
สสว. ลงพื้นที่รับฟังโจทย์ SME 4 ภาคกว่า 7,000 ราย ร่วมปลดล็อกธุรกิจ
'สสว.' ลงพื้นที่ 4 ภาค รับฟังโจทย์ SME กว่า 7,000 ราย ชู 5 ปัจจัยสำคัญทั้งเงินทุน ตลาด ความรู้ ข้อมูล และนโยบายรัฐ
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยผลการจัดกิจกรรม “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย” หลังลงพื้นที่ 4 ภูมิภาคตลอดเดือนสิงหาคม 2569 มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 7,000 คน โดยมุ่งสำรวจปัญหาและความต้องการของ SME ในแต่ละพื้นที่ พร้อมเชื่อมต่อผู้ประกอบการกับแหล่งทุน องค์ความรู้ ตลาด ข้อมูลสิทธิประโยชน์ และมาตรการภาครัฐ
การลงพื้นที่ครอบคลุมเชียงใหม่ สงขลา ชลบุรี และขอนแก่น ซึ่งสะท้อนโจทย์ของ SME ที่แตกต่างกันตามโครงสร้างเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาค ตั้งแต่การเพิ่มมูลค่าสินค้าท้องถิ่น การขยายตลาดชายแดน การเชื่อมโยงกับซัพพลายเชนภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงการผลักดันธุรกิจท้องถิ่นเข้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้น
หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นจากพื้นที่เชียงใหม่ คือการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติของผู้ประกอบการ ซึ่งมีทั้งต้นทุนค่าธรรมเนียมและข้อจำกัดด้านช่องทางจำหน่าย โดย สสว. มีแนวทางผลักดันแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ SME และลดต้นทุนในการทำตลาดออนไลน์
นอกจากปัญหาด้านช่องทางตลาดแล้ว กิจกรรมยังเปิดให้ SME เข้าถึงศูนย์ OSS (One-Stop Service) เพื่อขอคำปรึกษาด้านธุรกิจ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งเงินทุน การตลาด การบริหารต้นทุน และสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการประคองธุรกิจและการขยายกิจการ
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า การลงพื้นที่มีเป้าหมายเพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของ SME โดยต้องการให้ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้และบริการของ สสว. ไปปรับใช้กับธุรกิจได้จริง รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ
การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “สสว. UNLOCK ปลล็อกธุรกิจ SME ไทย” ซึ่ง สสว. วางบทบาทเป็นผู้เชื่อมโยงโอกาสให้ผู้ประกอบการ โดยเน้น 5 ด้าน ได้แก่ แหล่งเงินทุน ความรู้และคำปรึกษา โอกาสทางการตลาด ข้อมูลและสิทธิประโยชน์ และนโยบายรัฐ เพื่อช่วยให้ SME รับมือกับข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจและปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของตลาด







