
“ศุภจี” ตั้งแผนรับมือมะพร้าวน้ำหอมล้นตลาด ดันล้ง 12 แห่ง เชื่อมตลาดไทย-ส่งออก
“ศุภจี” นำทีมผู้บริหารพาณิชย์ ลงพื้นที่บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร วางแผนรับมือมะพร้าวน้ำหอมล้นตลาด ดันล้งชุมชน 12 แห่ง 6 จังหวัด เชื่อมตลาดไทย-ส่งออก
KEY
POINTS
- “ศุภจี” นำทีมผู้บริหารพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
- รับฟังปัญหาและความต้องการของเกษตรกร มะพร้าวน้ำหอม ยันมีแผนรับมือผลผลิตที่จะออกสู่ตลาด ทั้งระยะเร่งด่วน กลางและยาว เตรียมเชื่อมโยงขายในประเทศ ผลักดันส่งออก
- ตั้งล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม ล่าสุดมีผู้สนใจ 12 แห่ง ใน 6 จังหวัด ย้ำจัดการนอมินีต่อเนื่อง พร้อมผลักดันใช้ประโยชน์จากเปลือก กะลา
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดตั้ง “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด และได้รับฟังปัญหาและความต้องการของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
“การลงพื้นที่ครั้งนี้ ต้องการมารับฟังปัญหาและความต้องการของพี่น้องเกษตรกรโดยตรง พร้อมนำหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์มาทำงานร่วมกัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหามะพร้าวน้ำหอมเป็นระบบและตรงจุด เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมีความซับซ้อนและสะสมมานาน ทั้งเรื่องผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ราคาที่ผันผวน การบริหารจัดการล้ง การตลาด และการแปรรูป จึงต้องบูรณาการหลายหน่วยงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ”
นางศุภจีกล่าวต่อว่า ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา มะพร้าวน้ำหอมมีผลผลิตเพิ่มขึ้นมากจากหลายปัจจัย ทั้งสภาพภูมิอากาศ และพื้นที่ปลูกที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ช่วงที่ผลผลิตออกมาก ราคามะพร้าวน้ำหอมเคยลดลงเหลือเพียงลูกละ 2–3 บาท ซึ่งเป็นระดับที่เกษตรกรไม่สามารถรับได้
กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งการดูดซับผลผลิต การเชื่อมโยงตลาด และการตรวจสอบการประกอบธุรกิจของผู้รวบรวมและผู้ประกอบการที่อาจดำเนินการไม่ถูกต้อง
จนปัจจุบันราคามะพร้าวน้ำหอมเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยข้อมูล ณ วันที่ 14 ส.ค.2569 ราคาที่เกษตรกรได้รับหน้าสวนอยู่ที่ประมาณ 9.00–10.50 บาทต่อลูก และราคาล้งรับซื้ออยู่ที่ประมาณ 10.50–12 บาทต่อลูก ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่พอรับได้ แต่ยังไม่ใช่ระดับราคาที่ดีที่สุด
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดการณ์ว่า ปี 2569 ไทยจะมีผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมประมาณ 475 ล้านลูก เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2568 ที่มีประมาณ 420 ล้านลูก
โดยในช่วงผลผลิตออกมากระหว่างเดือน ส.ค.-พ.ย. อาจมีผลผลิตสูงถึงประมาณ 1.7–2 ล้านลูกต่อวัน ขณะที่ในพื้นที่บ้านแพ้วและพื้นที่โดยรอบ เมื่อเข้าสู่ช่วงผลผลิตสูง อาจมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 400,000 ลูกต่อวัน จึงจำเป็นต้องวางแผนบริหารจัดการตลาดล่วงหน้า
นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้วางแนวทางดำเนินงานทั้งระยะเร่งด่วน และระยะกลาง–ระยะยาว โดยระยะเร่งด่วน กรมการค้าภายในจะเร่งเชื่อมโยงและกระจายมะพร้าวน้ำหอมจากแหล่งผลิตไปยังตลาดปลายทางนอกพื้นที่ ผ่านห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน สถานที่ราชการ รวมถึงโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อเพิ่มการบริโภคภายในประเทศและดูดซับผลผลิตในช่วงที่ออกสู่ตลาดมาก
ขณะเดียวกันพาณิชย์จังหวัดจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพื้นที่ใดมีผลผลิตเพิ่มสูงขึ้นจะเร่งเข้าไปบริหารจัดการทันที โดยมีองค์การคลังสินค้า (อคส.) ร่วมสนับสนุนการดูดซับผลผลิต
ส่วนด้านตลาดต่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะเร่งหาตลาดใหม่เพิ่มเติม เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง
โดยเฉพาะการขยายตลาดไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรป และตลาดที่มีศักยภาพ ทั้งมะพร้าวน้ำหอมสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป พร้อมผลักดันให้สินค้าเป็นไปตามมาตรฐานที่ตลาดต่างประเทศต้องการ
สำหรับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง กระทรวงพาณิชย์ได้เดินหน้าจัดตั้ง “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรในการรวบรวม คัดแยก แปรรูป และกระจายผลผลิต รวมทั้งสร้างอำนาจต่อรองด้านราคา ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และเพิ่มส่วนแบ่งรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรและชุมชน
โดยเดิมตั้งเป้าหมายจัดตั้งอย่างน้อย 10 แห่งภายในปี 2569 แต่ปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร และผู้สนใจสมัครเข้าร่วมแล้ว 12 ราย ใน 6 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม 1 ราย ราชบุรี 6 ราย สมุทรสาคร 1 ราย สมุทรสงคราม 2 ราย ฉะเชิงเทรา 1 ราย และสงขลา 1 ราย
“ล้งชุมชนแต่ละแห่งมีความพร้อมแตกต่างกัน จึงจะใช้แนวทางสนับสนุนตามระดับความพร้อม โดยบางกลุ่มมีความพร้อมด้านตลาดและต้องการการสนับสนุนตลาดต่างประเทศ
ขณะที่บางกลุ่มต้องการยกระดับมาตรฐาน เช่น GAP หรือมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร และบางกลุ่มต้องการเครื่องมือและอุปกรณ์ เช่น สายพาน เครื่องคว้าน เครื่องผ่ามะพร้าว โต๊ะสแตนเลส ห้องเย็น หรือห้องแพ็กสินค้า
ส่วนที่สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายในการจัดตั้งล้งชุมชน มีความพร้อมด้านสถานที่ แต่ยังต้องการการสนับสนุนด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ รวมถึงตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยกระทรวงพาณิชย์จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุน เพื่อให้สามารถจัดตั้งและดำเนินงานได้โดยเร็ว ก่อนเข้าสู่ช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก”
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าจัดระเบียบธุรกิจล้งและตรวจสอบการประกอบธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่
รวมถึงกรณีที่อาจมีการใช้คนไทยเป็นนอมินี การกดราคารับซื้อ และการแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย โดยที่ผ่านมา ได้พบผู้ประกอบการที่มีประเด็นต้องตรวจสอบและส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมให้เกษตรกรนำทุกส่วนของมะพร้าวมาใช้ประโยชน์ ทั้งเปลือก กะลา และกากมะพร้าว เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ไม่ใช่ขายเฉพาะน้ำและเนื้อ โดยจะประสานความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหน่วยงานวิจัย เพื่อพัฒนาต่อยอด และผลักดันเพิ่มมูลค่า
โดยใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างความแตกต่าง รวมทั้งดูแลตั้งแต่ต้นทาง ทั้งพันธุ์ สวน ปุ๋ยและยา ไปจนถึงการรวบรวม คัดแยก แปรรูป การทำตลาด และส่งออก







