กำหนดกลุ่มสินค้าเป้าหมายและประเมินผลทางเศรษฐกิจร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ผลักดันให้ภาครัฐจัดซื้อสินค้าไทยเป็นลำดับแรก พร้อมพิจารณามาตรการจูงใจด้านภาษีและการตลาด เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายในประเทศ ใช้กำลังการผลิตให้เต็มศักยภาพ และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการไทย

 

3. ทบทวน FTA ก่อนเปิดตลาด ห่วงผู้ผลิตเม็ดพลาสติกไทย

เสนอให้ภาครัฐหารือกับภาคอุตสาหกรรมก่อนเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อประเมินผลกระทบเป็นรายอุตสาหกรรม พร้อมเตรียมมาตรการรองรับด้านเงินทุน เทคโนโลยี มาตรฐาน บุคลากร และการเข้าถึงตลาดใหม่ รวมถึงติดตามการใช้สิทธิประโยชน์และประเมินผลหลังความตกลงมีผลบังคับใช้

 

สำหรับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม (CEPA) ระหว่างไทยกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ส.อ.ท. เสนอให้พิจารณาการเปิดตลาดเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีน (PE) และโพลิโพรพิลีน (PP) อย่างรอบคอบ เนื่องจากอาจกระทบผู้ผลิตไทย การจ้างงาน และห่วงโซ่อุปทาน

 

ข้อเสนอคือให้คงอัตราภาษีนำเข้าเดิมในช่วง 5 ปีแรก ก่อนทยอยลดตั้งแต่ปีที่ 6 ควบคู่กับการกำหนดโควตานำเข้าอย่างเหมาะสม และใช้มาตรการปกป้องทางการค้า เช่น การตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping) และมาตรการปกป้อง (Safeguard) พร้อมส่งเสริมสินค้า MiT และผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล โดยใช้ CEPA เป็นช่องทางสร้างความร่วมมือด้านวัตถุดิบ การลงทุน และการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วย

 

4. ปั้น Jewelry Hub เพิ่มส่งออกแตะ 1.58 ล้านล้านบาท

ส.อ.ท. เสนอเป้าหมายเพิ่มมูลค่าส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับจาก 457,000 ล้านบาทในปี 2025 เป็น 1.58 ล้านล้านบาทในปี 2038 หรือเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี โดยยกระดับห่วงโซ่การผลิต พัฒนาเทคโนโลยีและทักษะแรงงาน คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และเพิ่มมูลค่าสินค้า พร้อมขยายตลาดผ่านงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair การจับคู่ธุรกิจ และดึงดูดแบรนด์กับนักลงทุนระดับโลก

 

5. ขับเคลื่อน Food Valley เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร

เสนอให้เชื่อมโยงภาคเกษตรกับอุตสาหกรรมตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การแปรรูป การพัฒนาเทคโนโลยีและมาตรฐาน ไปจนถึงการตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกำหนดสินค้าเกษตรและอาหารเป้าหมายให้เหมาะกับแต่ละภูมิภาค เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างรายได้ให้เกษตรกร ดึงดูดการลงทุน และยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางผลิตสินค้าเกษตรและอาหารมูลค่าสูงของภูมิภาค

 

6. เปลี่ยนทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุน สร้างรายได้จากนวัตกรรมไทย

เสนอให้เพิ่มการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากทรัพย์สินทางปัญญาและสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (IP/IA) ใน 3 อุตสาหกรรมนำร่อง ได้แก่ อาหารและส่วนผสมมูลค่าสูง วัสดุและเคมีชีวภาพจากฐานเกษตร และเครื่องมือแพทย์หรือชิ้นส่วนมูลค่าสูง ผ่าน IP Clinic ช่องทาง Fast Track แพลตฟอร์มเชื่อมงานวิจัยกับผู้ประกอบการ และระบบประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเปิดทางให้เข้าถึงเงินทุนผ่านกลไก IP Finance

 

7. ใช้เครือข่ายสภาธุรกิจเปิดตลาดต่างประเทศ

เสนอให้ใช้เครือข่ายสภาธุรกิจภายใต้การดูแลของ ส.อ.ท. เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับประเทศคู่ค้า แลกเปลี่ยนข้อมูลตลาด กำหนดสินค้าเป้าหมาย จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้า และร่วมกันแก้ไขอุปสรรคทางการค้า เพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

 

นางศุภจี ย้ำว่า เป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์คือทำให้การค้าเป็นกลไกสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและทั่วถึง โดยเพิ่มมูลค่าที่เกิดขึ้นในประเทศ ส่งเสริมสินค้าและวัตถุดิบไทย และกระจายโอกาสไปยังผู้ประกอบการทุกระดับ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ทำได้จริง


 

ข่าวล่าสุด

AIS คว้ารางวัลนวัตกรรม SET Awards 2026 ชูโครงข่ายอัจฉริยะ

AIS คว้ารางวัลนวัตกรรม SET Awards 2026 ชูโครงข่ายอัจฉริยะ