
อัพเดทอนาคตกิจการกระจายเสียง ท่ามกลางมรสุม “สุญญากาศ” กสทช.
แผนเปลี่ยนผ่านวิทยุชุมชนสู่ระบบใบอนุญาตยังเดินหน้าต่อ กสทช.ธนพันธุ์ แจง 5 ประเด็น “โอกาสและทิศทางอนาคต” กิจการกระจายเสียงไทย ปี 69 ดันสู่ระบบดิจิทัล
ท่ามกลางความไม่ชัดเจนต่อบทบาทการทำงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ปมคุณสมบัติ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ทำให้การประชุมล่มไปแล้ว 5 ครั้ง
ในมุมของการทำงานโดยเฉพาะกิจการกระจายเสียง ซึ่งสังคมตั้งข้อสังเกตว่า การขับเคลื่อนจะต้องหยุดชะงักหรือไม่นั้น ต่อเรื่องนี้ พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง
ได้มีการชี้แจงต่อผู้ประกอบการ , คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา และ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. (กตป.) ใน 5 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย
1. สถานะการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามแผนความถี่วิทยุกระจายเสียงระบบ FM ภาคผนวก ข (สถานีวิทยุระดับท้องถิ่น)
โดยหลังจากนำคลื่นความถี่วิทยุ FM จำนวน 3,346 คลื่นความถี่ (ชุมชน/สาธารณะ 839 และ ธุรกิจ 2,507) มาจัดสรร และมีผู้ได้รับอนุญาตใช้คลื่น 2,435 คลื่นความถี่ (ชุมชน/สาธารณะ 570 และ ธุรกิจ 1,865)
ทำให้มีคลื่นความถี่คงเหลือ 991 คลื่นความถี่ (ชุมชน/สาธารณะ 269 และ ธุรกิจ 642) ซึ่งปัจจุบันได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงแล้วจำนวน 2,328 สถานี (ชุมชน/สาธารณะ 570 และ ธุรกิจ 1,788)
คงเหลือ 107 สถานี (ชุมชน/สาธารณะ 30 และ ธุรกิจ 77) ซึ่งจะได้เร่งรัดให้ได้รับอนุญาตให้ครบต่อไป
2. ผลการพิสูจน์การใช้งานคลื่นความถี่โดยการทดสอบสัญญาณรบกวนตามเกณฑ์ที่ยอมรับร่วมกันระหว่างสถานีวิทยุกระจายเสียงระบบ FM
โดยได้ดำเนินการพิสูจน์สิทธิ์การใช้งานคลื่นความถี่จากผู้ขอพิสูจน์จำนวน 95 สถานี โดยมีจำนวน 34 สถานี ที่อยู่ในพื้นที่ไม่หนาแน่นสามารถจัดสรรคลื่นความถี่ที่เหลือจากการอนุญาตที่ผ่านมาได้ แต่สำหรับ 61 สถานี ที่อยู่ในพื้นที่หนาแน่นนั้น
มีเพียง 7 สถานีที่ผ่านการพิสูจน์ทราบ คงเหลือ 54 สถานีที่ไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้
ดังนั้นขั้นตอนต่อไป สำนักงาน กสทช.จะได้นำคลื่นความถี่ที่เหลือตามข้อ 1. และ ข้อ 2. มาปรับปรุงแผนความถี่วิทยุใหม่ โดยมีแนวทางในการปรับปรุงให้อุปทาน สอดคล้องกับอุปสงค์ ในแต่ละพื้นที่ให้มากที่สุด
จากนั้นสำนักงาน กสทช. จะออกประกาศเชิญชวนการอนุญาตครั้งใหม่ โดยมีเป้าหมายในการดำเนินการให้ได้ภายในปีนี้
3. การประกวดวิทยุกระจายเสียงที่มีคุณภาพ
เป็นการส่งเสริมการประกอบกิจการกระจายเสียง เพื่อยกระดับคุณภาพสื่อวิทยุผ่านการกำกับเชิงบวก โดยจะมีการคัดเลือกผู้ประกอบการทั่วประเทศตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
เพื่อมอบรางวัลสร้างขวัญและกำลังใจให้เกิดวิทยุคุณภาพทั้งด้านเนื้อหาและด้านเทคนิค สำหรับการคัดเลือกจะแบ่งเป็นประเภท ชุมชน สาธารณะ และ ธุรกิจ รวมทั้งรางวัลที่มอบจะเป็นทั้งระดับ เขต ภาค และ ประเทศ จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมนี้ในเดือนกันยายนนี้ และจะมีการประกาศผลรางวัลในเดือนพ.ย.2569
4. การส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาต
ซึ่งเป็นไปตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการ และ ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์
หากสามารถดำเนินการรวมกลุ่มได้ตามขั้นตอนหลักเกณฑ์ที่กำหนด จะได้รับสิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อพัฒนาวิชาชีพการส่งเสริมและการพัฒนาการประกอบกิจการ รวมทั้งสิทธิในการได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขององค์กรวิชาชีพจากเงินกองทุน กทปส.
5. การให้บริการกิจการกระจายเสียงระบบดิจิทัล DAB+
เพื่อให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการดำเนินการนอกจากระบบ FM เดิม ในการนี้ กสทช. ได้อนุมัติแผนความถี่วิทยุในระบบดิจิทัล DAB+ แล้ว โดยแบ่งเป็น 34 พื้นที่ (ระดับท้องถิ่น 9 พื้นที่ และ ระดับภูมิภาค 25 พื้นที่)
จากนั้นสำนักงาน กสทช.จะออกประกาศเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจมาเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายกระจายเสียง (MUX) ด้วยวิธีคัดเลือก
และเมื่อได้ผู้ให้บริการโครงข่ายแล้ว จะมีประกาศเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจมาเป็นผู้ให้บริการเนื้อหาโดยที่ผู้ให้บริการประเภทชุมชน/สาธารณะใช้วิธีคัดเลือก และประเภทธุรกิจใช้วิธีประมูลตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีเป้าหมายในการออกประกาศเชิญชวนใน เดือนต.ค. นี้
กสทช.ธนพันธ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการมีข้อเสนอแนะที่หลากหลายและหลายรายต้องการให้ กสทช. เร่งรัดออกประกาศเชิญชวนการอนุญาตวิทยุ FM ครั้งใหม่โดยเร็ว เพื่อรองรับผู้ที่ผลาดโอกาสในปีที่แล้วโดยขอให้จัดสรรคลื่นให้สอดคล้องกับความต้องการ
รวมทั้งขอให้สำนักงาน กสทช. เปิดเวทีในการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมใน เรื่อง แนวทางการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาต หรือ เรื่อง การให้บริการกิจการกระจายเสียงระบบดิจิทัล DAB+ ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องทำความเข้าใจเพื่อให้ปฏิบัติได้ถูกต้อง โดยเฉพาะวิทยุกระจายเสียงในระบบ DAB+
รวมทั้งข้อเสนอจากประธาน กตป. ที่ขอให้เร่งรัดมาตรการอนุญาตและกำกับดูแล OTT ในกิจการกระจายเสียงภายหลังจากที่แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งทางสำนักงาน กสทช. รับที่จะดำเนินการ ต่อไป







