posttoday
“กอบศักดิ์” ชงแผนยกเครื่องเกษตรไทย 3 ห่วงโซ่ ดันผลิต–แปรรูป–ตลาด

“กอบศักดิ์” ชงแผนยกเครื่องเกษตรไทย 3 ห่วงโซ่ ดันผลิต–แปรรูป–ตลาด

20 สิงหาคม 2569

“กอบศักดิ์” ชงแผนยกเครื่องเกษตรไทย 3 ห่วงโซ่ ดันผลิต–แปรรูป–ตลาด ชี้ภาคเกษตรเกี่ยวข้อง 30% ของครัวเรือนไทย แต่สร้าง GDP เพียง 8.8% เร่งเพิ่มผลิตภาพ–มูลค่าสินค้า

หลังจาก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้จัดตั้ง 4 คณะทำงาน ขับเคลื่อนการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชนว่า โดยภารกิจคณะทำงานประกอบด้วย

 

  1. คณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร
  2. คณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs
  3. คณะทำงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ Visitor Economy และ
  4. คณะทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ ตั้งใจให้ทำงานเกิดผลสัมฤทธิ์จริง และวัดผลได้ทั้งระยะสั้นและยาว ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาเพิ่มอีกจากที่มีแล้ว 320 คณะ

 

โดยตั้งให้ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธานด้านงานท่องเที่ยว พัฒนาเศรษฐกิจ ขณะที่ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล นำทีมขับเคลื่อนด้านเกษตรการค้า และ SME 

 

 

ยกระดับเกษตรไทย 3 ห่วงโซ่ 

 

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ข้อเสนอที่จะช่วยยกระดับภาคเกษตรไทย จากคณะทำงานด้านการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารที่ประชุมมา 2 ครั้ง เพื่อแก้ปัญหา สร้างอนาคต

  • ตั้งแต่ต้นน้ำ - การผลิต
  • กลางน้ำ - การแปรรูป
  • ปลายน้ำ - การตลาด

 

ยกระดับ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคเกษตรไทย ซึ่งมีครัวเรือนถึง 30% ของครัวเรือนทั้งหมดของไทย แต่สร้าง GDP แค่ 8.8% เท่านั้น มีรายละเอียดดังนี้ 

 

 

ดร.กอบศักดิ์ ยังเสนอรายละเอียดว่า แนวทางยกระดับภาคการเกษตรไทยมุ่งสร้างความเข้มแข็งตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ “ต้นน้ำ” การผลิต “กลางน้ำ” การแปรรูป ไปจนถึง “ปลายน้ำ” การตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว

 

สำหรับ ต้นน้ำ หรือภาคการผลิต มีแนวทางสำคัญทั้งการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชและสัตว์ รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเอื้อให้สามารถนำเข้าพันธุ์ที่มีคุณภาพได้มากขึ้น

 

ขณะเดียวกันจะส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรทางการเกษตร การจัดการสินค้าเกษตร ตลอดจนการบริหารจัดการ Food Waste เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดการสูญเสีย

 

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ให้บริการด้านการเกษตร หรือ Agricultural Service Providers (ASP) การยกระดับมาตรฐาน Food Safety การปรับปรุงระบบการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าเกษตรและศูนย์ข้อมูลนวัตกรรมการเกษตรให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อให้เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งเสริมการพัฒนา Young Smart Farmer ให้เป็นกำลังสำคัญของภาคเกษตรยุคใหม่

 

ส่วน กลางน้ำ หรือการแปรรูป จะมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรผ่านการพัฒนา Future Food และ Biotech พร้อมผลักดันการจัดตั้งหรือพัฒนา Hub แปรรูปเกษตร เพื่อดึงดูดบริษัทเข้ามาลงทุนในพื้นที่และนำผลผลิตทางการเกษตรไปแปรรูปเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น

 

อีกด้านหนึ่ง จะมีมาตรการจูงใจภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนช่วยชุมชนด้านการแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรในท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาระบบ Logistics และ Warehouse เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและขนส่งสินค้า ลดต้นทุนและความสูญเสียระหว่างทาง

 

ขณะที่ ปลายน้ำ หรือด้านการตลาด จะเน้นการกระจายสินค้าและสร้างช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงการจัดตลาดสินค้าเกษตรเป็นประจำ เพื่อสร้างพื้นที่ให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตมาจำหน่ายโดยตรง

 

นอกจากนี้ ยังผลักดันแนวคิด From Farm to Table ผ่านการทำโปรโมชั่นสินค้าไทย พัฒนาระบบรับรองมาตรฐาน Halal เพื่อขยายโอกาสไปยังตลาดที่มีความต้องการสินค้าอาหารฮาลาล รวมถึงพัฒนา Platform สำหรับจำหน่ายสินค้าเกษตร และส่งเสริมการขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าให้พร้อมสำหรับตลาดส่งออก

 

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการปรับโครงสร้างภาคเกษตรจากการเน้นเพียง “การผลิต” ไปสู่การบริหารจัดการทั้งระบบ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพในไร่นา การสร้างมูลค่าผ่านการแปรรูป ไปจนถึงการสร้างตลาดและช่องทางส่งออก เพื่อให้สินค้าเกษตรไทยสามารถแข่งขันได้มากขึ้น และสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

 

“กอบศักดิ์” ชงแผนยกเครื่องเกษตรไทย 3 ห่วงโซ่ ดันผลิต–แปรรูป–ตลาด

 

ข่าวล่าสุด

Google รุกหนักตลาด EdTech รวบตึงทุกฟีเจอร์ AI ติวสอบในที่เดียว

Google รุกหนักตลาด EdTech รวบตึงทุกฟีเจอร์ AI ติวสอบในที่เดียว