
“ลุงประโยชน์ ชาวนาไทย” แปรรูปข้าวสุพรรณ รุกตลาดสุขภาพ
"ลุงประโยชน์ ชาวนาไทย" แปรรูปข้าวกล้อง-ไรซ์เบอรี่เป็น “ข้าวบดพร้อมชง” เจาะตลาดคนรักสุขภาพ พร้อมใช้ทุน-ตลาดจาก SME D Bank เสริมแกร่งธุรกิจ
ถ้าพูดถึง “ข้าว” เราอาจนึกถึงภาพชาวนาปลูกข้าวแล้วส่งขายเป็นข้าวสาร แต่วันนี้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่หลายรายสามารถนำข้าว 1 เมล็ด ไปต่อยอดเป็นสินค้าใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคได้มากขึ้น
หนึ่งในนั้นคือ “ลุงประโยชน์ ชาวนาไทย” แบรนด์ข้าวแปรรูปจาก จ.สุพรรณบุรี ที่หยิบข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอรี่ และจมูกข้าวธรรมชาติ มาเพิ่มมูลค่าเป็น “ข้าวบดพร้อมชงดื่ม” เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ ผู้สูงอายุ และผู้บริโภคที่มองหาอาหารที่สะดวกและมีคุณค่าทางโภชนาการ
พร้อมเดินเกมตลาดออนไลน์และไลฟ์ขายของจนลูกค้าซื้อแล้วกลับมาบอกต่อ ช่วยให้สินค้าค่อยๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
แต่พอธุรกิจเริ่มโต โจทย์ก็ไม่ได้มีแค่ “ขายให้ได้” เพราะต้องบริหารต้นทุนโรงงานและขยายตลาดไปพร้อมกัน จังหวะนี้เองที่ SME D Bank เข้ามาเป็นแรงสนับสนุน ทั้งเติมทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดต้นทุนค่าไฟ ไปจนถึงเปิดโอกาสด้านการตลาดผ่าน TikTok Live Commerce EXPO
เรื่องของ “ลุงประโยชน์ ชาวนาไทย” จึงไม่ใช่แค่ธุรกิจที่เอาข้าวมาแปรรูปขาย แต่เป็นภาพของการต่อยอดวัตถุดิบจากท้องถิ่นให้มีมูลค่าสูงขึ้น เชื่อมเทคโนโลยี การตลาด และการเงินเข้าด้วยกัน และเมื่อธุรกิจเดินหน้าได้ ก็ส่งต่อโอกาสกลับไปถึงเกษตรกรในพื้นที่ที่มีตลาดรับซื้อผลผลิตเพิ่มขึ้นด้วย
ทรงวิทย์ ริตพวง กรรมการบริหาร บริษัท แอ๊นท์ริช คอร์ปอเรชั่น จำกัด แบรนด์ “ลุงประโยชน์ ชาวนาไทย” จ.สุพรรณบุรี เล่าว่า เติบโตมาในครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนาปลูกข้าว อยู่ที่ จ.สุพรรณบุรี แหล่งปลูกข้าวสำคัญของประเทศไทย
ด้วยการมองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในข้าว ทรงวิทย์ มุ่งมั่นพัฒนาการแปรรูปข้าวสารเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ เน้นแปรรูปข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอรี่ และจมูกข้าวธรรมชาติ ทำเป็นผลิตภัณฑ์ “ข้าวบดพร้อมชงดื่ม” แบรนด์ “ลุงประโยชน์ ชาวนาไทย” สามารถตอบความต้องการของผู้รักสุขภาพ ผู้สูงอายุ แม่ตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคอ้วน ด้วยคุณประโยชน์ทางสารอาหารมากมาย
มีสินค้าดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องพาไปถึงผู้บริโภคอย่างสะดวกด้วย เจ้าของแบรนด์ “ลุงประโยชน์ ชาวนาไทย” ใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง ผ่านแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ต่างๆ โดยกลยุทธ์ไลฟ์ขายสินค้า ซึ่งได้การตอบรับอย่างยอดเยี่ยม เพราะมีลูกค้าที่ซื้อไปรับประทานแล้วติดใจ ช่วยไปรีวิวและบอกต่อ ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จัก แจ้งเกิดและติดตลาด
ผลิตภัณฑ์ของ “ลุงประโยชน์ ชาวนาไทย” ผลิตภายใต้โรงงานที่ได้มาตรฐานการันตี ซึ่งการแปรรูปช่วยเพิ่มมูลค่าราคาขายสูงกว่าขายข้าวสารแบบดั้งเดิม ถึง 50%
การเติบโตของสินค้าข้าวแปรรูป ทำให้ต้องบริหารจัดการต้นทุนธุรกิจในหลายด้านมากขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนภายในโรงงาน ซึ่งค่าไฟฟ้าเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายประจำที่มีผลโดยตรงต่อต้นทุน ทำให้มองหาพลังงานทางเลือก
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เข้ามาสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ภายในโรงงาน ช่วยให้สามารถนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ทดแทนพลังงานไฟฟ้าบางส่วน มีส่วนลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นประจำในแต่ละเดือนจากเดิมได้ถึง 70%
ทั้งนี้ การติดตั้งโซลาร์เซลล์ ไม่ได้เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายประจำเท่านั้น หากยังเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาโรงงานไปสู่ธุรกิจสีเขียวลดการพึ่งพาพลังงานรูปแบบเดิม และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์การผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันธุรกิจสู่ความยั่งยืน
นอกจากด้านการเงินแล้ว SME D Bank ช่วยเปิดโอกาสทางการตลาด พาเข้าร่วมโครงการ “TikTok Live Commerce EXPO” นำอินฟลูเอนเซอร์ที่มีทักษะในการสื่อสารและจำหน่ายสินค้าออนไลน์ มาช่วยรีวิวสินค้า สนับสนุนให้สินค้าเข้าถึงลูกค้ากว้างขวางยิ่งขึ้น
ที่สำคัญเมื่อธุรกิจเติบโต ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะบริษัทเท่านั้น ทว่า ยังเชื่อมโยงไปถึงการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่ได้ในราคาที่สูงขึ้นและปริมาณมากขึ้น
ในอนาคต บริษัท แอ๊นท์ริช คอร์ปอเรชั่น จำกัด วางแผนจะมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และโรงงานให้มีศักยภาพสูงขึ้น พร้อมขยายช่องทางตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรในท้องถิ่นให้เติบโตเคียงคู่กันไป
จากเมล็ดข้าวในผืนนาสุพรรณบุรี แปรรูปเพิ่มมูลค่าสู่ ‘ข้าวบดพร้อมชงดื่ม’ ตอบเทรนด์คนรักสุขภาพทั่วประเทศ แบรนด์ ‘ลุงประโยชน์ ชาวนาไทย’ พิสูจน์ว่า เมื่อภูมิปัญญาเกษตรผสานนวัตกรรม และการตลาดออนไลน์ ประกอบกับมีสถาบันการเงินของรัฐ อย่าง SME D Bank เป็นลมใต้ปีก ช่วยเติมทุน เติมตลาด และเติมโอกาส กลายเป็นสูตรสำคัญ ช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน







