
DITP เดินเกม Weness ดึง 3 แบรนด์แอมฯ แม่เหล็กตีแบรนด์ไทยสู่โกลบอล
เมื่อเวลเนสไทยกำลังเป็น “ของใหญ่” ในตลาดโลก! เปิดเกม DITP กับหมากใหญ่ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ภารกิจดันเสน่ห์สุขภาพแบบไทยชิงตลาด 42.7 พันล้านดอลลาร์ ดึง 3 แบรนด์แอมฯ แม่เหล็กตีแบรนด์ไทยสู่โกลบอล
อุตสาหกรรม Wellness กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) อาหารเพื่อสุขภาพ ความงาม สปา การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตลอดจนผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยสร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ
รายงาน Global Wellness Economy: Country Ranking Report จากสถาบันวิจัย Global Wellness Institute (GWI) องค์กรวิจัย การศึกษา และสถิติระดับสากลสำหรับอุตสาหกรรมเศรษฐกิจด้านสุขภาพ (Wellness Economy) เปิดเผยว่าตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของประเทศไทยในปี 2567 ขยายตัวถึง 10% เมื่อเทียบกับปี 2566 หรือนับเป็นมูลค่าจาก 38.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนอุตสาหกรรมสุขภาพ (Wellness) ของไทยเติบโตอย่างโดดเด่น โดยจัดอยู่ในอันดับที่ 24 ของโลกและอันดับ 9 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีอุตสาหกรรมสุขภาพของไทยที่สร้างมูลค่าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
- การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สร้างมูลค่าสูงสุดกว่า 14.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 15 ของโลก
- การแพทย์แผนดั้งเดิมและทางเลือกสร้างมูลค่า 3.23พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 18 ของโลก
- ธุรกิจสปาสร้างมูลค่า 1.88 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 18 ของโลก โดยกลุ่มสปาเชิงการแพทย์ (Medical Spa) มีการขยายตัวแบบก้าวกระโดดที่ 13.8%
เจาะหมากใหญ่ขยับธุรกิจ Wellness ไทยสู่ตลาดโกลบอล
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้าในระดับนานาชาติ
กลุ่มสินค้าและบริการสุขภาพ ความงาม และ Wellness ผ่านการจัดคณะผู้แทนการค้าและการร่วมงานแสดงสินค้าระดับโลก พร้อมวางแผนเชิงรุกปี 2570 "ขับเคลื่อนธุรกิจ Wellness ไทยสู่ตลาดโลก" เพื่อขยายโอกาสทางการค้าในตลาด Niche ได้แก่ การมุ่งเจาะกลุ่มสปาหรู (Luxury Spa) ในตลาดยุโรป กลุ่มบริการทางการแพทย์ (Medical) ในตะวันออกกลาง กลุ่มบริการเสริมความงามและการนวดในจีน และกลุ่มนวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุในญี่ปุ่น เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจสุขภาพไทยสู่สากลอย่างยั่งยืน
โดยผลการดำเนินงานผลักดันผู้ประกอบการสู่ตลาดนานาชาติสามารถสร้างมูลค่าการเจรจาการค้าได้ถึง 468.44 ล้านบาทในปี 2568 ผ่านการจัดกิจกรรมคณะผู้แทนการค้า 6 ครั้ง (กัมพูชา ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย เวียดนาม และจีน 2 เมือง) รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Cosmoprof 2024 ณ เมืองฮ่องกง และ 159.60 ล้านบาทในปี 2569 จากกิจกรรมคณะผู้แทนการค้า 3 ครั้ง (ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเวียดนาม) และการเข้าร่วมงาน Cosmoprof 2025 ณ เมืองฮ่องกง
ก้าวต่อไป เมื่อประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ Global Wellness Summit 2026 การเติบโตของธุรกิจด้าน Wellness ของประเทศไทย ไม่ใช่เพียงกระแสที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่เป็นสิ่งที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติ การแพทย์ การบริการ และวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
จนได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้าน Wellness ของโลก พร้อมต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้าในระดับนานาชาติ และในปี 2569 นี้ ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดด้านสุขภาพระดับโลก (Global Wellness Summit) ครั้งที่ 20 ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้นำระดับนานาชาติ ในการร่วมกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 นี้
ความท้าทายและโอกาสในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Wellness
ตลาดส่งออกสินค้า Wellness และสมุนไพรไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อตลาดหลักเดิมเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น (-15.56%) ที่โดนผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าและเศรษฐกิจซบเซา ออสเตรเลีย (-22.25%) ที่ผู้บริโภคต้องประหยัดจากภาระหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ยสูง หรือจีนที่เติบโตแบบทรงตัว (+1.05%) ที่คนรุ่นใหม่หันไปอินกับแบรนด์ในประเทศมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยยังคงมีทางรอดและโอกาสใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย และเมียนมา ที่ยังคงโตต่อเนื่องเพราะเชื่อมั่นในคุณภาพและมองว่าสินค้าไทยหรูหราในราคาที่จับต้องได้ "Affordable Luxury" รวมไปถึงขุมทรัพย์ใหม่อย่างตะวันออกกลาง ทั้งซาอุดีอาระเบีย (+25.51%) และ UAE (+22.82%) ที่มีกำลังซื้อสูงมากและหลงใหลในเครื่องหอมกับน้ำมันหอมระเหยของไทย
สถานการณ์นี้จึงเป็นสัญญาณเตือนว่า ผู้ประกอบการไทยจะเน้นขายเน้นปริมาณแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องเร่งใส่ “นวัตกรรม” ยกระดับภูมิปัญญาไทยด้วยวิทยาศาสตร์ และหันมาจับตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในเวทีโลก และสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับ NEXT LEVEL ต่อไป
ยก Wellness ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก
เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนจากการ "ซื้อสินค้า" ไปสู่การ เลือกรูปแบบ "ไลฟ์สไตล์" การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถตอบโจทย์ตลาด Wellness
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าต่อยอดแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ผลักดัน Wellness ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเสาหลักของการส่งเสริมการค้าไทย ภายใต้แนวคิด Thai to Global — From Local Value to Global Vision มุ่งสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สินค้าและบริการไทยเชื่อมโยงกับวิถีแห่งสุขภาวะ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในตลาดโลก
ขับเคลื่อนแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก ผ่าน 3 แบรนด์แอมบาสเดอร์
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า แคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2567 มีเป้าหมายในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดโลกอย่างครบวงจร โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และอัตลักษณ์ความเป็นไทย
ในปีนี้ DITP มุ่งผลักดันสินค้าและบริการด้าน Wellness ไทย มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ นวัตกรรมสุขภาพ และบริการที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรักสุขภาพ ให้สามารถขยายโอกาสทางการค้า สร้างการยอมรับ และแข่งขันได้ในเวทีโลก ผ่านการนำเสนอจุดเด่นของสินค้าและบริการไทยที่มีเอกลักษณ์ สร้างสรรค์ นวัตกรรม และมีคุณภาพ ทั้งในกลุ่มบริการทางการแพทย์และความงาม บริการส่งเสริมสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเวชสำอาง อาหารสุขภาพ และสินค้าไลฟ์สไตล์ เป็นต้น
ล่าสุดกับการเปิดตัว 3 แบรนด์แอมบาสเดอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนสะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ แฟชั่น อาหาร และ Wellness เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าบริการไทยสู่สายตาผู้ซื้อ ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และผู้บริโภคในตลาดโลก
"ปอป้อ–ทรัพย์สิรี” ชูศักยภาพ Wellness ไทย
ปอป้อ–ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตันหญิงทีมชาติไทย เจ้าของแชมป์โลกและอดีตนักกีฬาอันดับ 1 ของโลกประเภทคู่ผสม รับบทแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้าน Wellness ของแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL
ถ่ายทอดศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สู่สายตาผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยภาพลักษณ์ของนักกีฬาระดับโลกที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง วินัย ความเป็นมืออาชีพ และการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
ปอป้อจึงเป็นตัวแทนที่สะท้อนคุณค่าของ Wellness ได้อย่างชัดเจน ทั้งในมิติของการมีสุขภาวะที่ดี การใช้ชีวิตอย่างสมดุล และการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ สร้างการรับรู้ว่าไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นจุดหมายด้าน Wellness ที่ครบวงจรและมีศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีโลก
ภาพลักษณ์ดังกล่าวไม่ได้สะท้อนผ่านบุคคลต้นแบบเท่านั้น แต่ยังได้รับการต่อยอดสู่ผู้ประกอบการไทยที่สามารถพัฒนาสินค้าและบริการด้าน Wellness ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ความเป็นไทย จนสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างโดดเด่น
ดึง “แพนเค้ก เขมนิจ - บี้ ธรรศภาคย์” ร่วมบูมแฟชันและอาหารไทยมัดใจชาวโลก
นอกจากนี้ยังมี แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ นางแบบและนักแสดงผู้มีประสบการณ์ในวงการแฟชั่นทั้งในและต่างประเทศมาร่วมถ่ายทอดภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในฐานะตัวแทนของความคิดสร้างสรรค์และมาตรฐานระดับสากล สะท้อนจุดแข็งของแฟชั่นไทยที่หลอมรวมงานหัตถศิลป์ ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และการออกแบบร่วมสมัยไว้ในผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
และในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารมี บี้ ธรรศภาคย์ ชี นักร้องและนักแสดงไทยผู้ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักในประเทศจีน เป็นตัวแทนถ่ายทอดศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่สายตาผู้บริโภคทั่วโลก โดยอาศัยภาพลักษณ์ของศิลปินไทยที่ได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นต่อสินค้าอาหารไทยในวงกว้าง







