
“กอบศักดิ์” ชงแผนยกเครื่องเกษตรไทย 3 ห่วงโซ่ ดันผลิต–แปรรูป–ตลาด
“กอบศักดิ์” ชงแผนยกเครื่องเกษตรไทย 3 ห่วงโซ่ ดันผลิต–แปรรูป–ตลาด ชี้ภาคเกษตรเกี่ยวข้อง 30% ของครัวเรือนไทย แต่สร้าง GDP เพียง 8.8% เร่งเพิ่มผลิตภาพ–มูลค่าสินค้า
หลังจาก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้จัดตั้ง 4 คณะทำงาน ขับเคลื่อนการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชนว่า โดยภารกิจคณะทำงานประกอบด้วย
- คณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร
- คณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs
- คณะทำงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ Visitor Economy และ
- คณะทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ ตั้งใจให้ทำงานเกิดผลสัมฤทธิ์จริง และวัดผลได้ทั้งระยะสั้นและยาว ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาเพิ่มอีกจากที่มีแล้ว 320 คณะ
โดยตั้งให้ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธานด้านงานท่องเที่ยว พัฒนาเศรษฐกิจ ขณะที่ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล นำทีมขับเคลื่อนด้านเกษตรการค้า และ SME
ยกระดับเกษตรไทย 3 ห่วงโซ่
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ข้อเสนอที่จะช่วยยกระดับภาคเกษตรไทย จากคณะทำงานด้านการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารที่ประชุมมา 2 ครั้ง เพื่อแก้ปัญหา สร้างอนาคต
- ตั้งแต่ต้นน้ำ - การผลิต
- กลางน้ำ - การแปรรูป
- ปลายน้ำ - การตลาด
ยกระดับ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคเกษตรไทย ซึ่งมีครัวเรือนถึง 30% ของครัวเรือนทั้งหมดของไทย แต่สร้าง GDP แค่ 8.8% เท่านั้น มีรายละเอียดดังนี้
ดร.กอบศักดิ์ ยังเสนอรายละเอียดว่า แนวทางยกระดับภาคการเกษตรไทยมุ่งสร้างความเข้มแข็งตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ “ต้นน้ำ” การผลิต “กลางน้ำ” การแปรรูป ไปจนถึง “ปลายน้ำ” การตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
สำหรับ ต้นน้ำ หรือภาคการผลิต มีแนวทางสำคัญทั้งการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชและสัตว์ รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเอื้อให้สามารถนำเข้าพันธุ์ที่มีคุณภาพได้มากขึ้น
ขณะเดียวกันจะส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรทางการเกษตร การจัดการสินค้าเกษตร ตลอดจนการบริหารจัดการ Food Waste เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดการสูญเสีย
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ให้บริการด้านการเกษตร หรือ Agricultural Service Providers (ASP) การยกระดับมาตรฐาน Food Safety การปรับปรุงระบบการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าเกษตรและศูนย์ข้อมูลนวัตกรรมการเกษตรให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อให้เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งเสริมการพัฒนา Young Smart Farmer ให้เป็นกำลังสำคัญของภาคเกษตรยุคใหม่
ส่วน กลางน้ำ หรือการแปรรูป จะมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรผ่านการพัฒนา Future Food และ Biotech พร้อมผลักดันการจัดตั้งหรือพัฒนา Hub แปรรูปเกษตร เพื่อดึงดูดบริษัทเข้ามาลงทุนในพื้นที่และนำผลผลิตทางการเกษตรไปแปรรูปเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น
อีกด้านหนึ่ง จะมีมาตรการจูงใจภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนช่วยชุมชนด้านการแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรในท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาระบบ Logistics และ Warehouse เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและขนส่งสินค้า ลดต้นทุนและความสูญเสียระหว่างทาง
ขณะที่ ปลายน้ำ หรือด้านการตลาด จะเน้นการกระจายสินค้าและสร้างช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงการจัดตลาดสินค้าเกษตรเป็นประจำ เพื่อสร้างพื้นที่ให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตมาจำหน่ายโดยตรง
นอกจากนี้ ยังผลักดันแนวคิด From Farm to Table ผ่านการทำโปรโมชั่นสินค้าไทย พัฒนาระบบรับรองมาตรฐาน Halal เพื่อขยายโอกาสไปยังตลาดที่มีความต้องการสินค้าอาหารฮาลาล รวมถึงพัฒนา Platform สำหรับจำหน่ายสินค้าเกษตร และส่งเสริมการขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าให้พร้อมสำหรับตลาดส่งออก
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการปรับโครงสร้างภาคเกษตรจากการเน้นเพียง “การผลิต” ไปสู่การบริหารจัดการทั้งระบบ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพในไร่นา การสร้างมูลค่าผ่านการแปรรูป ไปจนถึงการสร้างตลาดและช่องทางส่งออก เพื่อให้สินค้าเกษตรไทยสามารถแข่งขันได้มากขึ้น และสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน







