
ข้าวไทยไปได้ไกลกว่าข้าวหอม! พาณิชย์ดัน 466 กลุ่มผู้ผลิตข้าว สร้างมูลค่าเพิ่ม
พาณิชย์คัด 466 กลุ่มผู้ผลิตข้าวประณีตทั่วประเทศ ชูเอกลักษณ์สายพันธุ์ กลิ่น รสชาติ เพิ่มมูลค่าข้าวไทย เชื่อมตลาดใหม่ยกระดับรายได้เกษตรกร
KEY
POINTS
- กระทรวงพาณิชย์ผลักดันแนวคิด “ข้าวประณีต” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ข้าวไทยนอกเหนือจากข้าวหอมมะลิ โดยชูจุดเด่นด้านความหลากหลายของสายพันธุ์และเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น
- คัดเลือกกลุ่มผู้ผลิตข้าวที่มีศักยภาพ 466 กลุ่มทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาคุณภาพและเชื่อมโยงตลาดโดยตรงกับผู้ซื้อราคาสูง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และเชฟ
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างแบรนด์และการตลาดที่ทำให้ข้าวสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้นตามคุณภาพ
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้ายกระดับข้าวไทยสู่สินค้ามูลค่าสูง ผ่านแนวคิด “ข้าวประณีต” คัดเลือกกลุ่มผู้ผลิตที่มีศักยภาพ 466 กลุ่มทั่วประเทศ
พร้อมพัฒนาจุดขายด้านสายพันธุ์ กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัส เชื่อมโยงเกษตรกรกับตลาดโรงแรม ร้านอาหาร เชฟ และผู้ซื้อรายใหญ่ หวังเพิ่มโอกาสทางการค้าและยกระดับรายได้เกษตรกรในระยะยาว
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลข้าวประณีต (KHAOPRANEAT Fair 2026)” ว่า กระทรวงพาณิชย์มุ่งนำจุดแข็งของข้าวไทย
ทั้งความหลากหลายของสายพันธุ์ ภูมิปัญญาการผลิต และเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละพื้นที่ มาสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางตลาดข้าวโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน ความยั่งยืน และความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคมากขึ้น
ขณะที่เกษตรกรไทยยังเผชิญต้นทุนการผลิตสูง ข้อจำกัดด้านผลผลิตต่อไร่ และความผันผวนของสภาพอากาศ การพัฒนาข้าวประณีตจึงมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่
ตั้งแต่การเลือกพันธุ์และพื้นที่เพาะปลูก การดูแลและเก็บเกี่ยว การแปรรูป การควบคุมมาตรฐาน ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และเชื่อมโยงตลาด เพื่อให้ข้าวแต่ละชนิดมีจุดขายชัดเจนและจำหน่ายได้ในราคาที่สะท้อนคุณภาพ
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้รับมอบหมายให้คัดเลือกกลุ่มผู้ผลิตข้าวประณีตที่มีศักยภาพ 466 กลุ่มทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาข้อมูลแหล่งผลิต มาตรฐาน และคุณลักษณะเฉพาะของข้าว ผ่านเครื่องมืออย่าง Rice Taste Profile และ Rice Flavor Wheel
เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการเข้าใจความแตกต่างของข้าวไทยได้ชัดเจนขึ้น ควบคู่กับการจับคู่ธุรกิจกับโรงแรม ร้านอาหาร เชฟ และผู้ซื้อรายใหญ่ เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายตามแนวทาง “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”
ตัวอย่างการเพิ่มมูลค่าที่กระทรวงพาณิชย์นำเสนอ คือ “ข้าวหอมใบเตย” จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเดิมจำหน่ายประมาณ 35 บาทต่อกิโลกรัม ก่อนพัฒนาการสื่อสารจุดเด่นด้านคุณภาพ รสชาติ และเอกลักษณ์ของสายพันธุ์ จนสามารถเพิ่มราคาจำหน่ายเป็น 60–80 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนโอกาสในการสร้างมูลค่าจากความแตกต่างของข้าวแต่ละชนิด
สำหรับงาน KHAOPRANEAT Fair 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–25 ตุลาคม 2569 ณ Parade Square ชั้น G ศูนย์การค้า One Bangkok ภายในงานมีกิจกรรม Rice Tasting ให้ทดลองชิมข้าวหลากหลายสายพันธุ์
กิจกรรม Rice Pairing จับคู่ข้าวกับอาหาร เวิร์กช็อป Praneat Studio เวที Praneat Stories ถ่ายทอดเรื่องราวของข้าวประณีต และกิจกรรม Business Matching เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มเกษตรกรกับผู้ซื้อและคู่ค้า
กระทรวงพาณิชย์มีแผนขยายกิจกรรมส่งเสริมตลาดข้าวประณีตอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมจัดกิจกรรมครั้งต่อไปที่ตลาดจริงใจ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้ซื้อ ร้านอาหาร เชฟ และคู่ค้า
ก่อนต่อยอดสู่เวที Thailand Rice Fest 2027 โดยมุ่งให้การสร้างการรับรู้เรื่องคุณภาพและเอกลักษณ์ของข้าวไทยนำไปสู่โอกาสทางการค้าที่เป็นรูปธรรม และช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน







