
ถอดบทเรียน 2 SME หญิงแกร่ง จากยอดดอยสู่ชายแดนใต้ โตด้วยนวัตกรรม
จากยอดดอยสู่ชายแดนใต้ ถอดบทเรียน 2 SME หญิงแกร่ง เปลี่ยนวิกฤตชุมชนพื้นที่ห่างไกล ด้วยนวัตกรรมและแรงหนุนจาก สสว.
เรื่องราวการยกระดับวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืนของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ถูกบอกเล่าผ่าน 2 ผู้ประกอบการหญิงแกร่งจาก 2 พื้นที่ห่างไกล
คือ พรทิพย์ วงคำ เจ้าของแบรนด์ "โลชิ" จากจังหวัดเชียงใหม่ และ ฟิรเดาซ์ วาแมดีซา เจ้าของแบรนด์ "นิซุง" จากจังหวัดยะลา ซึ่งต่างก้าวข้ามข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์และความท้าทายในพื้นที่ จนสามารถต่อยอดสินค้าท้องถิ่นสู่เวทีระดับนานาชาติ
พลิกฟื้นดอยแม่แตง ด้วยวิถีปกาเกอะญอ
พรทิพย์ วงคำ ประธานวิสาหกิจชุมชนบริการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรฯ และกรรมการ บริษัท โลชิ เชียงใหม่ จำกัด พลิกฟื้นดอยแม่แตงด้วยวิถีปกาเกอะญอ สู่ศูนย์เรียนรู้ระดับสากล บนพื้นที่ดอยสูง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการนำกลุ่มชาติพันธุ์ ปกาเกอะญอ รวมตัวกันนำทรัพยากรในท้องถิ่น ทั้งชาออร์แกนิค 100%, กาแฟ, ข้าวสายพันธุ์ญี่ปุ่นในเขตร้อน ตลอดจนบริการโฮมสเตย์และร้านกาแฟ มาพัฒนาเป็นธุรกิจของชุมชน
จุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อ พรทิพย์ ส่งเรื่องราววิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชนเข้าร่วมประกวดในโครงการ Soft Power Star ของ สสว. จนคว้ารางวัลอันดับที่ 4 ของภาคเหนือ ด้านการท่องเที่ยว
การเข้าร่วมโครงการในครั้งนั้น นอกจากจะสร้างชื่อเสียงแล้ว ยังนำไปสู่การได้รับการประสานความช่วยเหลือด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ถนนและระบบไฟฟ้าส่องสว่าง (ไฟกิ่ง) เข้าสู่หมู่บ้านภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน ช่วยปลดล็อกการเดินทางสัญจรของชาวบ้านบนดอยให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ สสว.เชียงใหม่ พร้อมด้วยทีมอาจารย์ที่ปรึกษา ได้ลงพื้นที่บนดอยทุรกันดารผ่าน.โครงการ Provincial Champion Award เพื่อช่วยวางกลยุทธ์การตลาดให้แก่ชุมชนส่งผลให้ชาวบ้าน 113 หลังคาเรือนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง
ตลอดจนยกระดับพื้นที่เป็น "ศูนย์เรียนรู้โลชิ" ที่ต้อนรับคณะศึกษาดูงานและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ทั้งจากยุโรปและประเทศอังกฤษที่เดินทางเข้ามาเรียนรู้วิถีเกษตรออร์แกนิคเป็นประจำทุกเดือน
ยิ่งไปกว่านั้น การปรับเปลี่ยนมาทำเกษตรออร์แกนิคใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แทนการถางป่าปลูกข้าวโพดหรือปลูกฝิ่นในอดีต ยังช่วยฟื้นฟูธรรมชาติและมีส่วนช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยโลชิมีเป้าหมายขยายแบรนด์ออกสู่ตลาดต่างประเทศในอนาคต
จาก OTOP ยะลา สู่สินค้านวัตกรรมสุขภาพ
ข้ามไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฟิรเดาซ์ วาแมดีซา (เจ๊ฟิรเดาซ์) เจ้าของแบรนด์ นิซุง (บริษัท นิซุง จำกัด / ฟิรเดาซ์ ดีซา ช็อป) จากจังหวัดยะลา ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแนวสุขภาพอย่าง บุกไข่มุกหล่อฮังก๊วย ที่เน้นความคลีน ไม่มีแป้ง ไม่มีความหวาน ไม่มีไขมัน และไม่มีคอเลสเตอรอล
จากการเป็น OTOP รายย่อยที่ขาดช่องทางการทำตลาด ฟิรเดาซ์ ได้เข้าร่วมทำงานกับ สสว. เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่น โดย สสว. ได้ส่งทีมงานลงพื้นที่ติดตามและแนะนำมาตรฐานอย่างใกล้ชิดแทบทุกสัปดาห์ รวมถึงสนับสนุนผ่านมาตรการ BDS ในการส่งสินค้าเข้าตรวจวิเคราะห์คุณภาพที่ Central Lab เจ้าหน้าที่ สสว. ทั้งในพื้นที่และภาคกลางได้เดินทางลงพื้นที่จริงถึงบ้านและโรงงาน แม้ในพื้นที่สีแดง
ผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นทำให้ ฟิรเดาซ์ ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนชุมชนไปนำเสนอสินค้า (Pitching) ที่ประเทศญี่ปุ่น จนได้รับความสนใจอย่างมากจากคู่ค้าชาวญี่ปุ่นที่ยังคงติดตามและรอคอยการส่งออก ซึ่งแบรนด์นิซุงวางเป้าหมายกระจายสินค้าไปสู่ตลาดต่างประเทศ ทั้งตะวันออกกลาง ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน
ที่สำคัญ ฟิรเดาซ์ ยังยืนยันตั้งฐานการผลิตที่จังหวัดยะลาโดยไม่ย้ายเข้าเมืองใหญ่ เพื่อสร้างงานและกระจายรายได้ให้แก่ชาวบ้านที่เดิมมีอาชีพรับจ้างกรีดยาง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและการศึกษาของลูกหลานในท้องถิ่น
2 พลังผู้ประกอบการท้องถิ่นกับการเติบโตที่ยั่งยืน ความสำเร็จของ พรทิพย์และฟิรเดาซ์ สะท้อนให้เห็นว่า สสว. เป็นมากกว่าหน่วยงานสนับสนุน แต่เป็นที่พึ่งสำคัญที่ช่วยเปิดประตูโอกาส ปลดล็อกศักยภาพผู้ประกอบการจากฐานราก และเปลี่ยนทรัพยากรท้องถิ่นให้กลายเป็นสินค้าระดับสากลได้อย่างแท้จริง







