
‘สุวัจน์’ เปิดหลักสูตร วธอ.11 ชี้เศรษฐกิจไทยโตต่ำ-หนี้พุ่ง ย้ำเอกชน-ภาครัฐ จับมือปรับตัวรับ AI-ภูมิรัฐศาสตร์โลก
‘สุวัจน์ ลิปตพัลลภ’ เปิดหลักสูตร วธอ.11 หลังยอดสมัครสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ชี้เศรษฐกิจไทยโตต่ำ ขณะที่หนี้ภาครัฐและประชาชนยังเป็นโจทย์ใหญ่ พร้อมเร่ง Re-skill–Up-skill ผู้ประกอบการ รับ 4 เมกะเทรนด์ ‘AI–สังคมสูงวัย–โลกร้อน–ภูมิรัฐศาสตร์’ ผนึกกำลังรัฐ–เอกชนวางยุทธศาสตร์ใหม่ให้ธุรกิจไทยรับมือโลกผันผวน
KEY
POINTS
- ‘สุวัจน์ ลิปตพัลลภ’ เปิดหลักสูตร วธอ.11 หลังยอดสมัครสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ชี้เศรษฐกิจไทยโตต่ำ
- หนี้ภาครัฐและประชาชนเป็นโจทย์ใหญ่ พร้อมเร่ง Re-skill–Up-skill ผู้ประกอบการ รับ 4 เมกะเทรนด์
- ‘AI–สังคมสูงวัย–โลกร้อน–ภูมิรัฐศาสตร์’ ผนึกกำลังรัฐ–เอกชน วางยุทธศาสตร์ใหม่ให้ธุรกิจไทยรับมือโลกผันผวน
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อการพัฒนาการประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรม (IBID) เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศหลักสูตร "นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน" (วธอ.11)
โดยมี รศ.ดร.พีระ เจริญพร (คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะ ผู้อำนวยการหลักสูตร วธอ. นายชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ประธานมูลนิธิ ฯ ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ผู้อำนวยการสถาบันวธอ. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์)
นายสุภาพ คลี่ขจาย วธอ.รุ่น 1 พร้อมด้วยนักศึกษาวธอ.รุ่น 11 จำนวน 125 คน เข้าร่วมงาน ณ ห้องปลาวาฬ บอลรูม โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา รีสอร์ท หัวหิน
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า หลักสูตร "นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน" (วธอ.11) ถือเป็นรุ่นที่มีผู้สมัครสูงสุดเป็นประวัติการณเกือบ 360 คน และผ่านการคัดเลือก จำนวน 125 คน
โดยการอบรมจัดขึ้นเพื่อ Re-skill และ Up-skill ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Technology Disruption) และวิกฤตเศรษฐกิจระดับโลก
ตลอดจนสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ผันผวน จึงมีการออกแบบหลักสูตรให้นักศึกษาต้องเรียนรู้เรื่องภูมิรัฐศาสตร์, AI, การตลาดสมัยใหม่ที่มาจาก Big Data, การบริหารความเสี่ยงขององค์กร, การวางยุทธศาสตร์ระยะยาวของบริษัท และทิศทางพลังงานของประเทศไทย
โดยเชิญวิทยากรที่มีความรู้ในแต่ละด้าน มาให้ความรู้ความเข้าใจ ถึงสถานการณ์ความผันผวนของโลก ในทุกมิติ ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลง การแบ่งขั้วของมหาอำนาจใหม่ สงครามการค้า สงครามจริงๆ ที่มีผลกระทบต่อซัพพลายเชน ปัญหาเรื่องโลกร้อนที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าและต้นทุน สังคมผู้สูงวัยของโลก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง AI นักธุรกิจจะต้องเข้าใจปัญหาต่างๆ เหล่านี้ และปรับตัว ให้ทันกับเมกะเทรนด์ของธุรกิจโลก คือ เรื่อง AI สังคมผู้สูงวัย โลกร้อน และภูมิรัฐศาสตร์
และต้องมีการจับมือร่วมมือกันภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อผนึกนโยบายที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะต่อสู้กับความผันผวนต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกและภายในประเทศ โดยเฉพาะขณะนี้ GDP เราไม่โตและปัญหาหนี้สินทั้งภาครัฐและหนี้ประชาชนสูงมาก เป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องร่วมกันแก้ไข ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
"เป้าหมายสูงสุดของหลักสูตรนี้ คือการสร้างนักธุรกิจที่แหลมคม มีความรู้ทันสมัย และเกิดการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อให้ทุกคนนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ธุรกิจ และสังคมอย่างยั่งยืน"นายสุวัจน์ กล่าวทิ้งท้าย







